เจาะเวลาหาฉิมพลี(ภาคยุทธจักร) ตอนที่ 22

เจาะเวลาหาฉิมพลี(ภาคยุทธจักร) ตอนที่ 22 ทางแยก

       หลังจากอิ่มหนำกับเมนูสิ้นคิดกะเพราไก่ ไข่ดาว ทำเอาสาวสวยถึงกับชมไม่ขาดปาก ในฝีมือทำอาหารของยูอัน

ยูอันคิดในใจว่า รอว่างๆเจอต้มยำกุ้ง หรือต้มข่าไก่ แล้วคอยดูว่าจะเป็นยังไง *-*

จากนั้น ก็ได้เวลาต้องหาทางกลับบ้าน เพราะไม่แน่ใจว่า มารเหินหาวจะกลับมาเมื่อไหร่

ทั้งสองคนพยายามเดินสำรวจ จุดที่พอจะปีนหรือโดดขึ้นไปจากแอ่ง สุดท้ายจุดที่สูงน้อยที่สุด

ก็ยังดูอันตรายเกินไป อ๋องไต้อี้ ที่พอมีวิชาตัวเบาอยู่บ้าง ยังพอโดดขึ้นไปได้ แต่การจะอุ้มหรือยกยูอันขึ้นไปด้วย

ไม่สามารถที่จะทำได้อย่างแน่นอน

ยูอันจึงเสนอให้อ๋องไต้อี้ ขึ้นไปคนเดียวก่อน กลับไปถึงบ้านค่อยตามคนมาช่วย

สาวสวยปฎิเสธทันทีเพราะไม่ต้องการแยกจากกับยูอัน แต่สุดท้ายก็ถูกยูอันใช้เหตุผลเกลี้ยกล่อม

อ๋องไต้อี้จึง
ยอมทำตาม

สาวสวยวิ่งจากยูอันมาไม่นานเท่าไหร่ ก็ได้ยินเสียงพูดคุยอยู่ข้างหน้า จึงเร่งฝีเท้าขึ้นอีก

ใจก็คิดแต่ว่า ถ้าเจอคนจะได้ขอให้ไปช่วยพายูอันขึ้นมาจากแอ่งของสามมาร

และแล้วก็ได้เจอ แถมมากกว่าที่คิด เบื้องหน้าเป็นกลุ่มชาย 7-8 คน กำลังปิ้ง ย่าง ทำอาหารกันอยู่

แต่ละคนมีอาวุธ ที่ดูแล้วก็ทราบว่า เป็นผู้มีวรยุทธ

ไม่ทันที่อ๋องไต้อี้ จะเอ่ยปาก คนในกลุ่มตรงหน้าก้หันมาเห็นเข้าซะก่อน

“ให้ตายเถอะ…พี่น้อง..” หนึ่งในนั้นถึงกับหลุดปากออกมา เมื่อเห็นความงามปานเทพธิดาของอ๋องไต้อี้

เพียงใบหน้าที่งดงามน่ารักก็แทบจะกระชากวิญญาณออกจากร่างได้แล้ว ยิ่งหน้าอกที่ตั้งเด่นสะดุดตา

กับช่วงเอว สะโพกที่ คอด โค้งอย่างหมดจด ทำเอาทุกคนอ้าปากค้างไปตามๆกัน

“พวกท่าน ช่วยด้วยเถิด ” เสียงไพเราะสดใสของอ๋องไต้อี้ ดังขึ้น ช่วยเรียกสติของเหล่าชายเบื้องหน้า

“คุณหนู มีอะไรให้พวกเรารับใช้ ” เสียงหลายๆคนหลุดปากพูดออกมาพร้อมกัน

ไม่ทันที่อ๋องไต้อี้จะตอบ ก็มีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น

“พวกเจ้า ทำอะไรกัน ” ชายหนุ่มอายุประมาณ 27-28 รูปร่างล่ำสัน หน้าตาดีไม่น้อย พูดขึ้น

“ท่านหัวหน้ากอง ” กลุ่มชายที่อยู่ก่อน รีบคารวะผู้ที่มาใหม่

หัวหน้ากองที่เพิ่งมาถึง พอเหลือบไปเห็นอ๋องไต้อี้ ก็ถึงกับใจเต้นระทึก ตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยเจอหญิงใดงดงามขนาดนี้มาก่อน

