ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ตอนที่ 86

ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ตอนที่ 86

ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ตอนที่ 86 “จงเดินเข้าสู่กับดัก!?

      …คำเชิญจากแดนใต้”

“หน้าตายังกับคนไม่ได้หลับไม่ได้นอน”
“ก็ไม่ได้นอนน่ะสิ”
“ทำไมล่ะ?”
“เมื่อคืนผีมันหลอกฉัน!!…หมดสวยเลยเห็นมั้ย?”
“ผี!?…นี่ภาเป็นเด็กประถมหรือไงถึงยังเชื่อเรื่องพรรค์นี้อยู่?”
“ก๊าดดดดดดด~~…นั่นขนมปัง…เชิญไปปิ้งเอาเองเถอะย่ะ!!!”
“ผมไม่กินขนมปังตอนเช้าภาก็รู้นี่”
“ไม่กินก็ไม่ต้องกิน…ฮึ!!!”
“…อะไรของเขา?”
“หลีก!!…มองหน้าอยากมีเรื่องเรอะ?”
“…………………………………………….”
“ก็นายน่ะผิดที่ไม่เชื่อเมียตัวเอง”
“จะให้ผมเชื่อว่ามีผีในบ้านนี้!?…เอาล่ะ!…นอกจากภาแล้วมีใครเห็นอีกมั่ง?”
“ฉันไม่เห็นหรอก”
“หนูก็ไม่เห็นค่ะ”
“ผมด้วย”
“เห็นมะ?…แล้วแบบนี้จะให้ผมเชื่อ…โอ๊ย!!…เลิกสักทีได้มั้ยไอ้ที่โมโหใครแล้วก็ขว้างของใส่เนี่ย!?”
“บรี้~~”
“ฉันว่านายรีบไปง้อเมียจะดีกว่านะ…ด่วนเลยด้วย”
…ในการทำคดีต่างๆตำรวจจะต้องยึดอิงกับพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เสมอดังนั้นอาสนจะไม่เชื่อก็ไม่แปลกแต่สำหรับตัวผม…
(“หา!?…ผีหลอกเธอเรอ
ะ?”
“น่ากลัวมากเลยพี่!!!…ทีแรกภาได้ยินเสียงพูดก็คิดว่าเป็นพี่หรือแคทลงมาข้างล่างแต่พอเข้าไปในครัวก็เห็น”
“เห็น?”
“ผีเด็กตาแดงก่ำมันยืนยิ้มแสยะอยู่ตรง…ตรงนี้เลย!!!!”
“แล้ว…คุณแม่ลงมาทำอะไรดึกๆดื่นๆคะ?”
“แม่…รู้สึกเหนียวตัวเลยลงมาอาบน้ำน่ะ”
“อืม”
“แคทต้องเชื่อแม่นะ!!…แม่ไม่ได้โกหกแม้แต่คำเดียวเลย!!!…เมื่อกี้เห็นผีเด็กสองคนจริงๆ…โอ้ยไม่ใช่ๆ…ผีเด็กผู้หญิงสองตัวดวงตาแดงโร่ยังกะกองไฟแน่ะ!!!!”
“ไม่…ไม่จริงค่ะ…เป็นไปไม่ได้!!!…คุณแม่จะต้องตาฝาดไปแน่ๆ…เธอ…ไม่มีวันทำอย่างนั้น”
(พี่แคทพูดอะไรที่น่าสงสัยออกมาอีกแล้วสิแต่หนึ่งในผีเด็กผู้หญิงนั่นรึว่าจะเป็นหนูริน…ลูกสาวของเรา!?)
“เอ้อ!!…แม่ได้ยินผีเด็กตาแดงมันพูดว่า…พูดว่าอะไรนะ?…เอ–”
“…………………………………………..”
“ใช่ๆ…พี่รีย์!!…พูดว่าพี่รีย์ด้วย!!!”
“!?”
“ละ…ลูกแม่!!”
“หนูแคทว่าอะไรนะ?”
“………………………………………….”
“หนูแคท”
“ปละ…เปล่าค่ะ…ไม่มีอะไร”
(ไม่มีอะไรกันจะต้องมีแหงๆ!!…รีย์งั้นเหรอ?…อีกหนึ่งในสองผีเด็กหญิงมีชื่อว่ารีย์และพอพี่แคทได้ยินชื่อนี้สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที!?)
“ไม่เอาแล้ว~~…คืนนี้แม่ไม่นอนคนเดียวแล้ว!!!…ขอไปนอนกับแคทด้วยนะ”
“ได้ค่ะ”
“โฮ่~~…งั้นพวกเธอแม่ลูกก็นอนห้องเดียวกันไปเถอะส่วนฉัน…”
“ไม่ค่ะ…คุณป้าก็ต้องนอนห้องนี้ด้วย”
“เตียงเดียวนอนยังไงไหวตั้งสามคน?”
