แฝดอันตราย ตอนที่8
ฉัตรชัยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดหมายเลขของคุณหมิว ขณะรอสัญญาณจากปลายสายอีกฝ่ายหนึ่งก็ถอดเสื้อผ้าออกช้าๆ
จนเหลือเพียงกางในสีขาวเพียงตัวเดียว เสียงคุณหมิวคุ่หมั้นสาวก็ดังขึ้น
“สวัสดีค่ะคุณพี่….” ในน้ำเสียงเจือปนกับเสียงหอบหายใจเล็กๆ
“สวัสดีจ๊ะที่รัก…..ทำอะไรอยู่หรือครับ ดูเหมือนพี่ได้ยินเสียงน้องหายใจแรงๆหอบๆ…” ฉัตรชัยถามไปด้วยความเป็นห่วง…
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ…พอดีหมิวกำลังจะไปอาบน้ำ แล้วได้ยินเสียงโทรศัพท์ เลยรีบวิ่งออกมาน่ะค่ะ…” เสียงหวานๆไพเราะของ
คุ่
หมั้นทำให้ฉัตรชัยรู้สึกสนุกที่จะเย้าแหย่เธอเล่น โดยเฉพาะเธอบอกว่ากำลังจะอาบน้ำเช่นเดียวกับตัวเขาพอดี
“อ่ะ…จริงหรอครับ..นี่พี่ก็กำลังถอดเสื้อผ้าจะไปอาบน้ำเหมือนกัน …เหมือนเรานัดกันไว้เลย…” ฉัตรชัยพยายามเน้นคำพูดที่
ว่ากำลังถอดเสื้อผ้า เหมือนอยากให้ฝ่ายตรงข้ามจินตนาการคำพูดของเขา
“อื้ออออ…..คุณพี่ก็..ทำไมต้องเน้นคำพูดตรงนั้นด้วยคะ…” เหมือนจะได้ผลเมื่อคุณหมิวตอบกลับมาอย่างอายๆ
“ขอโทษจ๊ะ…ก็พี่พุดไปตามความจริงว่าพี่กำลังเปลื้องเสื้อผ้าออกจนเปลือยแล้วกำลังเดินเข้าไปในห้องน้ำอยู่พอดี….” ฉัตรชัย
กรอกเสียงลงไปแล้วทำตามคำพูดทุกอย่าง จนเกิดเสียงเปิดปิดประตูดังแทรกไปยังฝ่ายตรงข้าม
“พอค่ะๆ…แหม..คุณพี่ก็..พูดจนน้องมองเห็นภาพเลย….” คุณหมิวพูดกรั้วเสียงหัวเราะขำๆ เจือปนกับเสียงระคนความตื่นเต้น
“แล้วคุณพี่เอ่อ..มีธุระอะไรด่วนมั๊ยคะ…น้องจะได้อาบน้ำ..” เสียงคุณหมิวที่ฉัตรชัยได้ยินนั้นทั้งหวานทั้งกระเส่าตื่นเต้นจนรู้สึกได้
“ไม่มีธุระอะไรด่วนหรอครับ….พี่แค่คิดถึงน้อง…โดยเฉพาะคิดถึงวันที่เราไปดูเรือนหอด้วยกัน….” ฉัตรชัยเน้นคำพูดด้วยต้องการ
ให้คู่หมั้นสาวนึกภาพบนเตียงในเรือนหอ พร้อมทำเสียงกระเส่าหายใจแรงๆ
“อุ๊ยยย…คุณพี่…หมิวไม่อยากนึกถึงหรอกค่ะ…นึกถึงทีไรใจสั่นทุกที…” คำพูดนั้นแสดงว่าคุณหมิวกำลังนึกถึงอยู่จริงๆ เพราะสุ่ม
เสียงที่เธอตอบกลับมามันบ่งบอกถึงความรุ้สึกของเธอในขณะนั้นให้ฉัตรชัยรับรู้
“น้องหมิวครับ….”
