เจาะเวลาหาฉิมพลี(ภาคยุทธจักร) ตอนที่ 23

เจาะเวลาหาฉิมพลี(ภาคยุทธจักร) ตอนที่ 23 ใจสลาย

       เวลาเกือบจะเที่ยงวัน แสงอาทิตย์สาดส่องแรงขึ้น สร้างความอบอุ่นขึ้นมาก ยูอันที่ติดอยู่ในหุบเขา พยายามเดินสำรวจไปทั่วบริเวณ

สุดท้ายก็อดเดินกลับเข้าไปในถ้ำที่ตนเอง สนิทสนม กับอ๋องไต้อี้ไม่ได้ ภาพความประทับใจเมื่อตอนใกล้รุ่งยังติดอยู่ในความทรงจำไม่ลืม

บนเตียงไม้ ยังปรากฏ คราบหลักฐาน ให้เห็นอย่างชัดเจน ใครจะคิดว่า สุดยอดสาวงามแห่งยุทธภพ ที่ยามปรกติดูงดงามบริสุทธิ์ราวเทพธิดา

เมื่อถึงเวลาขึ้นสู่จุดสุดยอดจะมีปฎิกิริยาที่ยั่วยวนเปี่ยมเสน่ห์ปานนั้น

มิคาด พอเดินเข้าไปจนสุดทาง กลับ
เห็นแสงสว่างลอดมาจากก้นถ้ำ เดิมทีคิดว่าถ้ำนี้เป็นถ้ำตัน แต่ทว่า พอสว่างมีแสงสว่างลอดเข้ามา

แสดงว่า ยังมีทางไปต่อ

พอตั้งใจสังเกตุอย่างละเอียดก็พบว่า น่าจะมีกลไกปิดเปิดทางหลังถ้ำ แต่อาจเพราะกลไกด้านหน้าถ้ำถุกเทวราชทรงพลัง ทำลาย จนกระเทือนถึงกลไก

ส่วนอื่นๆ ทำให้ประตูด้านในถ้ำ เปิดออก แม้จะเปิดออกไม่หมด แต่ก็พอที่แทรกกายผ่านไปได้

ยูอันทดลองแทรกตัวผ่านช่องว่างที่เปิดอยู่เข้าไป พบว่าห้องถัดไปมีแสงสว่างมากกว่าห้องด้านหน้าเสียอีก ด้านบนของถ้ำ มีปล่องรู หลายรูที่แสงสว่างลอดเข้ามาได้

ตามผนังห้อง มีร่องรอยของกระบี่ ที่จมลึกเป็นรอยมากมาย คาดว่า นี่คงเป็นที่ฝึกกระบี่ของมารกระบี่

เอ๊ะ ยูอันเหมือนได้ยินเสียงเหมือนเสียงน้ำไหล พยายามเดินตามเสียงน้ำเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำ ผ่านทางแยกและเลี้ยวซ้ายขวา 3-4 รอบ

ก็รู้สึกถึงความชื่นในอากาศ สาวเท้ายาวๆอีกไม่กี่ครั้ง ก็พบสระน้ำในถ้ำ ดูจากรอบๆบริเวณ เห็นแสงสว่างไกลๆจากอีกฝากหนึ่งของสระน้ำ

อาจจะเป็นอีกด้านหนึ่งของภูเขา อดนึกถึงนิยายกำลังภายในที่เคยอ่าน ถ้าเป็นตัวเอกในนิยาย คงดำน้ำ ลอดออกไปโผล่อีกด้านหนึ่ง แล้วพบกับ

คัมภีร์ลับสุดยอดวิชา หรือไม่ก็ได้กินผลไม้วิเศษเพิ่มกำลังภายในอะไรประมาณนั้น

แต่ตัวเอง ขืนทำแบบนั้น กลัวว่าอีกด้านหนึ่งจะเป็นหุบเหว ร่วงลงไปตายสะมากกว่า หรือไม่ก็หาทางขึ้นจากน้ำไม่เจอ ขาดอากาศหายใจตายไปเอง – –

