เจาะเวลาหาฉิมพลี(ภาคยุทธจักร) ตอนที่ 18

เจาะเวลาหาฉิมพลี(ภาคยุทธจักร) ตอนที่ 18 จี้จุดห้ามรัก

          ลมแรงที่ปะทะหน้า ทำเอายูอันมองเส้นทางที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วได้ไม่ง่ายนัก

แม้จะพยายามจดจำเส้นทางไว้ แต่เพราะความมืดและความเร็วของมารเหินหาว

สุดท้ายยูอันก็ยอมแพ้ หลังถูกหิ้ว เดินทางมาประมาณ 15 นาที ก็ไม่สามารถรู้ได้แล้วว่าตอนนี้ถูกหิ้ว

มาถึงที่ไหน

ด้วยความเร็วแบบนี้ถ้าเดินทางเป็นเส้นตรง น่าจะเป็นระยะทางประมาณ 10-15 กิโลเมตร

แต่นี่มีการอ้อม โค้ง ขึ้น ลง เลี้ยว ยูอันจึงไม่แน่ใจว่าออกจาห่างจากจุดที่พบกับสามมารมาเท่าไหร่

“ถึงแล้ว ” ยูอันและอ๋องไต้อี้ ลืมตาขึ้นมองหลังรู้ว่าถึงปลายทาง ทั้งสองมองไปรอบๆตัว

พบว่าที่ตนยืนอยู่เป็นก้นหุบเขาแคบๆ มีลำธารขนาดเล็กไหลลัด
เลาะอยู่ทางด้านขวา

ทางทิศเหนือเห็นกระท่อมที่ปลูกชิดกับหน้าผาสูง ที่นี่ก็คือที่เก็บตัวฝึกวิชาของสามมารคีเลี้ยงนั่นเอง

ยูอันพยายามสำรวจเส้นทางรอบๆ แต่ดูเหมือนจะไม่มีหวัง ทางทิศเหนือเป็นผนังสูงเกือบจะตั้งฉาก

การจะไต่ขึ้นไปนี่ไม่มีทางเป็นไปได้ ทางตะวันออกเป็นลำธารที่ไหลแล้วตกลงไปที่หน้าผา คาดว่าคงสูงไม่น้อย

ส่วนทางทิศตะวันตกและใต้ก็เป็นหน้าผาสูง กะๆด้วยตาคงสูง 10 กว่าเมตร ถ้าเป็นยอดฝีมือ

ความสูงแค่นี้ไม่ใช่ปัญหา แต่สำหรับตัวเอง ยังไงก็โดด หรือไต่ขึ้นไปไม่ได้แน่

“เจ้าสองคนตามมา ” มารเหินหาว ปล่อยทั้งสอง แล้วเดินนำหน้าไปยังกระท่อม

ยูอันและอ๋องไต้อี้ สบตากันนิดหนึ่งก่อนนจะก้าวเท้าตามไป เพราะถึงจะคิดหนีก็หนีไม่รอดอยู่แล้ว

แถมถ้าทำอะไรให้มารเหินหาวหงุดหงิดมากกว่านี้ คงไม่ใช่เรื่องดีนัก – –

ในกระท่อมนับว่าสะอาดเรียบร้อยพอสมควร กลางห้องมีโต๊ะและเก้าอี้สามตัว มารเหินหาวเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้

แล้วชายตาไปที่เก้าอี้ที่เหลืออีกสองตัว ยูอันเดินเข้ามาลากเก้าอี้อีกสองตัวออกมาจากกลางห้องแล้วไปนั่งที่ริมประตู

อ๋องไต้อี้ทรุดตัวลงนั่ง ใบหน้าสวยสะคราญยังดูหวาดๆ ทั้งๆที่เจ้าตัวพยายามทำท่าเหมือนไม่กลัว

ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องอีกครั้ง ยูอันเองก็ยังไม่แน่ใจว่า มารเหินหาวคิดอะไรอยู่ หรือจะให้ตนเองกับสาวสวยข้างๆ

พิสูจน์อะไรแบบไหน แต่ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะตบตา มืออาชีพ แบบมารเหินหาว

“เรามีนิทานจะเล่าให้เจ้าสองคนฟัง…” มารเหินหาว พูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ

ยูอันกับอ๋องไต้อี้ถึงกับมึนๆ ว่าอยู่ดีๆไหงมารเหินหาวกลับดูสงบๆลงแปลกๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือน

จะโมโหจนสติแตกไปแล้ว

“เมื่อ 80กว่าปีก่อน มีจอมโจรเด็ดบุปผา อยู่คนหนึ่ง ทั้งวรยุทธและความชำนาญด้านเข้าหาสตรี เป็นที่เลื่องลือ…

ชาวยุทธจำนวนมากพยายามตามล่าโจรผู้นี้ แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ…” ฟังถึงตอนนี้ ยูอันอดคิดถึงอาจารย์สามของตัวเองไม่ได้

“แต่ใครจะทราบว่า พออายุย่าง 50 จอมโจรเด็ดบุปผาผู้นี้ กลับพบกลับรักแท้ หลงรักลูกสาวของจอมยุทธชื่อดังผู้หนึ่ง…

สาวสวยนางนั้นเพิ่งจะอายุ 19-20 กับจอมโจรเด็ดบุปผาที่จะ 50 อยู่แล้ว อาจเพราะดูเผินๆจอมโจรเด็ดบุปผา

เหมือนมีอายุเพียง 30 เศษๆ และด้วยความเชี่ยวชาญในการทอดเสน่ห์ให้สตรี

เพียงไม่นานก็สามารถได้ใจของสาวสวยมาครอบครอง และเพราะเป็นรักแท้

จอมโจรเด็ดบุปผาจึงลงทุนเสี่ยงอันตราย มาขอนางกับบิดา”

“บิดาของสาวสวยที่เป็นจอมยุทธชื่อดังในขณะนั้น พอเห็นจอมโจรที่มีชื่อเสียงเลวร้ายมาขอลูกสาวตัวเอง ก็ถึงกับโมโหจนเลือดขึ้นหน้า

คว้ากระบี่ฟันใส่จอมโจรเด็ดบุปผาทันที และเพราะบิดาของสาวสวยนางนี้เป็นยอดฝีมือกอรปกับจอมโจรเด็ดบุปผาไม่ได้ระวังตัว

จึงถูกกระบี่นี้เข้าบริเวณท้องน้อย จอมโจรเด็ดบุปผาที่ได้รับบาดเจ็บจึงรีบหนีไป”

ยูอันกับอ๋องไต้อี้ฟังจนลืมความกลัวไปเหมือนกัน แต่ก็ยังงงๆว่า แล้วมันเกี่ยวกับการทดสอบยังไง

มารเหินหาวหยุดนิดหนึ่งแล้วเล่าต่อว่า

“พอสาวงามทราบว่าจอมโจรได้รับบาดเจ็บก็ยิ่งสงสารและทุ่มใจให้ จนกระทั่งผ่านไปครึ่งเดือน จอมโจรเด็ดบุปผาก็แอบลักลอบ

เข้ามาหาสาวงามโดยไม่มีใครรู้ คืนนั้นสาวงามก็มอบกายให้กับจอมโจรอย่างเต็มใจ…” อ๋องไต้อี้ฟังถึงตอนนี้ก็อดหน้าแดงไม่ได้

เหลือบมองยูอันที่นั่งข้างๆ เห็นยูอันก็กำลังตั้งใจฟังที่มารเหินหาวเล่า

“แต่โชคร้ายของจอมโจรเด็ดบุปผา กระบี่ที่โดนฟันกระบี่นั้น ทำร้ายชีพจรและเส้นเอ็นสำคัญ ทำให้จอมโจรเด็ดบุปผา

ไม่อาจทำกิจกรรมบนเตียงได้เข้มแข็งดังแต่ก่อน 1 เดือน เพียงสามารถทำได้ 1ครั้งเท่านั้น…”

คราวนี้อ๋องไต้อี้แทบจะไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา เมื่อต้องมาฟังเรื่องแบบนี้ ยูอันอดขำๆไม่ได้เหมือนกัน ต้องแอบยิ้มไม่ให้ใครเห็น

“ดังนั้น ใน 1เดือน จอมโจรจะแอบแวะมาหาสาวงาม 1ครั้ง จากนั้นจะออกไปตามหาตัวยาวิเศษเพื่อรักษาอาการของตัวเอง

แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่า สาวงามที่ตัวเองรักจะแอบมีชายอื่นหรือไม่ ด้วยความระแวงนี่เอง จอมโจรเด็ดบุปผาถึงคิดค้นวิธีหนึ่งขึ้นมาได้…”

“วิธีไหนหรือผู้อาวุโส ?” ยูอันอดถามขึ้นมาไม่ได้

มารเหินหาวแสยะยิ้มนิดหนึ่ง ก่อนจะบอกว่า

“วิธีนี้ !!! ” พูดจบก็ชี้นิ้ว จิ้มมายังยูอันและอ๋องไต้อี้ ยูอันรู้สึกเจ็บนิดๆเหมือนโดนมดกัดที่ลำคอ ส่วนอ๋องไต้อี้ก็เช่นกันที่บริเวณข้อมือ

เจ็บขึ้นมานิดหนึ่ง ทั้งสองตกใจไม่น้อย ถึงจะเจ็บนิดเดียวแล้วหายไป แต่ทว่า เพราะไม่รู้ว่ามารเหินหาวทำอะไรกับตัวเอง

จึงเงยหน้าขึ้นมาเหมือนจะถาม มารเหินหาวเหมือนรู้ จึงเอ่ยว่า

“พวกเจ้าเห็นจุดเล็กๆนั่นหรือไม่ ?”

อ๋องไต้อี้เพ่งมองบริเวณข้อมือของตัวเอง มีจุดสีชมพูเล็กๆ 3จุด เรียงกันอยู่ มองเผินๆคล้ายกับจุดที่ถูกยุงหรือมดกัด

พอหันไปมองยูอัน ก็เห็นยูอันมีจุดเช่นนี้อยู่เหมือนกัน แต่มีเพียง 2จุดที่บริเวณลำคอ

ยูอันเองมองไม่เห็นจุดที่บริเวณลำคอของตัวเอง แต่ก็พอจะเดาออกว่า คงจะเหมือนๆกับจุดที่ข้อมือของอ๋องไต้อี้นั่นเอง

“ผู้อาวุโส ท่านทำอะไรกับพวกผู้เยาว์ ?” ยูอันถาม

“นี่เป็นวิชาที่จอมโจรเด็ดบุปผาเมื่อ 80 ปีก่อนได้คิดค้นขึ้น เรียกว่า จี้จุดห้ามรัก ”

“จี้จุดห้ามรัก ” ยูอันกับอ๋องไต้อี้ ถึงกับพูดขึ้นมาพร้อมกันอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนจะแอบสบตากันแบบอายๆ

“ใช่แล้ว จี้จุดห้ามรัก ชื่อฟังดูเช่นนี้ แต่จริงๆแล้วมันคือการจี้จุดห้ามมีชู้ต่างหาก ” มารเหินหาวพูดต่อว่า

“การจี้จุดแบบนี้ ไม่ได้มีผลอะไรกับร่างกายสักนิด จุดแดงๆจางๆนั่น จะหายไปเองเมื่อผ่านไป 30 วัน

แต่ทว่า ระหว่าง 30 วันนี้ หากมีการร่วมหลับนอนกับเพศตรงข้าม 1ครั้ง จุดแดงๆจางๆก็จะหายไป 1จุด”

“ผู้อาวุโสหมายถึง….” ยูอันเริ่มคิดออกแล้วว่า การทดสอบที่ตัวเองจะเจอ คืออะไร

“ใช่แล้ว หากชาย หรือหญิง ขึ้นสู่จุดสูงสุดในการร่วมหลับนอน 1ครั้ง จุดนั่นก็จะหายไป 1จุด… จอมโจรเด็ดบุปผา

แอบจี้จุดนี้กับสาวสวยนางนั้น เพื่อดูว่า ทุกครั้งที่กลับมาหา จุดนั่นยังอยู่ดีหรือไม่ ”

“อ่อ..” ยูอันเข้าใจแล้ว ที่แท้ในสมัยนี้ผู้หญิงไม่รู้จักการช่วยตัวเอง การจะขึ้นถึงจุดสุดยอดได้ ก็ต้องเพราะสามีหรือคู่รักมา ทำให้