“ขา…”
คุณหมิวตอบกลับมาด้วยเสียงหวานพร้อมขยับขาก้าวเดินเข้าไปในห้องน้ำช้าๆ ปลดผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนใหญ่แขวนไว้ที่ราว
แสตนเลส แล้วยืนจ้องมองรูปร่างของตนเองผ่านกระจกเงาบานใหญ่
“ตอนนี้พี่ยังได้กลิ่นแก้มนวลของน้องอยู่เลยนะครับ…”ฉัตรชัยยั่วเย้าต่อ พร้อมรอยยิ้มในขณะที่เป้ากางเกงในเริ่มโป่งพองขึ้น
มาทีละน้อยๆ
“พอเถอะค่ะคุณพี่….หยุดเย้าแหย่หมิวเถอะค่ะ…เพราะตอนนี้หมิวรุ้สึกยังไงไม่รู้…” เสียงตอบจากคุณหมิวกระเส่าเบาหวิว
“น้องจะวางสายแล้วนะคะ…”
“อย่าเพิ่งสิจ๊ะ….พี่คิดถึงน้องหมิวม๊ากมาก…มากจนตอนนี้ตัวพี่ลุมร้อนไปหมดแล้ว…อยากให้น้องมีตาทิพย์จัง จะได้รู้ว่าตัวพี่
ลุ่มร้อนขนาดไหน…”ฉัตรชัยทำเสียงกระซิบกระซาบแผ่วๆเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกให้ฟังตรงข้ามรับรุ้ถึงความรุ้สึก
“ไม่เอาหรอกค่ะ…ขืนมีตาทิพย์ ก็ได้เห็นคุณพี่โป๊น่ะสิคะ..”เสียงกระซิบแผ่วเหมือนกำลังสนุกที่ได้รับรู้ว่าคู่หมั้นหนุ่มของเธอ มี
ความรุ้สึกอย่างใดอยู่
“อ่ะ…ไหนบอกว่าไม่มีตาทิพย์…. ไงคะ..แล้วรู้ได้ไงว่าพี่ลุ่มร้อนจนตัวแข็ง…”พูดไปก็ก้มมองเป้ากางเกงในของตัวเองไป สิ่งที่
อยู่ข้างในก็ตุงโป่งออกมาเป็นลำ
“อุ๊ย..คุณพี่…ทะลึ่งจัง….หมิวยังไม่ได้พูดสักคำว่าตัวคุณพี่แข็ง….”
“ยังไม่ได้พูดหรอจ๊ะ…งั้นพี่บอกเองก็ได้ว่าตอนนี้ตัวพี่ลุ่มร้อนจนแข็งไปหมดเลย…” ฉัตรชัยยั่วเย้าต่อ เน้นคำว่าแข็งด้วยเสียง
กระเส่าชวนให้เกิดจินตนาการ
“ค่า…รับทราบเจ้าค่ะ…ว่าคุณพี่ตัวแข็ง…พอแค่นี้นะคะ…อย่าพูดอีกเลย..ใจหมิวหวิวๆๆจนจะเป็นลมแล้ว..”
คุณหมิวสารภาพมาเสียงอ่อยๆ พยายามหลับตาไม่อยากให้เกิดภาพในจินตนาการ รู้สึกว่าตนเองกำลังเสียวสยิวขึ้นมาตรง
ส่วนลี้ลับโหนกนูนที่เธอกำลังจ้องมองอยู่ด้วยความภาคภูมิใจ
“อย่าเพิ่งเป็นลมสิคะ…ถ้าน้องหมิวเป็นลมไปตอนนี้..ใครจะช่วยผายปอดให้ล่ะคะ…แล้วถ้ามีใครขึ้นมาเจอ พี่ฉัตรหวงนะคะ
ว่าคนนั้นจะมาเจอน้องหมิวของพี่กำลังโป๊…”
ฉัตรชัยพูดไป เหมือนดั่งว่าตนเองมีตาทิพย์เสียจริงๆ เพราะว่าคู่หมั้นสาวนั้นกำลังโป๊จนร่างขาวผ่องเปลือยไร้อาภรณ์ปกปิด
แม้สักชิ้นเดียว
“เยิ้ว…พี่อ่ะ….รู้ได้ไงคะว่าหมิวกำลังโป๊….”