สายตาได้แต่จ้องมองจนแทบลืมหายใจ พวกกลุ่มชายที่อยู่ก่อน ต้องแอบคิดในใจว่า ฮ่าๆ ขนาดท่านหัวหน้ากอง ยังถึงกับจ้องตาค้าง

“สหายของเรา ติดอยู่ในแอ่งริมหน้าผา ไม่สามารถกระโดดขึ้นมาได้ รบกวนพวกท่าน…” อ๋องไต้อี้ พูดขึ้นมา

“…ย่อมต้องช่วยๆ ” หลายๆคน ร้องประสานกันขึ้นมาอีก

“ไม่ทราบว่าสหายของคุณหนูเป็นชายหรือหญิง..” มีคนหนึ่งถามขึ้นมา เพราะแอบคิดไปไกลว่า ถ้าเป็นสหายหญิง

อย่างน้อยๆหน้าตาคงใกล้ๆกัน ถ้าแบบนั้นละก็…..แต่ถ้าเป็นชาย…

“เป็นชาย ” อ๋องไต้อี้ตอบตามตรง โดยไม่ได้คิดอะไร แต่คำตอบทำเอาทุกคนตรงหน้า ไม่พอใจ อิจฉาปนๆกันไปหมด

“หลังจากอาหารเช้า พวกเราจะไปช่วยสหายของคุณหนู” เสียงหัวหน้ากองเอ่ยขึ้น อ๋องไต้อี้แม้อยากจะรีบกลับไปช่วยยูอัน

แต่ก็ไม่กล้ารบเร้า กลัวว่าพวกคนกลุ่มนี้จะเปลี่ยนใจไม่ไปช่วยชายคนรัก อย่างน้อยรอให้ทานอาหารกันเสร็จ ก็ยังไวกว่า

ถ้าจะวิ่งกลับไปหาคนช่วยที่ลี่เจียง

มีคนนำอาหารและน้ำดื่มมาให้ แต่สาวสวยที่อิ่มหนำมาจากกะเพราไก่ ไข่ดาว เลยไม่แตะต้องสักนิด

“หอมมม ช่างหอมเหลือเกิน มีไก่ อ้อยังมีเนื้อกวาง …” เสียงหนึ่งดังมาแต่ไกล หัวหน้ากองขมวดคิ้วเล็กน้อย

ไม่ทันไร เจ้าของเสียงก็ปรากฏตัวขึ้น เป็นหลวงจีนรูปร่างอ้วนท้วนไม่น้อย หน้าตาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม อายุประมาณ 37-38 ปี

“อ้อออ เราก็นึกว่าเป็นใครที่มาสุมหัวปิ้งย่างกันแถวนี้ ที่แท้ก็พวกโจรเล็กโจรน้อยนี่เอง”

“ระวังปากของท่านเอาไว้บ้าง ผู้แซ่ลก ” เสียงหัวหน้ากองเอ่ยขึ้นมา

“อ้อ…เราถึงกับสายตาพร่ามัวไปได้ ที่แท้มีชนชั้นหัวหน้าโจร อยู่ด้วยอีกคน หัวหน้ากองนา ไม่ได้เจอกันนานๆ”

“ลกหยกเย๊ ถ้าท่านเอ่ยคำว่า โจร อีกคำ ….” เสียงหัวหน้ากองที่แซ่นา เริ่มดังขึ้นด้วยความหงุดหงิด

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่กล่าวแล้วๆ ไม่โจรก็ไม่โจร แต่พวกป้อมพยัคฆ์ขาวของพวกเจ้า ชอบปล้นบุกพรรคโน้น พรรคนี้ เมืองโน้นเมืองนี้

ไม่เรียกโจร จะเรียกว่าอะไรดี” ไม่ทันขาดคำ เสียงดาบกระบี่ก็ถูกชักขึ้นทันที

กลุ่มคนของป้อมพยัคฆ์ขาวชักกระบี่เข้าใส่ ลกหยกเย๊ เจ้าของฉายาหลวงจีนเถื่อน การต่อสู้จึงเริ่มขึ้นอย่างดุเดือด

หลวงจีนเถื่อนใช้ลูกประคำเหล็กต้านรับกับทั้งดาบ กระบี่ของสมาชิกป้อมพยัคฆ์ขาวอย่างชุลมุน

“ผู้แซ่นา แน่จริงเจ้าไม่เข้ามาร่วมวงอีกคน ปล่อยแต่ลูกๆหลานๆของเจ้ามาแบบนี้ เราหลวงจีนยังรู้สึกไม่สมใจ” หลวงจีนเถื่อน

