Lolita mansion 1 ตอนที่ 1

Lolita mansion 1 ตอนที่ 1

Lolita mansion 1

ตอนที่ 1

      ผม…นายเอกราช

กรี๊งงงงงงงงงงง……..
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตามปกติ ผมงัวเงียเอื้อมือไปกดปุ่มปิด แล้วดึงตัวขึ้นนั่งอย่างกระฉับกระเฉงเป็นปกติสัยที่ผมทำมาตั้งแต่เด็ก
พ่อผมสอนไว้เสมอว่าลูกผู้ชายไม่ควรใช้เตียงเพื่อการนอนขี้เกียจ แต่ควรใช้สำหรับการนอนพักผ่อนและการเย็ดเท่านั้น

“อือ..อือ…”
เสียงครางอือดังขึ้นบนเตียง ผมหันหน้าไปมองน้องเธญ่าดาราวัยรุ่น ที่เมื่อคืนผมไปพบที่งานเปิดตัวภาพยนต์
และกิตติศัพท์เรื่องบนเตียงของผม ทำให้ผมสามารถพาดาราสาวกลับมาที่ห้องพักของผมไม่ยากนัก
ผมคิดถึงบทรักที่รุนแรงเกือบตลอดคืนที่ผ่านมา แล้วแอบยิ้มในใจ วันนี้น้องเธญ่าคงต้องหยุดงานแน่

ผมดึงผ้าห่มออกจากร่างน้องเธญ่าเผยให้เห็นสัดส่วนของดาราสาวเต็มตากลางแสงสว่างยามเช้า

หน้าอกเต่งตึงตั้งชูชันอย่างท้าทาย ลานท้องเรียบเนียน ต่ำลงไปเป็นหีที่ปกคลุมไปด้วยขนดกหนานุ่มมือ
คราบน้ำรักที่ผมกับน้องเธญ่าช่วยกันผลิตตลอดคืนค้างเป็นรอยตั้งแต่ร่องหีลงมาถึงผ้าปูที่นอนจนเปียกเป็นหย่อมๆ
ร่างกายที่ไม่เหมือนใครของผม ทำให้แท่งเนื้อผงาดชูชันอีกครั้ง แม้เมื่อคืนที่ผ่านมาจะผ่านศึกหนักมาแล้วหลายยก
ผมพลิกตัวน้องเธญ่าให้นอนหงาย ยกตัวขึ้นคร่อมแล้วส่ายปลายควยแข็งปั๋งคลึงร่องหีและติ่งเสียวน้องเธญ่าช้าๆ
เพียงครู่เดียวร่างกายน้องเธญ่าก็เริ่มบิดส่ายไปมาทั้งที่ยังไม่ตื่น ร่องหีเริ่มขับน้ำหล่อลื่นมาชื้นหัวควย
ผมค่อยๆ กดมันฝังลงไปในรูหีอวบอัดจนมิด

น้องเธญ่าสะดุ้งตื่นทันทีเมื่อรู้สึกตัวว่ามีสิ่งแปลกปลอมฝังตัวอยู่ในรูหี..แล้วร้องอุทานออกมา
“อุ๊ย….อะไรนะ พี่เอกเอาอีกแล้วเหรอ”
“อื้อ…บำรุงร่างกายก่อนไปทำงานไง …ดีไหม”
ผมตอบยิ้มๆ แล้วเริ่มโยกสะโพกขึ้นลงเบาๆ
“อูย…พี่เอกเอาแรงมาจากไหนเนี่ย เธญ่ารับไม่ไหวแล้วนะ”
น้องเธญ่าครางเบาๆ เมื่อเริ่มเสียวจากการเย็ดยามเช้า แถมด้วยบ่นนิดหน่อย
แต่สะโพกอวบอัดเริ่มขยับขึ้นลงตอบโต้ผมตามการกระแทก
แม้น้องเธญ่าจะไม่ใช่สาวบริสุทธิ์แต่ประสบการณ์ของผมบอกว่ารูหีนี้ไม่ค่อยได้ใช้งานบ่อยนัก
เพราะมันยังคงความแน่นหนึบที่เหมาะสำหรับการร่วมรัก
ผมเร่งจังหวะเย็ดเร็วขึ้นตามความเสียวที่กำลังคืบคลานมายังปลายควย
น้องเธญ่ากอดคอผมแน่นเหนี่ยวหัวผมลงไปประกบปากแลกลิ้นอย่างดุเดือด
ผมแลกลิ้นเก็บเกี่ยวความหอมหวานจากปากดาราสาวอยู่ครู่หนึ่งก็ถอนริมฝีปากออก
พลิกตัวน้องเธญ่าให้คว่ำลง แล้วลุกขึ้นถอนควยออกจากรูหีเสียงดังพล็อก