ดังนั้น ไอ้จุดห้ามรัก นี่แทบจะใช้ได้ผลดีเลยทีเดียว คิดละขำๆ วิชาแบบนี้ ถ้าไปใช้กับสาวในยุคปัจจุบัน คงไม่ได้ผลอะไร

ต่อให้จี้ไป 4-5จุด ไม่รู้จะอยู่ถึงเดือนรึเปล่า *-* เพราะสาวๆในยุคของตัวเองไม่ต้องอาศัยผู้ชายก็ขึ้นถึงจุดสุดยอดเองได้

อ๋องไต้อี้เห็นยูอันยิ้มๆก็อดไม่ได้ ต้องแอบหยิกที่ต้นขายูอันเบาๆ ยูอันสะดุ้งเฮือก ก่อนจะหัวเราะแหะๆแบบอายๆ

ภาพนี้ไม่อาจหลุดพ้นจากสายตาของมารเหินหาว ทำเอามารเหินหาวเริ่มหงุดหงิดๆขึ้นมาอีกรอบ

“พวกเจ้าสองคนตามมานี่ ” มารเหินหาวสั่งด้วยเสียงที่เหมือนจะอารมณ์ไม่ดี

ทั้งสองเดินตามมารเหินหาวมาด้านหลังกระท่อม บริเวณนั้นเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของภูเขา

พอมองออกว่า มีถ้ำเล็กๆถ้ำหนึ่งอยู่ตรงนั้น

“เจ้าสองคนเข้าไป ” มารเหินหาวสั่งอีก อ๋องไต้อี้ไม่กล้าขัดใจรีบวิ่งเข้าไปก่อน ยูอันแกล้งเดินช้าๆ แล้วมองสำรวจ

ซ้ายทีขวาที

มารเหินหาวเหมือนรำคาญ ตะปบมือมาตรงคอเสื้อของยูอัน ก่อนจะโยนยูอันปลิวเข้ามาในถ้ำ

ยูอันหล่นตุ๊บลงมา เจ็บปวดไม่น้อย มองรอบๆเห็นในถ้ำเป็นเพียงถ้ำเล็กๆ ในถ้ำนอกจากเตียงเล็กๆตัวหนึ่ง

ก็ไม่เห็นมีอะไรอีก อ๋องไต้อี้เองก็กำลัง เดินๆหาว่ามีทางออกอื่นหรือไม่

มุกราตรีที่ติดไว้ให้แสงสว่างตามผนังถ้ำก็ดูเม็ดโตไม่น้อย แต่ก็ยังเทียบที่ถ้ำของสามประหลาดชังโลกไม่ได้

“พวกเจ้าทั้งสองคน ถอดเสื้อผ้าออก แล้วโยนออกมา ” เสียงมารเหินหาวสั่งมาอีก คราวนี้ทำเอาสองหนุ่มสาว

ต้องหันมามองกันด้วยความตกใจแล้ว ยูอันเองยังไม่เท่าไหร่ เพราะเป็นชาย แต่อ๋องไต้อี้นี่สิ ถ้าต้องเปลือยกายให้ชายที่ไม่ใช่สามี

ได้เห็น คงยอมกัดลิ้นฆ่าตัวตายสะมากกว่าที่ต้องทำเรื่องอับอายแบบนั้น

ยูอันเข้าใจเรื่องนี้ดี จึงร้องสวนออกไปว่า

“นี่จะเกินไปหรือไม่ผู้อาวุโส ยอดฝีมือเช่นท่านผู้อาวุโส ไงมาแกล้งผู้เยาว์สองคนเช่นนี้ ” ไม่ทันจะจบคำ

มารเหินหาวร้องสวนมาทันทีว่า

“เจ้าสองคนเป็นสามี ภรรยากันไม่ใช่รึ ทำเป็นเหนียมอายไปได้ เรานับหนึ่งถึง 5 ถ้าเจ้าสองคนไม่โยนเสื้อผ้าออกมาให้หมด

เราจะเข้าไปช่วยถอดให้เอง หึหึหึ ” ว่าแล้วมารเหินหาวก็เริ่มนับ

“ทำอย่างไรดี ” อ๋องไต้อี้เดินมากระซิบข้างๆยูอัน ยูอันต้องรีบทำท่าบอกทันทีว่า ระวังคำพูด มารเหินหาวจะได้ยินอะไรแบบนั้น