แม้จะพูดเล่นอย่างสนุกสนาน แต่แท้จริงก็รู้สึกหนักมือไม่น้อย ลำพังรับมือกับมือดีของป้อมพยัคฆ์ขาว 8 คนนี้ ก็รู้สึกตึงมืออยู่แล้ว

ถ้าหัวหน้ากองนา หรือ นาอูคัก เข้าร่วมอีกคน คงไม่ดีแน่

นาอูคัก ที่จริงอยากเข้าไปร่วมวงด้วยนานแล้ว เพราะรู้ว่าลำพังมือดีทั้ง 8 คน คงจัดการหลวงจีนเถื่อนไม่ได้ง่ายๆ

แต่ถ้าจะออกไปร่วมรุม ก็ละอายแก่ใจที่มีสาวสวยอยู่ในเหตุการณ์อีกคน

อ๋องไต้อี้เอง ก็เริ่มรู้สึกไม่ดีแล้ว ป้อมพยัคฆ์ขาว แม้จะไม่โด่งดังเช่นพรรคใหญ่ๆ แต่ก็มีชื่อเสียงไม่น้อย

เพียงแต่ข้อหา ปล้นพรรคโน้นพรรคนี้ เมืองโน้นเมืองนี้ อ๋องไต้อี้เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก

“ผู้แซ่นา เจ้าจะยืนดูอยู่อีกนานแค่ไหน รีบๆเข้ามาร่วมวงสนุกสนานกันเถอะ เราหลวงจีนอุ่นเครื่องรออยู่นานแล้ว” หลวงจีนเถื่อนเริ่ม

หนักแรงขึ้นบ้าง มือดีของป้อมพยัคฆ์ทั้ง 8 แสดงว่าถูกฝึกซ้อมในการรับมือกับผู้มีฝีมือสูงกว่ามาเป็นอย่างดี การต่อสู้แบบช่วยกันรุกรับ

ปกปิดจุดอ่อนให้กันและกัน ทำเอาแทบจะพลาดพลั้งไปหลายครั้ง นี่ถ้าให้เข้ามาทีละ 4-5 คน ตัวเองคงเอาชนะได้อย่างไม่ยาก

แต่ 8 คนนี่…อีกไม่นานตัวเองคงเหนื่อยตายไปก่อนแน่ๆ แถมนาอูคัก ที่มีฝีมือสูสีกับตัวเอง ยังไม่ได้ลงมือสักนิด

“หลวงจีนเถื่อน เรามีอะไรจะบอกให้ท่านดีใจเล่น..” นาอูคัก พูดเสียงเรียบๆ

“ผู้จะร่วมสนุกกับท่าน ไม่ได้มีเพียงแค่ 8 คนนี้เท่านั้น ”

ไม่ทันขาดคำ ก็มีบุรุษในชุดเช่นเดียวกับคนพรรคพยัคฆ์ขาว พุ่งกายเข้ามา ไม่ต่ำกว่า 8-9 คน

ดูจากท่าร่างก็รู้ว่า มีระดับฝีมือไม่ด้อยกว่า 8 คนแรกเลย

“คารวะท่านหัวหน้ากอง” กลุ่มชายจากพรรคพยัคฆ์ขาวประสานมือคารวะนาอูคักอย่างพร้อมเพรียง

หลวงจีนเถื่อนถึงกับร้องในใจ เฮอะ เจ้าพวกโจรน้อย ถึงกับพากันมามากมายขนาดนี้ แต่ปากก็ร้องออกไปว่า

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกสมุนโจรพากันมาขนาดนี้ แสดงว่าหมายตาจะ ปล้น ใครอีกละสิเนี่ย เราหลวงจีนคงต้องขอตัวก่อน..”