“คุณป้าไม่ต้องห่วง…เตียงกว้างพอค่ะ”
“ชิ!!”
“แล้วผม…ล่ะครับ?”
“บอลก็นอนในห้องฝนอยู่แล้วนี่”
“แค่คนเดียวเรอะ?”
“เป็นลูกผู้ชายแท้ๆกลัวไปได้!!”)
“ก็กลัวน่ะสิแม่คู้น~~…รู้ทั้งรู้”
“พ่อบอลเตรียมตัวเสร็จหรือยัง?…เราจะออกเดินทางแล้วจ้ะ”
“ครับ”
…ขามากับพี่แคทขากลับกับป้าเอ็ม…ถ้าคนภายนอกรู้ก็อาจจะเห็นเป็นเรื่องปกติแต่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่เลยสักนิด…พอผมเดินกะย่องกะแย่งผ่านห้องครัวก็ได้ยินเสียงของอานิภากับพี่แคทคุยกัน…
“อย่ากลัวไปเลย…ยังไงบอลก็ไม่มีวันละสายตาจากลูก”
“หนูน่ะหรือกลัว?…เขาจะไปเดินตามก้นสาวอื่นก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหนูนี่คะ”
(อ้าวเฮ่ย!?…เราถึงถูกพาดพิง?)
“แน่ใจ๊~~…ไม่ใช่พอรู้เข้าก็จะรีบตามไปตบสาวพวกนั้นด้วยความหึงหวงหรอกเหรอ?…ฮี่ๆ”
“คุณแม่!!…พูดอย่างกับหนูเป็นเมียที่คอยตามหึงผัวเลย”
“ฮะๆๆ…หึงก็ยอมรับสิจะปิดบังทำไม?…การกระทำมันก็ฟ้องอยู่โต้งๆว่าลูกแคร์บอลมากขนาดไหน…ทนไม่ได้ใช่ไหมที่จะต้องอยู่ห่างเขา?…ทำใจไม่ได้ใช่ไหมที่จะเห็นเขาควงไปกับสาวคนอื่น?”
“……………………………………………”
“ลูกแคทเปลี่ยนไปมากทีเดียวนะจากเมื่อช่วงครึ่งปีก่อนที่ได้พบกับบอลอีกครั้ง”
“ยังไงมั่งคะ?”
“ลูกสาวของแม่สวยขึ้น…อ่อนโยนขึ้นและก็…”
“คะ?”
“งอนเก่งขึ้นด้วย”
“คะ…คุณแม่!!!”
“ฮะๆๆ…ยังไงก็แบ่งให้น้องเรามั่งล่ะกัน…ป่านนี้ชะเง้อคอรอที่โยนกอุดรแย่แล้ว”
“……………………………………………”
“ยังไม่สบายใจอะไรอีกเหรอ?”
“อือ–”
“พูดออกมาได้เลยนะอย่าเก็บเอาไว้…มันจะเสียสุขภาพจิต”
“เรา…ตามไปทีหลังคุณป้าจะดีหรือคะ?”
“ไม่เป็นไรๆ…รอดูกันไปเถอะจ้ะ…เชื่อแม่สิ”
(มันจะมีอะไรกัน?)
“แล้วก็…”
“หืม?”
“เรื่องผี…เมื่อคืน”
“อ๋า!!…จะพูดถึงทำไมเนี่ยแม่ยิ่งโมโหอยู่?”
“คุณแม่คะ!!…ได้โปรดอย่าโกรธเด็ก…ผีเด็กผู้หญิงนะคะ”
“ไม่โกรธได้ไงเล่นโผล่มาหลอกแม่ซึ่งๆหน้าเลย!?…มันหาว่าแม่ไปปั่นหัวพ่อมัน!!!…เอ๊ะ?…แล้วใครเป็นพ่อมัน?”
(กึ๋ย!!!…รึว่าจะเป็น…หนูรินจริงๆ…โอ่ย!!…นี่เล่นออกจากความฝันมาเล่นซนบ้าๆบอๆเชียวเรอะ?)
“ช่างเหอะๆ…ถ้าเป็นคนนะแม่จะจับไปห้อยหัวตรงระเบียงโน่นคอยดูซี่เจ้าผีเด็กตาแดงโร่!!!…อื๋อ!?…ลูกแคทพูดเหมือนจะรู้จัก…ผีสองตัวนั่น?”
“มะ…ไม่ค่ะ…หนูไม่รู้จักผีเด็กผู้หญิงตาแดง”
“แล้วอีกตัวล่ะ?”
“อย่าพูดว่าตัวสิคะ!!…เธอใช่ผีที่ไหนกัน?”
“ล่องหนหายตัวได้เนี่ยนะไม่ใช่ผีงั้นจะเป็นอะไร?”
“คือเธอ…เป็น…”
“?”