“อุ๊ย..พี่เอก เอาออกทำไม..เธญ่าจะถึงแล้วนะ”
ผมไม่ตอบดึงร่างเปลือยของน้องเธญ่าที่คว่ำอวดสะโพกและแก้มก้นกลม มาที่ข้างเตียง
แล้วปล่อยขาน้องเธญ่าลงกับพื้น พร้อมจับขาด้านหลังน้องเธญ่าแยกออก เผยให้เห็นพูหีที่มีน้ำหล่อลื่นไหลเอ่อล้นออกมา
แคมหีกำลังกระตุกด้วยความเสียว ผมคุกเข่าแทรกตหัวควบเข้าไปในรูหีจากด้านหลัง มันไหลพรวดเดียวเข้าไปยันปากมดลูก
น้องเธญ่าโก่งสะโพกร้องลั่น
“อู๊ย…พี่เอก ลึกสุดๆ เลย เธญ่าเสียว…”
“งั้นไปพร้อมกันเลยนะ…..”
ผมบอกแล้วเร่งกระเด้าแท่งควยจากด้านหลัง น้องเธญ่ากระดกก้นกระแทกขอบเตียง
สองมือจิกผ้าปูที่นอนแน่น ผมยึดสะโพกน้องเธญ่าเป็นหลักแล้วกระเด้าถี่ยิบ…ความเสียวพรั่งพรูมาจุกที่ปลายควย
“ว๊าย…พี่เอก…อู๊ยส์..โอ๊วส์ …อ๊ายยยยย…..”
น้องเธญ่าร้องลั่น ร่างกระตุกราวกับปลาช่อนถูกทุบหัว
ผมปล่อยน้ำเสียวระลอกใหญ่พุ่งเข้าไปในโพรงหีดาราสาวจนหมด
แล้วฟุบตัวอลกับแผ่นหลังนวลเนียน…
——————–
ผมไปส่งน้องเธญ่าที่บ้าน เพราะวันนี้น้องเธญ่าต้องโทรไปลาหยุดกับกองถ่ายโดยอ้างว่าอาหารเป็นพิษ
แต่น้องเธญ่าไม่ได้บอกความจริงหรอกว่า กินไส้กรอกยักษ์เข้าไปจนหมดแรงทำงานไม่ได้

ผมขับรถกลับมาที่พัก ซึ่งก็เป็นที่ทำงานในตัว แต่ก่อนที่ผมจะไปห้องทำงาน ผมขอเล่าเรื่องส่วนตัวสักนิดก่อนเพื่อให้ได้รู้จักผมมากขึ้น

ผมชื่อนายเอกราช อายุ 35 ปี เป็นลูกคนเดียวของนายมาซูโอะ ทากายาม่า เจ้าของกิจการเดินเรือใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
คุณแม่ผมเป็นอดีตนักศึกษาไทยที่ไปศึกษาต่อญี่ปุ่น จนได้พบรักและแต่งงานกับคุณพ่อผมเมื่อ 36 ปีที่แล้ว
….ผมเกิดในญี่ปุ่นครับ เป็นชาวญี่ปุ่นแต่ด้วยความที่คุณพ่อต้องทำงานจนไม่มีเวลามาคุกคลีกับผม
ผมจึงได้รับการเลี้ยงดูจากแม่และพี่เลี้ยงชาวไทยทั้งกลุ่มที่คุณแม่จ้างไว้ให้คอยดูดุแลผม
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผมพูดและใช้ภาษาไทยได้ดีเท่ากับภาษาญี่ปุ่น แถมคุณแม่ยังตั้งชื่อให้เป็นชื่อไทย
.. ทำให้ผมกลายเป็นไกจิน หรือคนต่างชาติในสายตาของคนญี่ปุ่นทั่วไป

ผมเป็นคนเรียนเก่งมาตั้งแต่เด็ก แถมได้หน้าตาคมเข้มสมชายชองคุณพ่อและดวงตาคู่สวยของคุณแม่มาเต็มๆ
ทำให้ผมเติบโตเป็นชายหนุ่มที่มีสาวๆ ติดเกรียว แถมเข้าเรียนมัธยมในโรงเรียนชั้นยอด
และสอบเข้ามหาวิทยาโตเกียวที่แสนยากได้สำเร็จ ชีวิตผมเหมือนปูด้วยกลีบกุหลาบ
ทั้งหล่อ ทั้งรวย เรียนเก่งและอนาคตสดใส..
อิจฉาผมไหมครับ?