เสียงหญิงสาวพูดอายๆหัวเราะขำๆ กับคำพูดของคุ่หมั้นหนุ่ม เหมือนมีตาทิพย์ว่าขณะนั้นเธอกำลังโป๊จริงๆ ตลอดร่างสุงระหง
ของเธอหาได้มีอาภรณ์ปกปิดแม้สักเพียงชิ้นเดียว
“เอ้า…น้องหมิวไม่รู้หรือคะว่าพี่ฉัตรมีตาทิพย์จริงๆ…ตอนนี้พี่กำลังจ้องมองเรือนร่างสวยงามของน้องที่เปลือยขาวผ่องไปทั้ง
ตัว…พี่เห็น…ทรวงอกของน้องขาวผ่องอวบเต่งเต้างอนสวย พี่มองต่ำลงมาเห็นเนินหน้าท้องของน้องแบนราบเอวเล็กคอด
กิ่ว รับกับสะโพกกลมกลึง ก้นน้องหมิวอวบงอนแล้ว..แล้วพี่ยังมองเห็นส่วนนั้นของน้องอวบขาวนวล พี่เห็นมือของน้องกำลัง
ยกไปปิดต้องของสงวนบดบังสายตาของพี่…”
ฉัตรชัยพร่ำเพ้อเคลิบเคลิ้มไปตามความรู้สึก แต่ข้างฝ่ายคุณหมิวคุ่หมั้นสาวกลับหน้าแดงระรื่อเขินอายจนต้องเอามือยกไป
ปิดของสงวนตามที่คู่หมั้นบอกจริงๆ
“คุณพี่ขา…หยุดพูดเถอะค่ะ…คำพูดของคุณพี่..ทำ..ทำให้หมิวใจสั่นไปหมดแล้ว…” เสียงหวานสั่นกระเส่าบ่งบอกถึงความ
รู้สึกเสียวสยิวกับคำพูดเล้าโลมของคนรัก
“พี่ฉัตรขอได้มั๊ยครับ…” เสียงฉัตรชัยสั่นกระเส่า รู้สึกอึดอัดเบื่องล่างที่ดุนดันกางเกงในจนโป่งออกมาเป็นลำยาว
[post]”ขออะไรคะ…” เสียงตอบโต้ของคู่หมั้นสาวก็สั่นกระเส่าไม่แพ้กัน
“พี่เอามือไปจับมือน้องหมิวออกจากตรงนั้นนะคะ…พี่ขอมองของสงวนให้เต็มตา ให้ชื่นใจสักครั้ง….”
ฉัตรชัยพูดพร้อมกับดึงกางเกงในสีขาวของตนเองรูดออกมาตามลำขาแกร่ง ด้านฝ่ายคู่หมั้นสาวก็ค่อยเอามือ ที่เกาะกุมปิด
เนินสาวออกช้าๆ เหมือนทำตามคำขอ
“โอ๊วววว…ช่างสวยเหลือเกิน…ส่วนนั้นของที่รักสวยจนใจพี่ฉัตรเต้นโครมๆแล้วรู้มั๊ย”
เสียงฉัตรชัยเริ่มกระเส่าหนักขึ้น เมื่อฝ่ามือยาวใหญ่ของเขารูดท่อนลำยาวช้าๆ ฝ่ายคุณหมิวก็เอียงอายหน้าแดง เมื่อสายตา
ที่มองผ่านกระจก แลเห็นเนินสาวของตนเองชัดๆเต็มตา ว่ามันโหนกเนินขึ้นมาเป็นเนินหลังเต่าขนาดใหญ่เกือบเท่าฝ่ามือ
เล็กๆของตนเองทีเดียว
“พี่คะ….หยุดได้มั๊ย…คะ..พี่ทำให้ใจน้องสั่นหวิว จนน้องกลัว..”
“กลัวเรื่องอะไรคะที่รัก….”
“กลัวว่า…พี่ชายจะนึกว่าน้องเป็นคนไม่ดี”
เสียงเบาหวิวของมล.ลาวัลย์ ที่ถูกเลี้ยงเติบโตมาจากวงผู้ดีสารภาพเอียงอาย มือที่จับกุมปกปิดเนินสาวเน้นน้ำหนักนิ้วไป
ด้วยความรุ้สึกเคลิบเคลิ้มไม่รู้ตัว แม้เพียงรสสัมผัสเล็กๆจากปลายนิ้วตนเอง ก็ทำให้หญิงสาวขนลุกเกลียว โดยเฉพาะตรง
หัวนมสีแดงเม็ดเล็กๆ ถึงกับตั้งแข็งอย่างเห็นได้ชัด
“โถ…..อย่าคิดแบบนั้นเลยที่รัก…ในสายตาของพี่ฉัตร ไม่เคยแม้สักครั้งที่จะมองที่รักเช่นนั้น..น้องหมิวก็ทราบดีว่าพี่รักน้อง
มากแค่ไหนปานใด” ฉัตรชัยกระซิบเสียงกระเส่าปลอบโยนคนรักไม่ให้คิดมากกังวลในเรื่องไม่เป็นเรื่อง