“อะ…เอาเป็นว่าคุณแม่ลืมๆไปเถอะนะคะ!!!…แล้วก็อย่าโกรธเคืองเด็ก…ผีเด็กที่ชื่อว่ารีย์เลยหนูขอร้อง…ขอให้คุณแม่คิดซะว่าฝันไปก็ได้”
“แปลกนะเรานี่…รู้อะไรแล้วไม่บอกแม่หรือเปล่า?”
“เปล่าค่ะ”
“ก็ลูกแคทดูจะปกป้องผีเด็กชื่อรีย์เหลือเกิน?”
“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่หนูจะพูดอะไรได้ค่ะแต่ขอให้คุณแม่เลิกโกรธเคืองกับเข้าใจผิดเสียที…บ้านหลังนี้ไม่มีผีสางอะไรทั้งนั้น!!…ไม่แน่บางทีคุณแม่อายุเยอะขึ้นทำงานมากๆก็คงจะเหนื่อยจนตาฝาดไปเอง”
“หวา~~…แม่ยังไม่แก่จนเลอะเลือนขนาดนั้นนะ!!…อ้าวเดี๋ยวสิ!”
“หนูจะเอากระเป๋าไปไว้ที่รถ”
“……………………………………………”
“ออกหน้ารับแทนยังกะเป็นลูกของตัวเองแน่ะ?…ฮิๆๆ…ใช่มั้ยยะพ่อตัวดีที่แอบฟังอยู่ตรงนั้น?”
“เออะ!!”
………………………………………………………………………………………………………………………………..

“เมื่อคืนหนักใช่มั้ย?”
“…ค่ะนายหญิง”
“ฉันอุตส่าห์บอกแล้วนะและดูท่านั่งของเธอ…ทำไมต้องขยับไปขยับมาบ่อยๆ?”
“คือว่า…พี่ศุกร์…”
“อ๋อ~~…เข้าประตูหลังด้วยล่ะสิ?…หนอย!!…สนุกกันใหญ่เชียว…ฉันน่ะไม่ได้แม้แต่จะดูดควยตาหนู…ฮึ่ม!…หนูแคทก็คอยกันท่าซะไม่มี”
“เอ่อ–…ถ้ายังไงให้ผมจอดแวะที่ม่านรูดดีมั้ยครับ?”
“ดี!!…มองหาเลยยัยศิ…เอาที่มันไม่ดูซอมซ่อเกินไปนะ”
“ป้าเอ็ม”
“ยังพอมีเวลานี่นา…สักหน่อยนึง”
(เข้าม่านรูดทั้งๆที่ขาเราเดี้ยงอย่างนี้เนี่ยเรอะ?)
“นายหญิง…ป้ายนั่น…ไปอีกสองกิโลครับ”
“รีสอร์ท?…ลองไปดูก็ได้…อ้าเดี๋ยวๆๆ!!…แวะมินิมาร์ทที่ปั๊มน้ำมันก่อน”
“จะซื้ออะไรครับ?”
“ฮิๆ…ถุง…ยาง…จ้ะ”
…ปัจจุบันถุงยางอนามัยหาซื้อได้ง่ายพอๆกับขนมขบเคี้ยวเพียงแค่ทำใจกล้า(หน้าด้าน)เดินเข้ามินิมาร์ทที่ไหนสักแห่งเท่านั้นก็จะได้มาในครอบครองอย่างง่ายดาย…ผมกับป้าเอ็มนั่งรออยู่ในรถไม่นานสองพี่น้องก็หิ้วถุงใส่ “ของ” ตามที่ผู้เป็นเจ้านายต้องการ…
“นายหญิงครับ”
“อะไร?”
“จะให้ผมเปิดอีกห้องหรือเปล่าครับ?”
“แล้วจะสวิงกิ้งกันยังไงยะถ้าเปิดสองห้องน่ะ?”
“ว้าว~~…โอ…โอเคเลยครับ!!!!”
“ว่าแต่นายไหวแน่นะ?”
“สบายมากครับ!!!”
“ดี!…ช่วยทำให้ฉันหายเงี่ยนหน่อย…ไม่ได้เจอนานมากเลย…ควยสองอันเย็ดหีเย็ดรูตูดพร้อมกัน”
“ศิก็อยากโดนรุมสองต่อหนึ่งค่ะ”
“แหมๆ~~…เธอเพิ่งโดนชำเราประตูหลังเมื่อคืนแต่ก็อยากเหมือนกับฉัน…เอ้า!!…อย่ามัวช้ารีบไปหาความสุขเสียวกันดีกว่า”
“นายหญิงครับ”
“ทำไมอีก?”
“นั่นใครกำลังมาหาเราเหรอคะ?”
“!?”