แต่ยังก่อน ผมมีความลับเรื่องหนึ่งที่ผมไม่เคยบอกใคร
คุณรู้ไหมว่าในขณะที่มีสาวๆ สวยๆ มาติดพันผมเต็มไปหมด
และผมก็มีประสบการณ์ทางเพศมานับไม่ถ้วน
แต่เชื่อไหมว่าทุกรายหลังจากเย็ดกับผมได้ครั้งเดียว
ก็หายไปจากชีวิตผมทุกครั้ง.…

ความลับของผมคือควยครับ ควยที่มีขนาดสองนิ้วครึ่งพอดีไม่ขาดไม่เกิน
ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสได้เย็ด ผมต้องเผชิญกับสายตาขบขันของคู่นอน
และหลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้นทุกคนก็หันหลังจากผมไป
แถมบางรายยังเยาะเย้ยให้ผมเจ็บใจเล่นว่าเล่นเสียวกับตัวเองมันกว่า…

การที่ผมมีปมด้อยเรื่องที่สำคัญที่สุดของผู้ชาย ทำให้ผมค่อยๆห่างผู้หญิง
และมุมานะกับเรื่องการเรียนจนสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นได้
แม้จะมีสาวๆ ในมหาวิทยาลัยพยายามเข้าติดพันผม แต่ผมก็ไม่สนใจและกลับไปใช้ชีวิตผาดโผนในกีฬาเอกซตรีมแทน
และนี่เองทำให้ผมได้มีโอกาสรู้จักกับเจ้าทาเกชิลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนายโตโค ฮิเดโอะ
เจ้าพ่อใหญ่ขอยากูซ่าย่านคันไซที่มีอำนาจในโลกนักเลงสูงสุดในญี่ปุ่น
เจ้าทาเคชิคบหากับผมโดยต่างฝ่ายต่างไม่รู้ภูมิหลังของอีกฝ่าย
แต่หลังจากผมต้องร่วมเผชิญการรุมทำร้ายจากแก๊งค์ยากูซ่าโตเกียวกับเจ้ามาเคชิ
และร่วมต่อสู้จนบาดเจ็บทั้งคู่แต่หนีรอดมาได้อย่างสะบักสะบอม
เจ้าทาเคชิเลยเปิดใจกับผมแบบลูกผู้ชาย และเราทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนตายกันมาตั้งแต่นั้น

ผมใช้เวลาว่างเข้าร่วมแก๊งค์ยากูซ่าของคันไซ ในส่วนงานวางแผนและป้องกัน
แต่บางครั้งก็ออกต่อสู้กับแก๊งค์อื่นด้วยความคะนอง
จนในที่สุดผมก้ได้รับการยอมรับจากสมาชิกให้ป็นผู้บริหารระดับสูงของแก๊งค์ที่มีเพียง 10 คน
ทำเอาเวลา 4 ปีในมหาวิทยาลัย ของผมแทบจะไม่ได้เข้าเรียน แต่ผมก็จบมาได้แม้เกรดจะไม่ค่อยดีนัก

ผมเข้าทำงานในบริษัทบังหน้าของแก๊งค์ ซึ่งพ่อแม่ผมก้ไม่ทราบเบื้องหลัง
แต่ผมอ้างว่าเพื่อเป็นการสร้างสมประสบการณ์ทางธุรกิจเพื่อเตรียมก่อตั้งธุรกิจของผมเองในอนาคต
ซึ่งพ่อผมก็ไม่ได้ขัดขวางอะไร ทำให้ผมใช้เวลาอยู่กับธุรกิจของยากูซ่ามาตลอด

ระหว่างที่ผมทำงาน ลูกน้องผมคอยหาผู้หญิงในสังกัดมาป้อนให้ผมระบายเสมอๆ
ซึ่งทุกคนก็บริการผมอย่างดีและไม่กล้าหัวเราะเยาะเจ้าควยน้อยกระจิ๊ดริดของผม
แต่รู้ดีว่าความจริงแล้วผมไม่สามารถให้ความสุขสุดยอดแก่ผุ้หญิงเหล่านี้ได้
การเย็ดจึงเป็นเพียงพิธีการ จนผมเองก็เบื่อหน่าย

เมื่อผมอายุ 30 พ่อของเจ้าทาเกชิก็ถูกคู่อริฆ่าตาย ทำให้เจ้าทาเกชิต้องขึ้นเป็นหัวหน้าแทน
ผมเฝ้ามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและคิดถึงพ่อของตัวเอง
ในที่สุดผมก็ไปขอล้างมือจากกิจการกับเจ้าทาเคชิ ที่แม้จะไม่อยากให้ผมจากไป แต่ก็ปล่อยให้ผมไปโดยดี
พร้อมกับกำชับให้ผมอย่าทำงานในญี่ปุ่นเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น
ประกอบกับคุณพ่อผมสุขภาพไม่ค่อยดี ผมจึงตัดสินใจปรึกษาคุณพ่อคุณแม่
ขายกิจการทั้งหมดแล้วนำเงินมหาศาลมายังประเทศไทยเพื่อลงทุน
และให้คุณแม่ใช้ชีวิตบั้นปลายในบ้านเกิด

ผมเดินทางมายังประเทศไทยเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ใช้เวลาไม่มากนักในการศึกษาธุรกิจ
จนในที่สุดผมตัดสินใจซื้อที่ดินใจกลางถนนสุขุมวิท
สร้างเซอร์วิสแมนชั่นระดับหรูสำหรับบริการที่พักให้นักธุรกิจญี่ปุ่นที่มาทำธุรกิจในไทย
กิจการของผมดำเนินไปได้ดี เพราะนอกจากทำเลที่ใกล้ศูนย์กลางธุรกิจแล้ว
ด้วยสายสัมพันธ์ระหว่างผมกับแก๊งค์ยากูซ่าคันไซ ทำให้กลุ่มยากูซ่าที่ขยายตัวเข้ามาในไทยไม่กล้าแตะต้องกิจการของผม
รวมทั้งผู้ที่มาพักก็ได้รับการคุ้มครองจากผมไปโดยปริยาย
ทำให้แมนชั่นของผมที่มี 40 ห้องและคิดราคาค่าเช่าเดือนละ 1-2 แสนบาท เต็มตลอด
หน้าที่ผมมีเพียงการดูแลบริหารเท่านั้น ส่วนการดูแลด้านอื่นมีพนักงานคอยจัดการให้ทั้งหมด
ผมทำงานและพักอยู่บนแมนชั่นเพนท์เฮ้าส์ห้องบนสุด ชีวิตผมจึงถือได้ว่าลงตัวและมีเวลาไปทำกิจกรรมอดิเรกตามใจชอบ
แต่ก็เช่นเคย ที่ผมไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิง แม้จะมีสาวสวยมากมายที่พักอยู่ในแมนชั่นพยายามเข้ามาทำความรู้จัก
แต่ผมก็พยายามหลีกเลี่ยงและทักทายเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
ผมพอใจกับชีวิต แต่ลึกๆ แล้วรู้สึกว่าผมกำลังแสวงหาบางอย่างที่ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร..
เรื่องของผมเริ่มขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
——————
วันนั้นเป็นตอนหัวค่ำของวันที่ 1 มกราคม ผมกลับมาจากงานฉลองปีใหม่กับพนักงานแมนชั่น
แทบทุกห้องพักไม่มีคนอยู่เพราะส่วนใหญ่ถ้าไม่ไปฉลองปีใหม่ก็เดินทางกลับไปญี่ปุ่น
ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ผมไม่ต้องวางแผนหรือตัดสินใจมากนัก

ผมเดินตรวจความเรียบร้องในลอบบี้ครู่หนึ่ง ก็ขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้นดาดฟ้าซึ่งเป็นสนามออกกำลังกายและสวนพักผ่อนของแมนชั่น
ตั้งใจจะออกกำลังกายให้ได้เหงื่อสักหน่อยก่อนที่จะกลับไปพักผ่อน
แต่เมื่อผมเดินไปถึงสนามเครื่องออกกำลังกายก็ต้องตกใจ
เพราะรั้วด้านนอกปรากฏเด็กสาวคนหนึ่งยืนอยู่ขอบตึก
ก้มหน้ามองพื้นด้านล่างกริยาท่าทางบ่งชัดว่าสาวน้อยคนนี้กำลังคิดฆ่าตัวตายด้วยการกระโดตึกแน่ๆ
….ผมรีบวิ่งไปหาพร้อมร้องห้ามทันที
“น้อง…หยุดอยู่ที่นั่นนะ..เดี๋ยวผมจะไปช่วย”
เด็กสาวสะดุ้ง สองมิอจับราวระเบียงแน่น หันหน้ากลับมาหาผม
ผมจำได้ทันทีว่าเด็กคนนี้คือน้องซูกุมิ ลูกสาวของคุณชิโนฮาร่า ผู้จัดการมั่วไปของบริษัทผลิตรถยนต์
ผมเคยคุยกับเด็กสาวคนนี้ครั้งหนึ่งเมื่องานคริสตมาส และจำได้ว่ารู้สึกประทับใจในหน้าตาที่น่ารัก
และกริยามารยาทอ่อนหวานสมวัย แม้น้องซูกุมิจะอายุเพียง 12 ปี
แต่ความน่ารักและกริยาแจ่มใส ก็ทำให้คืนนั้นเด็กหนุ่มๆ พยายามเข้าทำความรู้จักไม่ขาดสาย
จนคุณชิโนฮาร่าทำท่าไม่พอใจ แต่วันนี้น้องซูกุมิกลับมายืนอยู่ที่ขอบตึก และดูเหมือนกำลังคิดฆ่าตัวตาย