“พี่ขา….ที่เรากำลังพูดกันนี้..เขาเรียกว่าsex phone..ใช่มั๊ยคะ..เอ่อ…มันไม่ดี ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่หรือคะ” คู่หมั้นสาวถามมา
เพราะอยากรู้ และกริ่งเกรงว่าสิ่งที่กำลังทำกันอยู่นั้นไม่สมควรทำสำหรับความเป็นกุลสตรีของหล่อน
“คงจะใช่แหละครับ….แต่เราสองคนรักกัน…พูดกันแบนี้ พี่ฉัตรไม่คิดว่าจะเสียหายจนน้องต้องกังวลเลยนะคะ…”
ฉัตรชัยพูดปลุกปลอบใจสาวคนรักไม่ให้คิดมากังวล เมื่อเห็นคนรักเงียบเสียงตอบโต้ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วแว่วเข้ามา
ให้ได้ยิน ฉัตรชัยก็พอรู้ว่าบัดนี้จิตใจของสาวคนรักกำลังหวั่นไหวกับความรู้สึกเสียวสยิวจากคำพูดของตนเอง มือใหญ่ที่รูด
เล่นลำยาวจึงเพิ่มความเร็วขึ้นอีกนิด จนเสียวซ่านเผลอตัวครางเสียวด้วยความสุขไปให้ฝ่ายตรงข้ามได้ยิน
“พี่ขา…หมิวได้ยินเสียงพี่คราง…เอ่อ…พี่ทำอะไรอยุ่คะ…”
แม้ไม่รู้ว่าคุ่รักหนุ่มทำอะไรอยู่ แต่เสียงครางแผ่วที่ตัวเองได้ยินนั้น ก็ทำให้ใจสาวหวั่นหวิวจนยืนบิดเกร็งหนีบมือที่จุบกุมเนิน
สาวอย่างไม่รู้สึกตัว
“เอ่อ…พี่…พี่จับความแข้งแกร่งของพี่อยู่น่ะครับ…” ได้ยินเสียงสาวคนรักถามมาเช่นนั้น ฉัตรชัยก็พยายามสรรหาคำพูดอ้อมๆ
ที่ไม่ดูเถื่อนดิบ บอกออกไป
“น้องหมิวขา….พี่ฉัตรกำลังรูดเล่นกับความแข็งแกร่งอยู่นะคะ…แล้วน้องหมิวรู้สึกอย่างไรคะที่ได้รู้ ได้ยินเสียงพี่ฉัตรคราง
แบบนั้น”
“พี่ขา….หมิวบอกไม่ถูกค่ะ…รู้แต่ว่าเสียงพี่ ทำให้หมิวใจสั่น ทำให้หมิวเอ่อ…หวิวๆตรงนั้น…”
เสียงคุณหมิวสารภาพอ่อยๆ มือน้อยๆที่จับกุมเนินสาว สอดยื่นเข้าไปซุกใต้หว่างขาทั้งฝามือแล้วยืนหนีบขาแน่น ความเสียว
ซ่านแผ่กระจายลามโลมจนรู้สึกเหมือนตนเองกำลังล่อยลอยอยู่บนปุยเมฆ
“น้องหมิวขา….พี่…พี่…ซี๊ดดดดด…”ฉัตรชัยจงใจเน้นเสียงครางบ่งบอกความรุ้สึกให้คู่หมั้นสาวรับรู้
“ค่ะพี่….อูยยยยหมิวเสียว….เสียวมากเลยค่ะ…อูยยยยย”
คู่หมั้นสาวตอบโต้คำพูดออกมาด้วยจิตใจเคลิบเคลิ้ม ตาหลับปี๋จินตนาการไปถึงเรือนร่างแข้งแกร่งของชายหนุ่ม มือที่ซุกอยุ่
ใต้หว่างขาเริ่มขยับช้าๆ เน้นๆไปที่เนินสาวจนรุ้สึกถึงความแฉะชื้นที่ไหลทะลักออกมา
“น้อหมิวขา..พี่..พี่ฉัตรรัก…อยากทำรักกับน้องใจจะขาด…” พูดพร้อมกับสาวมือหนักๆ แรงๆ จนเกิดเสียงดังตั๊บๆๆถี่ๆ
“โอ๊ยยยย…พี่คะ…ช่วย…ช่วยน้องด้วย…อูยยยยยเสียว…ใจน้องจะขาดแล้ว..พี่ช่วยน้องด้วย”
ทั้งสองหนุ่มสาวต่างปล่อยอารมณ์ความรู้สึกออกมากันอย่างเต็มที่ ต่างก็ครางเสียวซี๊ดๆๆอูยๆๆออกมากันอย่างไม่เคอะเขิน
เนื่องจากความรู้สึกปรงปรารถนาที่โหมกระพือจนหมดมาดของกุลสตรีและสุภาพบุรุษ จนที่สุดของที่สุดต่างก็ได้รับความ
สุขสมกันจนล้นออกมาเป็นหยาดน้ำกระจัดกระจายเต้มห้องน้ำของทั้งคู่