นึกแล้ว ออกไปรออ๋องไต้อี้ที่ด้านนอกจะดีกว่า

ในใจกระหยิ่มยิ้มย่อง นึกถึงว่าถ้ากลับไปสำนักคุ้มภัยคราวนี้ อะไรๆคงเปลี่ยนไปมากมาย ก่อนอื่นต้องดูว่าสาวงามจางซินถงกลับมารึยัง ถ้ายังก็ต้องรีบไปรับ

ไม่รู้ว่า อาการบาดเจ็บ ของสาวงามจะทุเลาลงแล้วหรือยัง…

ความคิดชะงักทันที ที่ได้ยินเสียงฝีเท้าดังสะท้อนเข้ามา ทีแรกก็คิดว่าน่าจะเป็นอ๋องไต้อี้กลับมา แต่ทว่าพอเงี่ยหูฟังถึงกลับเหงือแตกพลั่กออกมา

“เทวราชทรงพลังตามรังควานพวกเราไม่เลิกราแบบนี้ ช่างน่าหงุดหงิดนัก” ยูอันฟังก็จำได้นี่เป็นเสียงมารเหินหาว แย่ละ – -ที่อยากให้มากลับไม่มา

ไอ้ที่ไม่อยากให้มากลับมา

“ขอเพียงได้เดินพลังอีกสองวัน ร่างกายคงหายเป็นปรกติ ตอนนั้นขอเพียงพี่ใหญ่ยอมลงมือพร้อมกัน ก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว ” เสียงมารหัตถ์มรณะกล่าวเสริม

และฟังจากเสียงดูท่ากำลังจะเดินเข้ามาในถ้ำด้านในอีกด้วย ยูอันรีบมองซ้าย ขวา หาที่ซ่อน แต่ทว่าไม่ที่ไหนพอจะแอบมุดหลบได้จริงๆ

และพอคุ้นๆว่า ยอดฝีมือระดับนี้ ต่อให้ตัวเองซ่อนอยู่ ก็คงไม่สามารถปิดกั้นลมหายใจของตัวเองอยู่ดี

“เอ๊ะ นี่มัน..” เสียงมารหัตถ์มรณะ ร้องออกมา

“เฮอะ ๆ” เสียงมารเหินหาวสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะพูดออกมาว่า

“เป็นผลงานของเจ้าหนุ่มยูอันกับคู่รักของมัน …”

“เด็กน้อยสองคนนั่นเป็นคู่รักกันจริงๆ…” เสียงมารหัตถ์มรณะพึมพัมออกมา

“เฮอะ !” มารเหินหาวเห็น คราบหลักฐาน ที่กระจัดกระจาย มากมายบนเตียง ก็อดหงุดหงิดไม่ได้ ด้วยความเป็นผู้ชำนาญการ

เห็น คราบหลักฐาน มากมายบนเตียง ก็คาดไปว่า หญิงสาวปานเทพธิดาถูกหนุ่มน้อยนั่น พาขึ้นสู่สวรรค์อย่างรุนแรงขนาดไหน

คาดไม่ถึงเจ้าเด็กสองคนที่ดูเหนียมๆอายๆ แต่กลับร่วมรักกันถึงพริกถึงขิงขนาดนี้

“ด้านในมีคน !” เสียงมารหัตถ์มรณะตวาดขึ้น ไม่ทันขาดคำ มารเหินหาวก็พุ่งกายผ่านช่องประตูที่เปิดแย้มเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ยูอันสะดุ้งจนสุดตัว รีบวิ่งมายังริมสระน้ำกระโดดลงไปในทันที เสียงตูมดังสนั่น พร้อมกับร่างของมารเหินหาวที่มาถึงริมสระ

เห็นยูอันกำลังว่ายน้ำไปยังอีกฝากหนึ่งของสระน้ำ

“เจ้าเด็กน้อยยยย !!! ” มารเหินหาว พุ่งกายตรงเข้ามาหายูอันทันที เท้าเพียงสะกิดบนผิวน้ำเบาๆ ร่างก็ลอยพริ้วอย่างสวยงาม