ใบหน้าน้องซูกุมิที่หันกลับมามองผมเปื้อนไปด้วยน้ำตานอง แต่แล้วก็หันกลับไป
มือที่กำราวระเบียงเริ่มคลายตัวเป็นสัญญานว่ากำลังจะกระโดด น้องซูกุมิส่งเสียงตอบผม
“น้าเอกอย่าเข้ามานะ….”
ผมหยุดนิ่งอยู่ห่างตัวน้องซูกุมิเมตรเศษ เพื่อไม่ให้น้องซูกุมิเกิดความตกใจ
ถ้าผมไวพอคงจะสามารถคว้าตัวได้ทันก่อนกระโดด ผมรีบส่งเสียงห้าม
“น้องซูกุมิ ใจเย็นๆ นะ อย่าตัดสินใจแบบนี้ มีอะไรก็กลับเข้ามาน้าจะช่วยเอง”
น้องซูกุมิสั่นหน้า
“น้าช่วยซูกุมิไม่ได้หรอก..ไม่มีใครช่วยได้ พ่อแม่ซูกุมิก็ถูกฆ่าหมดแล้ว เดี๋ยวพวกมันก็จะมาจับซูกุมิ”

ผมสะดุ้งตกใจเมื่อได้ทราบว่าคุณชิโนฮาร่าเสียชีวิต แต่ไม่มีเวลาถามรายละเอียด
ตอนนี้ผมต้องแก้ปัญหาโดยพาสาวน้อยคนนี้กลับเข้ามาให้ได้ก่อน
“ไม่มีใครจับซูกุมิได้หรอก..น้าอยู่ที่นี่ กลับเข้ามาก่อนนะ จับมือน้าไว้เดี๋ยวน้าจะดึงกลับมาเอง”
น้องซูกุมิหันหน้ามามองผม..ส่ายหน้าช้าๆ

ทันใดนั้นน้องซูกุมิก็ปล่อยมือสองข้างก็จากระเบียง
ร่างน้อยเอนไปด้านหน้า แล้วตกวูบลง
ผมกระโดดไปปะทะราวระเบียงทันที มือคว้าข้อเท้าของน้องซูกุมิไว้ทัน
แต่ทันใดนั้นเสียงราวระเบียงลั่นเปรี๊ยะแล้วหักออก
ทำให้ผมหลุดออกจากดาดฟ้าพร้อมน้องซูกุมิร่วงลงมาสู่พื้นและความตายเบื้องล่าง

ในเสี้ยววินาทีนั้น สำหรับผู้อื่นอาจเป็นช่วงเพียงกระพริบตา
แต่สำหรับคนที่กำลังจะตายเช่นผม เวลานั้นยาวนานพอที่จะคิดถึงชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมด
ชีวิตผมไม่มีค่ามากนักแต่ถ้ามันสามารถแลกชีวิตของน้องซูกุมิได้
ผมก็จะทำ สองมือผมดึงข้อเท้าน้องซูกุมิกลางอากาศ
และพลิกตัวเองลงด้านล่างด้วยหลักของยูโดที่ผมเชี่ยวชาญมาแต่ยังเด็ก
เพื่อใช้ตัวเองเป็นเบาะรองกระทบเพิ่มโอกาสรอดให้น้องซูกุมิ
เสียววินาทีนั้นผมสบตาน้องซูกุมิ ที่มองผมด้วยความตกใจ
ผมยิ้มให้และพยักหน้าก่อนที่ศีรษะผมจะฟากเข้ากับของแข็ง แล้วสติทั้งหมดก็วูบดับไป
——————-
ผมตื่นขึ้นมาด้วยความปวดร้าวที่ศรีษะ พยายามลืมตาขึ้นพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล
ห้องทั้งห้องเงียบสงบ นี่แสดงว่าผมยังไม่ตาย ผมพยายามขยับขาและมือก็พบว่ามันเคลื่อนไหว
แต่แขนด้านขวเหมือนติดอะไรอยู่ ผมพยายามหันหน้าไปดูก็พบศีรษะของผู้หญิงคนหนึ่งฟุบหลับอยู่กับท่อนแขนผม
เห็นเพียงเส้นผมกรายอยู่บนเตียง ทำให้ผมไม่รู้ว่าเป็นใคร
ความเจ็บกระแทกปร๊ดมาที่สมองจนผมต้องร้องออกมา
“โอ๊ย…เจ็บจัง….”
ศีรษะที่ฟุบอยู่กับแขนผมสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมาทันที เป็นใบหน้าของน้องซูกุมิจัง ที่แม้จะมีร่องรอยร้องไห้
แต่ดวงตาเบิกโพลงและยิ้มออกมาด้วยความแจ่มใส
“น้าเอก ฟื้น แล้ว….”
ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไร น้องซูกุมิก็วิ่งออกไปนอกห้อง
ครู่เดียวกลุ่มหมอและพยาบาลก็ตามน้องซูกุมิกลับเข้ามา
และเริ่มตรวจร่างกายผมเป็นการใหญ่
ตลอดเวลานั้นผมพบว่าสายตาน้องซูกุมิจับจ้องที่ผมโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