…ระหว่างนั้นมีชายสองคนขับรถมาจอดข้างหลังเราแล้วเดินมายกมือไหว้พลางล้วงอะไรบางอย่างในกระเป๋าเสื้อนอกซึ่งมันคือ “ตราเจ้าหน้าที่ตำรวจ” …นี่…นี่มันอะไรกัน?…
“คุณศรมรกตใช่หรือเปล่าครับ?”
“ใช่…แล้วพวกคุณมีธุระอะไรกับฉัน?”
“เราเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจครับ”
(ตำรวจ!?)
“ครับ…เราทั้งสองได้รับมอบหมายจากท่านวงศ์ศักดิ์ให้มาคอยอำนวยความสะดวกให้กับคุณศรมรกตและคุณเอกคเชนทร์รวมไปถึงผู้ติดตามให้เดินทางกลับถึงตำบลโยนกจัตุรัสโดยสวัสดิภาพครับ”
“หา!?…จะบ้าหรือไง?…ฉันมาได้ก็กลับเองได้ซี่ทำไมต้องให้คนอื่นมาคอยติดตามด้วยเล่า?…เชิญพวกคุณกลับไปเลย!!”
“เมื่อเราได้รับคำสั่งมาแล้วก็จะต้องปฏิบัติตามครับ”
“เฮอะ!!…เดี๋ยวนี้ตำรวจไม่มีงานมีการทำแล้วงั้นเรอะ?”
“พวกผมอยู่ในช่วงลาพักร้อนครับแต่เมื่อผู้บังคับบัญชามีคำสั่งก็สามารถกลับมาปฏิบัติงานได้”
“แต่ผมเข้าใจว่านี่มันเป็นเรื่องส่วนตัวนะครับ?”
“จริงด้วยค่ะ!…ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ทางราชการสักหน่อย”
“ฉันเป็นประชาชนธรรมดาที่ไม่ต้องการให้มีเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือใครมาอารักขาหรืออำนวยความสะดวกเวลาเดินทางไปไหนมาไหนหรอกนะ!!…พวกเราไม่ใช่เจ้าพ่อมาเฟีย”
(แน่ใจหรือป้า?)
“อ่า–…คุณศรมรกตกรุณาฟังพวกผมอธิบายก่อนนะครับ”
“ว่ามา!”
“คือท่านวงศ์ศักดิ์เคยเปรยๆไว้ก่อนหน้านี้ว่าในช่วงลาพักร้อนก็อยากจะให้พวกเราไปเที่ยวที่โยนกจัตุรัสน่ะครับ…ท่านชอบพูดเสมอๆว่าที่นั่นอากาศดีและอาหารก็อร่อย…ผมจึงรู้สึกอยากจะไปที่นั่นสักครั้งหนึ่ง”
“ผมก็เหมือนกันครับ”
“หมายความว่าคุณตำรวจสองคนจะไปเป็นการส่วนตัว?”
“ใช่ครับ”
“แต่ก็จะขับรถนำหน้าพวกเราเพื่อคอยอำนวยความสะดวกไปด้วยตามที่อาสนสั่ง?”
“ถูกต้องครับคุณเอกคเชนทร์”
“กรอด!!!…ไอ้สนบ้าคิดอะไรของมันเนี่ย?”
“จะเอาไงดีครับป้า?”
“ป้าจะโทรหาเจ้าน้องเขยตัวแสบเดี๋ยวนี้…ฮึ!!…ก็พอจะรู้หรอกว่ามันคิดอะไรอยู่”
(เจตนาที่แท้จริงของอาสนคือส่งลูกน้องมาเพื่อจับตาดูเรากับป้าเอ็มสินะ?…ร้ายกาจๆ!!!)
…………………………………………………………………………………………………………..

“คุณแม่”
“……………………………………………”
“ตื่นสิคะ
“……………………………………………”
“คุณแม่”
“อือ–”
“……………………………………………”
“ละ…ลูกรีย์!?…ลูกรักของแม่!!…เข้ามาให้แม่กอดหน่อย!!!…อา~~…แม่คิดถึงลูกจังเลย!!!!”
“…หนูถูกเข้าใจผิดเสียแล้ว”
“ไม่เป็นไรๆ…อย่าไปถือสาคุณยายเลยนะจ๊ะ…แม่เชื่อและเข้าใจทุกอย่างว่าลูกรีย์ไม่ใช่ผีสางอะไรสักนิด”
“แต่หากหนูเป็น…”
“ไม่ว่าลูกจะเป็นอะไรแม่ก็รักอย่างไม่เปลี่ยนแปลง!!…รักยิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง!!!…รักโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น!!!!”
“ขอบพระคุณค่ะ”
“แม่อยากจะกอดลูกอย่างนี้นานๆให้สมกับความคิดถึง…มาๆ…นั่งคุยกับแม่เถอะ”
“…………………………………………..”
“ดูสิ…ใบหน้าของลูกเกลี้ยงเกลาหมดจดแต่กลับมีรอยยิ้มที่ดูแล้วเศร้าๆ…ทำไมลูกรีย์ถึงเหมือนแม่ตอนเด็กจังนะ?”