พูดจบหลวงจีนเถื่อนรวบรวมกำลังฟาดประคำเหล็ก ออกไปอย่างสุดแรง ทำเอา 2 คนตรงหน้า กระเด็นออกไป 2-3ก้าว

จากนั้นดีดกายออกจากวงล้อมทันที แต่ไม่ทันจะได้สมใจ ประกายกระบี่คมกริบ รวดเร็วจนแทบมองไม่ทันก็พุ่งมาดักหน้าไว้

ที่แท้ นาอูคัก ก็ลงมือแล้ว หลวงจีนเถื่อนไม่หลบแต่ฟาดประคำเข้าปะทะกระบี่ของนาอูคักทันที เสียงเปรี้ยงดังสนั่น

ดังขึ้นจนแสบแก้วหู นาอูคักรู้สึกสะท้านที่ข้อมือ เลือดลมพุ่งพล่านไปทันที ต้องรีบเดินลมปราณสะกัดเลือดลมเอาไว้

ส่วนหลวงจีนเถื่อน ถึงกับถูกกระแทกเด้งลอยพุ่งกลับมาทางเดิมอย่างแรง ไหนเลยจะคาด หลวงจีนเถื่อนอาศัยแรงปะทะ ดีดตัวเอง

ลอยพุ่งมาทางอ๋องไต้อี้ พร้อมทั้งคว้าชีพจรข้อมือของสาวสวยไว้แน่น

“หลวงจีนเถื่อน นี่เจ้า…” นาอูคักถึงกับสบถออกมา ที่รู้ว่าเพิ่งหลงกล ตั้งแต่เริ่ม หลวงจีนเถื่อนไม่ได้ชายตามองอ๋องไต้อี้สักครั้ง

ที่แท้กลับหมายตาเอาไว้แต่แรก

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พอดีเราหลวงจีน ต้องการพาแม่หนุน้อยคนนี้ ไปเดินเล่นในป่าสักพัก หวังว่าพี่น้องโจร ช่วยเปิดทางสะดวกให้ด้วย”

“ฝันไปเถอะ ลกหยกเย๊ หากเจ้าไปยอมปล่อยคุณหนู วันนี้ของปีหน้าจะเป็นวันครบรอบการตายของเจ้า” นาอูคักพูดขึ้นมาด้วยความโมโห

ถึงแม้จะยังไม่ทราบว่า สาวสวยปานเทพธิดาตรงหน้ามีชื่อแซ่ว่าอะไร แต่ก็ไม่อยากให้นางได้รับบาดเจ็บหรืออันตรายแม้สักน้อยนิด

สมาชิกคนอื่นๆของป้อมพยัคฆ์ขาวก็เช่นกัน

“แล้วจะทำอย่างไรดี หากว่าพวกพี่น้องโจรท่านไม่ยอมเปิดทางแต่โดยดี เวลาปะทะกัน ดาบกระบี่ไม่มีนัยน์ตา

เกิดสะกิดโดนผิวกายขาวสะอาดของแม่นางคนนี้ให้เป็นริ้วรอย หรือเกิดไปถูกใบหน้าจนเสียโฉม จุ๊ จุ๊ คงเป็นที่น่าเสียดายยิ่งแล้ว”

หลวงจีนเถื่อนเริ่มใจชิ้น เพราะดูออกว่าพวกป้อมพยัคฆ์ขาว ห่วงใยแม่นางคนสวยนี่เป็นพิเศษ

“ดาบกระบี่ ของผู้อื่นอาจไม่มีนัยน์ตา แต่กระบี่ของเรามีแน่นอน ” เสียงหนึ่งดังขึ้น แม้จะพูดด้วยเสียงไม่ดังแต่ทว่ากลับ

เข้าสู่หูของทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นอย่างชัดเจน ทุกคนถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นว่า ผู้พูดได้มายืนอยู่ในบริเวณตั้งแต่ตอนไหน

ทำไมถึงไม่มีผู้ใดทราบ แถมไม่ได้มีแค่คนเดียว นอกจากเจ้าของเสียง ยังมีชายอายุ 40-45 ยืนติดตามอยู่ด้านหลังอีก 2 คน

การจะเข้ามาในบริเวณที่กำลังมีการต่อสู้กันแบบนี้ได้ โดยไม่มีใครล่วงรู้ ย่อมหมายถึง ผู้มามีพลังฝีมือสูงกว่าอย่างมากมายนั่นเอง

นาอูคัก ก็ใช่ว่าจะขาดประสบการณ์ในยุทธจักร พอมองสำรวจเห็นชายหนุ่มผู้พูด หน้าตาหล่อเหลา รูปกายงามสง่า

แถมงำประกายอย่างมิดชิดจนดูไม่ออกว่ามีระดับฝีมือประมาณไหน แถมชายสองคนด้านหลังท่วงท่าเปี่ยมด้วยพลัง

สายตามีประกายเจิดจ้า จนไม่อาจสบตาได้ด้วยนาน ก็รู้ว่านี่เป็นระดับสุดยอดฝีมือ จึงประสานมือทักทาย