ผมเริ่มตอบคำถามของหมอเรื่องอาการ และได้ทราบว่าผมโชคดีที่สุด
เนื่องจากตอนที่ตกลงมาพร้อมน้องซูกุมินั้น ร่างของเราตกลงบนรถบรรทุกที่ขนกล่องเปล่ามาที่แมนชั่น
เพื่อเตรียมย้ายของให้ห้องของคุณซากาโมโต้พอดี
ทำให้ร่างกายปลอดภัยจากการกระแทก มีเพียงแขนซ้ายที่กระดูกร้าวและได้รับการเข้าเฝือกเรียบร้อย
แต่หัวผมก็กระดอนไปฟาดกับขอบกระบะรถบรรทุกอย่าแรง
จนหมดสติไป 5 วันเต็มๆ ส่วนน้องซูกุมิไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย
เนื่องจากร่างกายผมและกล่องรับแรงกระแทกไว้ทั้งหมด

กลุ่มหมอและพยาบาลกำชับให้ผมพักผ่อน แล้วกลับออกไปเหลือเพียงผมกับน้องซูกุมิ
แต่ก่อนที่ผมจะได้พูดอะไร ประตูก็เปิดออกอีกครั้งพร้อมกับร่างของเจ้าทาเคชิโผล่เข้ามา โดยมีผู้ชายใส่สูท 3 คนตามมาด้านหลัง
“ว่าไงวะ..กระดูกแข็งนะมึง ทำเอากูต้องบินมาจากญี่ปุ่นเลยนะ”
ผมพยักหน้า โดยไม่ต้องตอบอะไร เพราะสำหรับเพื่อนตายคนนี้ คำพูดไม่จำเป็นเลย
น้องซูกุมิหลบไปนั่งอยู่ที่ชุดรับแขกด้านในของห้อง เจ้าทาเคชิทักทายผมอยู่พักหนึ่งแล้วถาม
“ว่าแต่ทำไมมึงถึงกระโดดตึกวะ ใครทำให้มึงอับจนขนาดนั้นบอกกูมา ถ้ากูช่วยไม่ได้กูไม่ใช่คน”
ผมพยักหน้าไปทางน้องซูกุมิ
“โน่นไง..สาเหตุ..น้องซูกุมิมาที่นี่หน่อยนะ”
น้องซูกุมิ้เดินมาที่เตียง นั่งลงข้างๆ แล้วกุมมือผมไว้ พูดเบาๆ
“น้าเอก ซูกุมิขอโทษที่ทำให้น้าเอกลำบาก”
ผมส่ายหน้า
“ไม่เป็นไรหรอก เรื่องมันผ่านไปแล้ว ว่าแต่ซูกุมิจังเล่าให้น้าฟังหน่อยได้ไหมว่าทำไมถึงคิดสั้นน่ะ”
น้องซูกุมิพยักหน้า แต่หันไปมองเจ้าทาเคชิ ผมเข้าใจทันที และรีบบอก
“คนนี้น้าทาเคชิ เพื่อนตายของน้า ส่วนข้างหลังสามคนเป็นคนคุ้มกันของน้าเขา ซูกุมิจังเล่ามาเถอะไม่ต้องกังวล”

น้องซูกุมิพยักหน้าและเริ่มเล่า ผมได้ทราบด้วยความสะท้อนใจว่า
คุณชิโนฮาร่า ไปกู้ยืมเงินก้อนใหญ่จากกลุ่มยากูซ่าในไทย เพื่อแก้ไขปัญหาทางธุรกิจ
แต่ไม่สามารถหาเงินมาใช้คืนได้ตามกำหนด ทำให้กลุ่มยากูซ่าฆ่าทิ้งพร้อมภรรยา
เมื่อคืนวันสิ้นปีโดยสร้างสถานการณ์ว่าเป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์
และเมื่อวันปีใหม่แก๊งค์ได้โทรมาหาน้องซูกุมิ ขู่บังคับให้เข้ามาพบเพื่อนำตัวเป็นขายใช้หนี้
และสั่งให้เตรียมตัวหลับนอนกับเจ้าพ่อมัตตะ หัวหน้ายากูซ่า เพื่อเปิดบริสุทธิ์น้องซูกุมิเป็นคนแรก
ทำให้น้องซูกุมิตัดสินใจฆ่าตัวตายเพื่อหนีทุกสิ่ง แต่เมื่อรอดมาได้จากการช่วยเหลือของผม
น้องซูกุมิก็เฝ้าดูแลผมที่โรงพยาบาล
แต่ก็ไม่กล้ากลับไปที่ห้องพักเพราะกลัวจะถูกจับตัว