“เพราะหนูเป็นลูกสาวของคุณแม่นี่คะ”
“ฟังกี่ครั้งๆแม่ก็ไม่เคยเบื่อประโยคนี้จริงๆนะว่าแต่ทำไมลูกถึงมาอยู่ที่บ้านคุณยายล่ะจ๊ะ?”
“อยากมาท่องเที่ยวเมืองเขลางค์นครกับอยากมาอยู่ใกล้ๆคุณแม่”
“แล้วไม่อยากอยู่ใกล้คุณพ่อหรือไงเอ่ย?”
“คุณแม่!”
“ฮะๆๆ…เข้าใจๆ…แม่เข้าใจลูกจ้ะ”
“………………………………………….”
“เอ่อ–…แม่อยากจะถามลูก”
“เรื่องผีเด็กผู้หญิงนัยน์ตาแดงก่ำใช่ไหมคะ?”
“เธอเป็นใครจ๊ะ?”
“………………………………………….”
“ถ้าลูกรีย์ไม่อยากพูดแม่ก็จะไม่บังคับ”
“เป็น…น้องสาวของหนูค่ะ”
“แต่ไม่ใช่ลูกของแม่สินะ?…น้องสาว…แปลว่าเธออายุน้อยกว่าลูก?”
“ค่ะ”
“ลูกรีย์ช่วยบอกแม่ทีเถอะว่าเด็กผู้หญิงที่อายุน้อยกว่าหนูแท้จริงแล้วนั่นคือ…”
“แม้หนูจะไม่พูดแต่คุณแม่ก็คงมีคำตอบที่ชัดเจนอยู่ในใจแล้วนะคะ”
“จริงหรือนี่?…เด็กผู้หญิงที่แกล้งหลอกคุณ…คุณยายก็คือหลานสาวของท่านและก็ลูกสาวของฝน”
“นิสัยใจคอนับว่าถอดแบบมาจากแม่หยาดฝนอย่างไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่นิดเดียวค่ะ”
“มิน่าถึงได้แกล้งหลอกคุณยายซะขวัญกระเจิงจนหนูต้องเข้ามาห้าม…แหม!…แม่ชักอยากจะเจอซะแล้วสิ”
“คงไม่ได้เพราะเธอไม่อยู่”
“อ้าว!?…ไปไหนล่ะจ๊ะ?”
“ไปหาแม่หยาดฝนค่ะ”
“งั้นแม่จะมีโอกาสได้เจอเด็กคนนั้นไหม?”
“มีโอกาสแน่นอนค่ะ…คุณแม่”
“จ๊ะ?”
“จงเก็บรักษาเหรียญทองดวงตะวันไว้ให้ดีนะคะเพราะนั่นเป็นสื่อกลางที่ทำให้เราทั้งสองสามารถติดต่อกันได้”
“ได้จ้ะได้!!…แม่จะไม่ยอมให้อยู่ห่างตัวเลย”
“ส่วนคุณพ่อ…”
“ทำไมหรือจ๊ะ?”
“อีกไม่นาน…”
“อะ…อีกไม่นาน…อีกไม่นานอะไร?…อื๋อ?”
“?”
“นี่มัน…ในรถ!?”
“ลูกแคทเป็นอะไรจ๊ะ?”
“…………………………………………”
“อุ๊ย!!…น้ำตาไหลด้วยนิ?”
“หนู…หนูฝันไป…ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณแม่”
“เหรอ?”
“ถึงไหนแล้วคะ?”
“เพิ่งจะออกพ้นตัวเมืองลำปางเอง…รถติดน่าดูเลย”
“…………………………………………”
“ป่านนี้พี่เอ็มคงฉุนขาดอยู่แน่ๆ…แม่อยากเห็นจัง…เนอะ?”
“…ค่ะ”
“พ่อของหนูนี่นับว่าก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันแฮะ…ฮิๆๆๆ”
“เมื่อกี้…ลูกรีย์ต้องการจะบอกอะไรเรากันแน่?…แม่จะรอโอกาส…โอกาสที่จะได้เจอกับลูกอีกครั้ง…นะ?”
……………………………………………………………………………………………………………………………………

“คุณแม่…”
“………………………………………………”
“เป็นท่าน…อีกแล้วหรือที่ขัดขวางเรา?”
“การแพร่งพรายชะตาชีวิตของใครออกไปให้ผู้อื่นรับรู้นั้นหาใช่สิ่งที่สมควรกระทำนะขอรับ…สุริยนนุจรินทร์”
“ผู้อื่นหรือ?…นั่นคือ…”
“บิดาแลมารดาของท่าน…มิว่าจะเป็นผู้ใดก็ผิดขอรับ”
“แต่หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้คุณพ่อก็จะ…”
“ต้องตาย”
“แล้วจะให้เรากับวสันตะนุจรินทร์ทนนิ่งดูดายอยู่ได้อย่างไรกันเล่า?”