“ไม่ทราบว่า ทั้งสามท่านมีชื่อเสียง ฉายาว่ากระไร ผู้น้อยนาอูคัก หัวหน้้ากองของป้อมพยัคฆ์ขาว…”

นาอูคักเอ่ยชื่อป้อมของตนเองที่มีชื่อเสียงไม่น้อยออกไป เผื่อว่า ยอดฝีมือทั้งสามคนตรงหน้าอาจจะรู้จักชื่อเสียงของหัวหน้าป้อมของตนเอง

จะได้เกรงใจไว้ไมตรีกันบ้าง แต่ทว่าไม่ได้รับความสนใจจากทั้งสามคนที่มาใหม่สักนิด

สายตาของชายหนุ่มที่มาใหม่ จับจ้องแต่ใบหน้าอันงดงามของอ๋องไต้อี้ เหมือนกับว่าในโลกไม่มีอะไรให้ควรมองอีกแล้ว

อ๋องไต้อี้เอง เมื่อเห็นชายหนุ่มก็หลุดปากออกมา

“ที่แท้เป็นท่าน…”

เพิ่งแค่นี้ ก็เรียกรอยยิ้มของชายหนุ่มที่มาใหม่ได้ ที่แท้นางก็จำเราได้ ชายหนุ่มยิ้มอย่างปลาบปลื้ม แต่พอมองเห็นข้อมือขาวสะอาด

ของอ๋องไต้อี้ ถูกมือดำๆคล้ำๆของหลวงจีนเถื่อนกุมอยู่ ใบหน้างามสง่าหล่อเหลา ของชายหนุ่มก็หายไปทันที

“หลวงจีนสกปรก ถ้าเจ้าไม่ปล่อยมือออกจากคุณหนูไต้อี้ มือของเจ้า จะไม่เป็นของเจ้าอีกต่อไป ” เสียงชายหนุ่มพูดด้วยเสียงเรียบๆ

แต่ทว่า ทุกคนในบริเวณกลับรู้สึกว่า ชายหนุ่มผู้นี้ต้องทำได้อย่างที่พูดอย่างแน่นอน

“คุณหนูไต้อี้ …ที่แท้เป็นคุณหนูอ๋องไต้อี้ หนึ่งในสองสะคราญแห่งลี่เจียง มิน่าเล่าๆ..” เสียงหลายคนพึมพำๆ

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า หนุ่มน้อย เราหลวงจีนใช่ว่าจะกลัวมีเรื่อง ….” หลวงจีนเถื่อน แม้จะพูดออกมาเหมือนไม่กลัวแต่ในใจก็เตรียมพร้อมเหมือนกัน

แต่ถือดีว่ามีตัวประกัน สุดสวยอยู่กับมือ แถมอยู่ห่างจากชายหนุ่มคนนั้นมาก ยังไงด้วยระดับฝีมือของตัวเองก็เอาตัวรอดได้แน่ๆ

แต่ไม่ทันขาดคำ ประกายกระบี่สีทองก็วาบเข้ามาในสายตา หลวงจีนเถื่อนไม่ทันจะคิดอะไร สัญชาตญาณก็หดมือ พุ่งกายถอยหลังทันที

“อ๊าา..” เสียงร้องดังลั่นของหลวงจีนเถื่อนดังขึ้น ก่อนจะพุ่งกายหนีไปอย่างรวดเร็ว ที่พื้นปรากฏนิ้วมือขาดตกอยู่ 2 นิ้ว

“พะ..เพลงกระบี่มังกรทอง….” เสียงนาอูคักพึมพัมๆออกมา

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ติดตามตอนอื่นได้
ภาคแรก http://uuuu69.blogspot.com/ ลงครบ 20 ตอน ของภาคแรกแล้ว
ภาคสอง http://story.niyay.com/story.php?story_id=54253

 ……………………………………………………

 จากผู้เขียน

กลับมาแล้วครับ เห็นคอมเม้นท์หลายๆคน ที่คุ้นเคย และหลายๆคนที่ใหม่ๆ

ว่างช่วงนึงก็จะขยันมาอัพครับ หลายๆคนที่ติดตามกันมานานคงพอชิน กับอาการ มาๆหายๆ -.-

แต่ช่วงที่มาๆ นี่ก็จะจัดให้ถี่ครับ

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ครับ ขอบคุณมากๆ