“สองง ” เสียงมารเหินหาวนับ ยูอันไม่รู้จะทำยังไงดีเช่นกัน มือถอดเสื้อออกแล้วโยนออกไปนอกถ้ำ กะว่าอาจจะถ่วงการนับของ

มารเหินหาวลงได้บ้าง

อ๋องไต้อี้ ก้มหน้าลงด้วยความอาย เห็นยูอันที่รูปร่างแข็งแรงสมชายถอดเสื้อออก ทำให้สาวงามใจเต้นตึกๆไม่ได้

ความรู้สึกตอนที่ถูกยูอันแบกขึ้นๆลงๆมาตลอดทาง แวบเข้ามาในหัวอีกครั้ง

“สามมม ” มารเหินหาวนับต่อ

“ผู้อาวุโส ช้าๆหน่อย -*- ” ยูอันไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่ตะโกนไปแบบนั้น หันมามองอ๋องไต้อี้เห็นสาวสวยยืนนิ่งก้มหน้าอยู่

ไม่รู้คิดอะไร ตัวเองก็เหลือแค่กางเกงตัวเดียวแล้วตอนนี้

“สี่ ”

“ท่านมีคู่หมายแล้วหรือไม่ ?” อ๋องไต้อี้เดินเข้ามากระซิบใกล้ๆเพราะกลัวว่ามารเหินหาวจะได้ยิน

ยูอันนิ่งไปสักครู่ ก่อนจะส่ายหน้าเป็นคำตอบ

“ทำตามเถอะ ” สาวสวยพูดเหมือนตัดสินใจได้ พร้อมเริ่มถอดชุดนอนของตนเองออกช้าๆ

ยูอันรีบหันหน้าไปทางปากถ้ำ ใจเต้นตึกๆเหมือนกัน ไม่มั่นใจในตัวเองว่า ถ้าอ๋องไต้อี้เปลือยขึ้นมาจริงๆ

โหมดสัตว์ป่าของตัวเองจะถูกปลุกขึ้นมาอีกรึเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นอย่าว่าแต่ 3 จุดที่ข้อมือของอ๋องไต้อี้เลย

10 จุดก็คงไม่เหลือ – –

“ห้าา เหอะ เหอะ สงสัยเราต้องเข้าไปช่วยพวกเจ้าสองสามี ภรรยาสะแล้ว ” มารเหินหาวพูดแล้วก้าวเท้าเข้าหาถ้ำช้าๆ

แต่ทันใดนั้น กางเกงของยูอันก็ปลิวออกมาจากถ้ำ พร้อมๆกับเสื้อและกางเกงของอ๋องไต้อี้

“พวกเจ้าสองคนมีเวลาจนถึงเช้า หากจุดห้ามรัก ยังเหลือแม้สักจุด เจ้าหนุ่มน้อยเจ้าได้ลงไปเที่ยวที่หุบเหวข้างล่างนี่แน่ๆ

ส่วนแม่สาวน้อยต้องแต่งให้กับเรา ฮ่าฮ่าฮ่า”

มารเหินหาวเอื้อมมือกดที่กลไก ปากถ้ำก็มีแผ่นหินเลื่อนลงมาปิดทันที

 +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ติดตามตอนอื่นได้
 ภาคแรก http://uuuu69.blogspot.com/
 ภาคสอง http://story.niyay.com/story.php?story_id=54253 

       คุยกันท้ายตอน

ขอบคุณทุกๆคนที่ช่วยคอมเม้นท์ให้กำลังใจ แซว ขอบคุณ แบบนี้คนเขียนก็คึกคักครับ

ที่จริงแซวเรื่องตัวละคร ก็ขำดี แซวตัวละคร แซวนางเอกได้ครับ

เพราะจริงๆก็ยังไม่ได้เจาะจงว่านางเอกคนไหน จะเด่นกว่ากันขนาดไหน

เปลี่ยนได้เสมอตามอารมณ์คนเขียนและคอมเม้นท์ผู้อ่าน

ตอน 19 คง NC18+ แหงๆ แต่จะถึงระดับไหนดีน้อ

*-*