“พวกท่านทั้งสองหรืออชินีสุราลัยมิอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ดอก…มิสู้ปล่อยให้เป็นธุระของเทพบดีแห่งกาลเวลาที่ผันแปรแลเทพบดีแห่งห้วงมิติที่ผกผันเล่า?”
“จะให้พวกเราเชื่อใจอุษณรัศมีกับสีตลรัศมีที่ครั้งก่อนก็เกือบจะลักพาดวงจิตของคุณพ่อไปซ่อนเร้นในห้วงมิติที่มิอาจคาดเดาว่าเป็นที่ใด…ท่านเห็นเราสองพี่น้องเป็นเด็กอมมือหรือ?…หัสดินเทวนาถ!!!”
“สุริยนนุจรินทร์เอย…ท่านกำลังเข้าใจพวกนางผิดอยู่นะขอรับ”
“!?”
…………………………………………………………………………………………………………………………………..

“ฮะๆๆๆ…ครั้งนี้ก็แพ้หนูอีกแล้ว”
“แฮ่กๆ…ยัย…ยัยหนูนี่~~…ทำไม…ทำไมวิ่งไวนัก?…ไล่เท่าไหร่…ก็…ก็ไม่เคยทันสักที!!”
“ฮิๆๆ”
“ฮึ!!…ฉะ…ฉันน่ะเรอะจะแพ้เด็กตัวกะเปี๊ยกเท่านี้?…ไม่ยอม…ไม่ยอมหรอก!!!”
“นั่นแน่ะ!!!…เล่นทีเผลอรึ?”
“มาให้จับตัวซะดีๆนะ!!!”
“ถ้าจับหนูไม่ได้ก็ไม่มีทาง”
“ไหนว่าเป็นลูกของฉันไง”
“ฮึฮื่อ~~…หนูพูดตอนไหนจ๊ะ?”
“ไม่!…ถึงไม่เคยพูดก็จริงแต่รูปร่างหน้าตาแบบนั้นมันคล้ายฉันตอนเด็กมากๆนี่!?”
“อยากรู้ล่ะสิ?…งั้นตามมา”
“จะ…จะไปไหน?…วิ่งอีกแล้ว!!…โธ่~~…ฉันเหนื่อยแล้วนะ!!!”
“………………………………………..”
“โอ้ย!!…รอด้วยยัยหนู~~”
“………………………………………..”
“อ้าว!?…หาย…ไปไหนแล้ว?”
“ไงลูก!!…ไปวิ่งเล่นถึงไหนมา?”
“เสียงนั่น!?”
“พ่อจ๋า~~”
“ระ…หรือว่า…”
“มาให้พ่ออุ้มหน่อยซิ…อึ๊ดช่า!!…นางฟ้าตัวน้อยของพ่อ”
“!!!!!!!!”
“วันๆเอาแต่วิ่งเล่นไปโน่นมานี่นะลูก…ไม่เหนื่อยบ้างเหรอ?”
“ก็หนูอยากเก่งเหมือนพ่อเร็วๆที่ไม่ใช่แค่วิ่งไวแต่ท่าเตะก็สุดยอดด้วยละ!!!”
“ห๊ะ!?…วิ่งไวเตะเก่งเรอะ?…เอ้ยๆๆ…จะเป็นไปได้ยังไงเล่า?…อ้อ!!…ถ้าเป็นเรื่องเกี้ยวสาวๆน่ะไม่เถียงหรอก”
“แหม~~…ลูกสาวคนเก่งชมพ่อซะตัวแทบลอยเลยเนี่ย”
“แต่ว่าที่สำคัญกว่านั้น…ตัวสูงขึ้นกับหน้าตาก็แลดูเป็นผู้ใหญ่…อืม–”
“ไม่หรอกจ้ะ…อีกไม่กี่ปีพ่อก็ตามจับพวกหนูไม่ทันแล้ว”
“ดูหล่อเหลาคมคายขึ้นเยอะเชียวละและหุ่นก็ไม่ผอมบางแต่รู้สึกขัดใจที่จะไว้หนวดทำไมหว่า?…ไม่ชอบเลย!!”
“อ๋า!!…เดี๋ยวนี้พ่อวิ่งแข่งชนะแม่ขาดลอยไม่ใช่เหรอ?”
“อึ่ย~~…แม่เค้าอ่อนให้พ่อต่างหาก–…เอาจริงๆพ่อวิ่งสู้แม่ไม่ได้เลย”
“ไม่จริงๆ…พ่อหนูเก่งที่สุดในโลก!!!…งั้นใช้บาทามรณะให้หนูดูหน่อยสิ”
“ว่า…ว่ายังไงนะ!?…บะ…บาทามรณะไม้ตายของเราน่ะเรอะ?…บ้าแล้ว!!!!…ไปหัดตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมเราไม่รู้?…อึ๊!!…อะไรนี่!?…ขยับตัวไม่ได้เลย!!!…ฮึ่ม~~”
“พ่อทำให้ดูหลายครั้งแล้วนี่?”