น้องซูกุมิเล่าไปเรื่อยๆ พร้อมน้ำตาที่ไหลเป็นทาง
ผมกัดฟันแน่นสบตาเจ้าทาเกชิ ที่แววตาโกรธเกรี้ยว
เมื่อฟังจบเจ่าทาเคชิก็มองหน้าผม พยักหน้าให้แล้วเดินออกจากห้องพร้อมผู้ติดตาม
ผมเอื้อมมือไปลูบหัวน้องซูกุมิเบาๆ
“ไม่ต้องกังวลแล้ว น้าจะดูแลซูกุมิจังเอง แล้วก็ไม่ต้องห่วงเรื่องเจ้าพวกนั้นด้วย..”
น้องซูกุมิมองผมด้วยสายตาสงสัย..
“หมายความว่า….”
ผมพยักหน้า
“เดี๋ยวเพื่อนน้าจัดการให้ ไม่ต้องสนใจอะไร ซูกุมิจังไปพักผ่อนซะ ไม่ได้นอนมากี่วันแล้ว เดี๋ยวไม่สวยนะ”
ผมสั่งแกมล้อ ซูกุมิจังจูบหลังมือผมเบาพูดเบาๆ
“ชีวิตหนูเป็นของน้าเอก..”

ผมพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลโดยมีน้องซูกุมิคอยดูแลใกล้ชิด
และหลังจากวันที่ผมพบกับเจ้าทาเคชิได้อาทิตย์หนึ่ง
ผมก็ได้อ่านหนังสือพิมพ์ลงข่าวว่าเจ้าพ่อมัตตะถูกฆ่าตายทารุณ
ส่วนแก๊งค์ทั้งหมดถูกสังหารหมู่โดยกลุ่มชายติดอาวุธไม่ทราบที่มา
ข่าวนี้ทำเอาชาวญี่ปุ่นในไทยแสดงความยินดีกันทั่วหน้า
ผมยื่นหนังสือพิมพ์ให้น้องซูกุมิโดยไม่พูดอะไร
เมื่อน้องซูกุมิอ่านจบก็กอดผมแน่นน้ำตาไหลเป็นทาง
——————
อาทิตย์ที่สองของการอยู่โรงพยาบาล ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจกับความผิดปกติที่ร่างกายท่อนล่าง
แท่งควยขนาดสองนิ้วครึ่งของผมบวมพองอย่างน่ากลัว จนมีขนาดยาวกว่า 7 นิ้ว ผมรีบเรียกพยาบาลสั่งให้หมอมาตรวจร่างกายด่วน
เมื่อหมอมาถึงและได้เห็นแท่งควยของผมก็ไม่แสดงท่าทีอะไร
จนผมยืนยันว่าก่อนหน้านั้นควยผมมีขนาด 2 นิ้วครึ่ง
ทำให้หมอต้องนำผมไปเข้าห้องตรวจทันทีทั้งที่แท่งควยยังแข็งโด่เด่เป็นลำ
โชคดีที่น้องซูกุมิกลับไปเก็บของที่ห้องพัก ไม่งั้นผมคงลำบากใจแย่

ผลการตรวจหมอบอกว่าทุกอย่างเป็นปกติ แต่หมอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมควยผมจึงเพิ่มขนาดได้
หมอท่านหนึ่งสัณนิษฐานว่าอาจเกิดจากแรงกระแทกที่ศีรษะทำให้ต่อมควบคุมร่างกายทำงานผิดปกติ
และเริ่มผลิตฮอร์โมนเพศที่ควรจะหมดไปตั้งแต่วัยรุ่นใหม่อีกครั้ง
ซึ่งผลการตรวจฮอร์โมนก็ยืนยันว่าพบปริมาณฮอร์โมนตัวนี้สูงมากกสว่าปกติถึง 10 เท่า
แต่หมอยืนยันว่าไม่เป็นอันตราย และเมื่อหยุดผลิตแล้วกล้ามเนื้อก็จะยังคงขนาดไว้ที่ 7 นิ้ว โดยไม่ลดลงไปแต่อย่างใด
ผมลองชักว่าวดูในห้องน้ำและได้พบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่า ไม่ว่าผมจะชักมันออกกี่ครั้ง
ควยผมก็ยังแข็งและถึงจุดสุดยอดได้ต่อกัน กว่า 10 ครั้ง ก่อนที่จะเริ่มอ่อนตัว
แต่เมื่อพักผ่อนเพียงครึ่งวัน น้ำเชื้อจะกลับถูกผลิตจนเต็ม และเริ่มแข็งตัวได้อีก
…ผมรับรู้ความจริงข้อนี้ด้วยตัวเองโดยไม่บอกใคร ในใจขอบคุณเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ทำให้ผมเกิดการเปลี่ยนแปลงลบปมด้อยในวัยรุ่นไปได้