ยูอันรีบดำลงไปใต้น้ำทันที เห็นแสงสว่างข้างหน้าใกล้เข้าๆ ตอนนี้ได้แต่ลุ้นแล้วว่า อีกฝากหนึ่ง จะเป็นอะไร มิคาด

พอดำลงไปกลับถูกแรงดูดมหาศาลจากใต้น้ำ ในใจร้องเวรละ – – แรงดูดแรงขนาดนี้แสดงว่า อีกฝากหนึ่งคงเป็นหุบเหว หรือน้ำตกสะมากกว่า

ไม่ทันได้คิดมากกว่านี้ ร่างก็ถูกน้ำดูดลงไป ยูอันตกใจจนกลืนน้ำลงไปหลายอึก พลังน้ำมากมายจนไม่อาจขัดขืน

ความกลัวตายเข้ามาแทนที่ ในใจนึกถึงพ่อกับแม่ที่อยู่ที่โลกปัจจุบัน ขณะกำลังจะขาดอากาศหายใจร่างกายก็เหมือนถูกเหวี่ยงหลุดออกมา

แต่พอลืมตาก็แทบสิ้นสติ เมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังหลุดออกมาจากช่องแตกของภูเขา ทางด้านนอกเป็นน้ำตกขนาดย่อมๆ แต่ความสูง

ยังกับตึกสูงๆ 20-30 ชั้น ร่วงลงไป มีแต่ตายกับตาย

ร่างของยูอันร่วงลงมากับสายน้ำตก กระแทกลงมากระทบกับหินเบื้องล่างอย่างจัง สติดับวูบลงทันที……………….

……………………………………………………………………..

“เป็นที่นี่ ..” เสียงสดใดไพเราะร้องขึ้น ก่อนเจ้าของร่างจะกระโดดลงไปยังหุบเหวข้างล่าง

ขณะที่พุ่งกายลงไป เสือผ้าลู่ลมแนบติดกับรูปร่าง อวดส่วนโค้งส่วนเว้าที่เติบโตเต็มสาว ทำเอาชายหนุ่มที่ตามมาด้านหลัง

จ้องมองด้วยความลุ่มหลง

“ยูอัน ๆ ” เสียงร้องสดใส ร้องเรียกหาหนุ่มที่กลายเป็นคนรักในชั่วข้ามคืน

ทำเอาหนุ่มรุปงามที่พุ่งกายตามลงมาหงุดหงิดขึ้นมาทันที ที่รู้ว่าสหาย ที่อ๋องไต้อี้ ตามหา เป็นชาย

สาวงามแห่งลี่เจียง เริ่มใจคอไม่ดี เมื่อสำรวจบริเวณกระท่อม ไม่พบยูอันแม้เงา

หรือว่า ….หรือว่า…มารเหินหาวจะกลับมา แล้วเจอยูอันเข้า…..

ไม่..ต้องไม่เป็นแบบนั้น สาวสวยพยายามปลอบใจตัวเองแต่ทว่าดวงตากลมสวยเริ่มแดงๆมีน้ำตาคลอๆออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“เจ้าไม่ต้องเรียกหาอีกแล้ว ” เสียงดังขึ้นไม่ไกล

อ๋องไต้อี้ หันไปยังต้นเสียง แล้วแทบหัวใจสลาย เห็นมารเหินหาวเดินออกมาจากหน้าถ้ำ ก้าวเท้าช้าๆมาทางด้านนี้

“ผู้..ผู้อาวุโส ….ท่าน…” สาวสวยไม่กล้าถามออกมา เพราะกลัวคำตอบที่จะได้ยิน แต่ทว่ามารเหินหาวกลับเอ่ยออกมาเสียก่อน

“ตายไปแล้ว เจ้าเด็กยูอัน ตายไปแล้ว”

อ๋องไต้อี้ตาเบิกกว้าง ก่อนจะสติดับวูบ ร่างทรุดฮวบลงทันที ก๋วนเทียนเล้งประมุขน้อยแห่งป้อมมังกรทองรีบถลันมารับร่าง