“ก็หนูอยากดูอีกอ่ะ!!…นะๆๆ…จะดูกี่ครั้งๆก็ไม่เบื่อเลย”
“อ่ะๆๆ…ก็ได้”
“เย้!!!”
“อีตาบ้านี่จะใช้บาทามรณะ…คิก!!…น่ารักซะจริงๆนะแต่ก็คงจะแค่แกล้งทำหลอกเด็กร้อก~~…มันเป็นกันได้ง่ายๆซะที่ไหน?…ขืนทำสุ่มสี่สุ่มห้ากล้ามเนื้อขาจะฉีกเอา”
“เอาล่ะนะ!”
“ค่า~~”
“ไม่มีทางๆ…กว่าเราจะใช้เป็นก็…”
“ฮ่าห์!!!”
“!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
“โอ๊ะ!?…พ่อเตะออกไปแล้วหรือ?…กี่ครั้งๆ?”
“สองครั้ง”
“ว้า!!…แม่น่ะเตะได้ตั้งเก้าครั้งแล้วไหงพ่อเตะแค่สองครั้งเองเล่า?”
“โธ่~~…พ่อก็แค่ครูพักลักจำแม่เค้ามาอีกที…เอ้า!!…กลับกันเถอะลูก…ป่านนี้แม่คงทำกับข้าวเสร็จแล้วมั้ง?…พ่อชักจะหิวล่ะ”
“จ้ะพ่อ!!”
“แม่ของหนูน่ะเก่งกว่าพ่อตั้งเยอะรู้มั้ย?”
“แต่หนูว่าในบ้านของเราไม่มีใครเก่งกว่าพ่อ”
“ฮะๆๆ…หนูอย่าไปพูดในบ้านเชียวนะเดี๋ยวพ่อจะโดน”
“……………………………………………….”
“……………………………………………….”
“ไม่อยากเชื่อถึงจะแค่สองครั้งแต่ก็ใช่บาทามรณะจริงๆ!!!…เตะเฉียงซ้ายและถีบขวาเข้ากลางอกที่เป็นท่าพิฆาตสุดท้าย…โห~~…มองไม่ทันเลยว่าออกท่าเตะไปตอนไหน!!!!…นี่เขาจะเก่งขึ้นถึงขนาดนี้เชียวหรือ?”
“……………………………………………….”
“อ๊ะ!!…หายไปไหนกันอีกแล้ว?…ปัทโธ่!!…ฉันยังมีคำถามตั้งเยอะตั้งแยะไปหมดเลยนะ~~…บ้าจังพ่อลูกคู่นี้นี่!!!”
“……………………………………………….”
“ใช่…ใช่แล้ว!!!…บอลคือพ่อส่วนเราก็คือแม่แล้วเด็กผู้หญิงคนนั้น…วี้ด~~…ลูกสาว!!!…เธอเป็นลูกสาวของฉันจริงๆด้วย!!!!…มิน่าเล่าทำไมถึงเหมือนกันซะขนาดนี้?…ฮ่าๆๆๆ…ครั้งหน้า…ครั้งหน้าแม่จะต้องจับตัวหนูให้ได้เล้ย!!!!”
“……………………………………………….”
“ฮะๆๆๆ…จับให้ได้ๆๆ”
“น้องนางหยาดฝน”
“ฮี่ๆๆ…เอ๊อะ!!!…พี่…พี่อ้อ!?”
“ฝันดีมากเลยหรือไงจ๊ะ?”
“ฝะ…ฝันงั้นรึ?”
“อื้ม!!…พี่เห็นน้องฝนหลับตายิ้มกริ่มเชียว”
“ไม่ใช่!!…ต้องไม่ใช่!!!”
“หือ?”
“จะต้องไม่ใช่ฝันค่ะ!!!…หนูฝันซ้ำๆกันมาตลอดฉะนั้นสักวันหนึ่งมันจะต้องกลายเป็นความจริงขึ้นมาอย่างแน่นอน!!!!”
“นี่น้องนางหยาดฝนพูดอะไรพี่เริ่มงงแล้วนะ…ฝันมิใช่ฝันอะไร?”
“เย้ๆๆๆ…เก่งกันทั้งพ่อทั้งลูกเลย~~…ยู้ฮู้!!!”
“เป็นอะไรของเขาน่ะ?…คือพี่จะมาบอกน้องว่าท่านป้าศรมรกตกับเอกคเชนทร์มาถึงแล้ว”
“จริงเรอะคะ?”