แต่วันรุ่งขึ้นเมื่อผมลองปั่นควยให้แข็งตัวผมก็ต้องตกใจอีกครั้ง
ที่ควยของผมกลับมีขนาดเพียง 2 นิ้วครึ่งเช่นเดิม
ทำเอาผมแทบจะกลับไปกระโดดตึกอีกรอบ
แต่หลังจากผมชักว่าวและออกไปเดินข้างนอก
เห็นพยาบาลสาวก้มหยิบของจนเห็นกางเกงใน
ควยผมกลับเพิ่มขนาดกลับมาอยู่ที่ 7 นิ้วอีกครั้ง
ผมพยามยามศึกษาร่างกายตนเองด้วยความสนใจ
จนในที่สุดก็รู้ว่าถ้าผมควบคุมอารมณ์ให้ดี
ขนาดควยของผมจะมีขนาด 2นิ้วครึ่ง
แต่ถ้าเกิดอารมณ์โลดแล่นอยากเย็ดสุดขีดและไม่ควบคุมอารมณ์
ปริมาณเลือดที่ฉีดเข้าแท่งควยจะเพิ่มขึ้นจนขยายขนาดเป็น 7 นิ้ว
ผมได้พบความพิสดารของร่างกายตนเอง
แต่ตอนนั้นผมไม่คิดเลยว่าความพิสดารของแท่งควยผมนี้
จะเปิดโอกาสให้ผมก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ที่ผมไม่รู้จักมาก่อน
……………โลกของโล……………….

Share the Post:

Related Posts

ลองเปลี่ยนรสชาติ ไปเย็ดเมียชาวบ้านบ้างเพื่อความเสียว

เรื่องเสียว ลองเปลี่ยนรสชาติ ไปเย็ดเมียชาวบ้านบ้างเพื่อความเสียว การแต่งงานคือสิ่งที่เรียกว่าบริบูรณ์จริงหรือ ผมถามตัวเองด้วยคำพูดนั้นตั้งแต่เริ่มจดทะเบียนสมรสได้ราว ๆ 1 ปี มันเป็นความรู้สึกที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ ข้อบังคับมากมาย เหมือนผมแทบจะไม่เป็นตัวเองเลย ทั้งที่ก่อนเราจะแต่งงานกัน ชีวิตมันเต็มไปด้วยอิสระที่ผสมผสานเอาไว้ด้วยช่วงเวลาที่เรามีร่วมกัน ถึงอย่างนั้นแล้ว ทุก ๆ อย่างมันก็กลายเป็นความสมบูรณ์แบบเกิดไป ผมเคยคิดว่าผมจะรักเมียคนนี้ เย็ดเมียคนนี้ไปจนกว่าจะไม่มีแรง แต่ผ่านมาแค่ปีเดียว

Read More

เมาไม่รู้ตัว เลยโดนจับเย็ดไม่รู้เรื่อง

เรื่องเสียว เมาไม่รู้ตัว เลยโดนจับเย็ดไม่รู้เรื่อง เรื่องเล่าเสียวที่จะถูกบอกต่อกันวันนี้ เป็นเรื่องราวของหนุ่มน้อยวัย 19 ปี เขาชื่อว่า “ไอ้ยอด” ไอ้ยอดเป็นเด็กหนุ่มจากต่างจังหวัด ย้ายเข้ามาทำงานที่เขาใหญ่ตามครอบครัว แต่ด้วยรูปแบบงาน ทำให้เขานั้นต้องมาอยู่ที่ห้องพักพนักงานของที่ทำงานตัวเอง ผมเป็นคนที่รับฟังเรื่องราวของมัน ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของผมเอง ก็เลยอยากจะเอามาบอกต่อ เพราะว่าส่วนตัวเป็นคนที่ชื่นชอบเรื่องเสียวอยู่แล้วครับ ผมชอบชักว่าวกับการได้อ่านประสบการณ์เสียวของคนอื่น ๆ ไปด้วย

Read More