อบอุ่นนุ่มนิ่มของอ๋องไต้อี้ไว้ได้ทัน

พริบตาได้รับร่างที่งดงามเปี่ยมเสน่ห์ของอ๋องไต้อี้ไว้ ในใจก็รู้ได้ทันทีว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องครอบครองสาวงามนางนี้ให้ได้

“วางร่างของนางลง แล้วพวกเจ้าจากไปได้ ” มารเหินหาว พูดเหมือนเป็นคำสั่ง

ก๋วนเทียนเล้ง อุ้มร่างของอ๋องไต้อี้ขึ้นมาแนบอก ก่อนจะตอบไปว่า

“ทำไม่ได้ ”

“เฮอะๆ ” ความหงุดหงิดของมารเหินหาวถูกสะสมมาตั้งแต่เมื่อคืน พอก๋วนเทียนเล้งทำท่าจะปกป้องสาวงาม

ยิ่งทำให้หงุดหงิดเพิ่มขึ้น ต้องจ้องหน้าแล้วเดินเข้าหาก๋วนเทียนเล้งอย่างช้าๆ

“นายน้อย จากไปก่อน” เสียงก๋วนซ่ง พูดขึ้นมา สององครักษ์ ก้าวขึ้นมาบังหน้านายน้อยของตนไว้

“ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจจากไป !!!” มารเหินหาวระเบิดความหงุดหงิดที่สะสมมาออกไป

ร่างพุ่งเข้าหาสององครักษ์ด้วยความเร็วที่แทบมองไม่ทัน ฝ่ามือสะบัดออกมาด้วยกระบวนท่าลึกล้ำ

สององครักษ์รีบผนึกฝ่ามือ ช่วยกันรับพลังฝ่ามือของมารเหินหาว เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว

มารเหินหาวที่พุ่งเข้ามาต้องชะงักร่างหยุดลง ข้อมือถูกพลังกระแทกกลับจนปวดร้าวไม่น้อย

ต้องประเมิณสององครักษ์ใหม่

ส่วนสององครักษ์ถูกกระแทกจนถอยหลังไป สองสามก้าว ถึงค่อยยืนมั่น ในทรวงอกยังมีเลือดคั่งเป็นก้อน

แต่ทราบว่าไม่อาจแสดงความอ่อนด้อยให้มารเหินหาวเห็น

มารเหินหาว ขยับร่างอีกครั้ง ก่อนจะจู่โจมเข้ามา สององครักษ์ต่างรู้ใจกันเป็นอย่างดี ขยับสอดคล้องทุ่มเทพลังการฝึกปรือเข้ารับ

ถึงแม้มารเหินหาวจะมีพลังฝีมือที่เหนือกว่า แต่ทว่าสองครักษ์ก็ไม่ได้อ่อนด้อย

ยิ่งคืนนี้มารเหินหาวหนีพลาง ปะทะพลางกับเทวราชทรงพลังมาหลายครั้ง สูญเสียพลังปราณไปเกือบครึ่ง

จึงถูกสององครักษ์พัวพันเอาไว้ได้

หลายสิบกระบวนท่าผ่านไป สององครักษ์เริ่มรู้สึกหนักแรงขึ้น อาการบอบช้ำภายในจากการปะทะกันครั้งแรก

เริ่มส่งผลออกมา มารเหินหาวแม้สูญเสียพลังปราณมาก่อน แต่ด้วยกระบวนท่าลึกล้ำ ท่าร่างอันว่องไว เริ่มมีเปรียบทีละน้อยๆ

ขณะกำลังจะปิดการต่อสู้ได้ ก็ปรากฏพลังกระบี่แทรกเข้ามาอย่างรวดเร็ว ประกายกระบี่คมกริบราวกับมังกรทองโลดแล่น

ทำเอามารเหินหาวต้องพริ้วกายถอยออกไป แต่สภาวะกระบี่ยังพุ่งตามมาไม่ห่าง มารเหินหาวไม่กล้าใช้ฝ่ามือเข้าต้านรับ

เลยต้องพริ้วหลบไปอีกครา ปากร้องออกมา “เพลงกระบี่มังกรทอง ” สององครักษ์พุ่งกระหนาบเข้ามาอีก ทำเอามารเหินหาว

ต้องดีดกายพุ่งหลบออกมาอีกครั้ง ทำเอาก๋วนเทียนเล้งกับสององครักษ์ถึงกับลอบเสียดาย หากมารเหินหาวถูกไปสักหนึ่งกระบี่

หรือถูกฟาดสักหนึ่งฝ่ามือ คงจะดีไม่น้อย

ก๋วนเทียนเล้งที่วางอ๋องไต้อี้ไว้แล้วเข้าร่วมการต่อสู้ ทำเอามารเหินหาวต้องลำบากขึ้นอีก ความได้เปรียบหายไปเพราะต้องคอยระวังกระบี่

ที่แคล่วคล่องพิศดารของก๋วนเทียนเล้ง มิหนำซ้ำกระบี่ที่ก๋วนเทียเล้งใช้ก็เป็นกระบี่วิเศษฟันเหล็กดุจฟันหยวก

ไม่ใช่ของที่จะใช้มือเปล่าเข้ารับได้

แน่นอนว่า ถ้าเป็นยามปรกติจะไม่เป็นเช่นนี้ แต่คืนนี้ตัวเองเสียพลังปราณมากไปแล้ว

“พี่รอง ให้ผู้น้องเข้าร่วมด้วยเป็นอย่างไร ” เสียงหนึ่งดังขึ้นมา ทำเอาก๋วนเทียนเล้งกับสององครักษ์ต้องชะงักไปวูบ

พอกวาดตามองถึงกับใจหายวาบเมื่อเห็น มารหัตถ์มรณะยืนยิ้มเหี้ยมๆอยู่ไม่ไกล

ตอนนี้ทั้งสามยังพอได้เปรียบอยู่บ้างก็จริง แต่ถ้ามารหัตถ์มรณะเข้าร่วมนี่ ก็เป็นอันจบสิ้น

“ผู้อาวุโสทั้งสอง จะร่วมกันลงมือกับผู้เยาว์จริงๆ ?” ก๋วนเทียนเล้งรู้ว่าไม่อาจใช้กำลังปะทะด้วย เลยเปลี่ยนไปใช้การเจรจาแทน

“เฮอะ คำว่า ร่วม อันร้ายกาจ” มารเหินหาวสบถออกมา

“เห็นแก่หน้าบิดาของเจ้า จะละเว้นให้สักครั้ง เจ้าสามคนไสหัวไป” มารหัตถ์มรณะตวาดด้วยเสียงอันดัง

พลังอันรุนแรงพุ่งออกมา ทำเอาต้นไม้ใบหญ้าฟุ้งกระจายไปหมด

“ผู้เยาว์ขอลา ” ก๋วนเทียนเล้งรีบอุ้มร่างอ๋องไต้อี้ไว้ แล้วดีดกายไปทันที สององครักษ์พุ่งกายตามไปไม่ห่าง

………………………………..

” น้องสาม ” มารเหินหาวหันไปดูด้วยความเป็นห่วงเพราะทราบว่ามารหัตถ์มรณะได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อน ไม่สามารถลงไม้ลงมือได้

มารหัตถ์มรณะที่เห็นมารเหินหาวเริ่มตกเป็นรอง จึงปรากฏตัวออกมา ขู่ขวัญทั้งสามคนจากป้อมมังกรทอง

ยิ่งตอนตะโกนเปล่งพลังออกมา ทำเอาอาการบอบช้ำกำเริบขึ้นมาอีก

“จากสองวัน คงต้องเพิ่มเป็น ห้าวัน ” มารหัตถ์มรณะขึ้นพูดมาก่อนจะกระอักโลหิตออกมา

 +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 ติดตามตอนอื่นได้
ภาคแรก http://uuuu69.blogspot.com/ ลงครบ 20 ตอน ของภาคแรกแล้ว
ภาคสอง http://story.niyay.com/story.php?story_id=54253