“กำลังจะเข้าไปที่โยนกบูรพาจ้ะ”
“ทำไมต้องไปที่นั่นแต่ไม่แวะโยนกอุดรก่อนนะเพราะอีกเดี๋ยวแม่กับพี่แคทก็จะตามมาถึงเหมือนกัน?”
“พี่ก็มิแน่ใจจ้ะแต่ดูอาจจะเกี่ยวข้องกับ…”
“ศิวะบัณฑิต…อีกแล้วเหรอ?”
…………………………………………………………………………………………………………………

“ไอ้บ้าๆๆ…กล้ามาลบเหลี่ยมคนอย่างฉัน!!!”
…ตั้งแต่คุยโทรศัพท์กับอาสนจบป้าเอ็มก็นั่งหน้าบึ้งตึงบ่นเป็นหมีกินผึ้งตลอดทางโดยข้างหน้ารถของเรามีรถนายตำรวจขับนำซึ่งหมายความว่าแผน “สวิงกิ้งลับสุดยอด” จึงมีอันต้องพับฐานลงไปโดยปริยาย…
“นายหญิงอย่าเพิ่งหงุดหงิดไปเลยค่ะ”
“ใช่ครับ…เอาไว้โอกาสหน้า”
“ฉันไม่อยากรอเลยจริงๆ…น่าโมโหเจ้าบ้านั่นนัก!!…มันทำเพื่อลูกสาวหรือเพื่อตัวเองกันแน่?”
“ป้า…ที่นี่…”
“หมู่บ้านโยนกบูรพาไง”
“หมอกเยอะจังครับ…ไม่ใช่เวลาเช้ามืดสักหน่อย”
“ที่นี่หมอกจะลงทั้งวันทั้งคืนจ้ะ…บางวันก็ไม่มีแสงแดดส่องลงมาถึงพื้นเลย”
(หมู่บ้านโยนกที่เหลืออีกสามไม่มีปรากฏการณ์แบบนี้…จะพูดว่าธรรมชาติบรรจงสรรสร้างก็คงไม่ผิด)
“นายหญิงคะ…นั่นคุณหนูรองค่ะ”
(ขนาดกลับมาที่บ้านพี่ม่อนก็ยังใส่ชุดนักศึกษากับห่มผ้าคลุมอีก!?)
“สวัสดีท่านแม่เจ้าค่ะ”
“ลูกจะไปไหนเหรอ?”
“โยนกอุดรเจ้าค่ะ”
“ให้ไปส่งไหม?”
“……………………………………………..”
(มองมาทางเรา!?)
“…ลูกคงจะมิรบกวนท่านแม่ดอก…ขอตัวเจ้าค่ะ”
“เอ่อพี่ม่อนครับ…สะ…สวัสดี”
“……………………………………………..”
(นิ่ง)
“สวัสดี…เป็นอย่างไรบ้าง?”
“หา?”
“เจ้าลืมคำพูดของเราไปแล้วหรืออย่างไร?”
“ไม่!!…ผมไม่ได้ลืม…ดี…ดีมากเลยครับ”
“……………………………………………..”
“……………………………………………..”
“เช่นนั้นพบกันครั้งหน้าเราจะขอถามเจ้าถึงความหมายของคำว่าดี”
…ยังทำตัวลึกลับได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายจริงๆนะสำหรับญาติสาวผู้พี่วัย 21 คนนี้แล้วผมจะได้มีโอกาสเห็นพี่ม่อนลืมตาขึ้นบ้างหรือเปล่าแต่ได้ยินว่าดวงตาของเธอไม่ปกติก็คงจะเป็นเรื่องยากน่ะสิและฝนเคยบอกว่าไม่สมควรไปเห็นด้วยเพราะอาจถูกสะกดจิตได้ง่ายๆ!?…
“ทำได้ดีนี่จ๊ะ”
“ครับ?”
“ป้าไม่นึกว่าจะพ่อบอลจะสนิทกับลูกม่อนได้”
“สนิท…แบบนั้นเรียกว่าสนิทแล้วหรือครับ?”
“ใช่…ลูกม่อนไม่เคยพูดทำนองว่าจะมาขอถามอะไรแบบนี้กับใครเลยสักครั้งเดียวนะ”
“นายหญิงพูดถูกแล้วครับ…สำหรับคุณหนูศรมุกดาแล้วผู้ชายก็ไม่ต่างอะไรกับอากาศธาตุหรือฝุ่นละออง”
“เมื่อกี้ศิยังอดแปลกใจไม่ได้ที่คุณหนูรองทักทายกับนายท่าน”
(แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะลดทัศนคติในแง่ลบที่มีต่อเราได้สักเท่าไหร่และประโยคที่ว่าบุรุษนั้นไซร้คือแมลงเราก็จดจำได้อย่างแม่นยำ)
“ถึงแล้วจ้ะ…นี่คือบ้านราศีกาญจนา”
“ใหญ่กว่าบ้านของพ่อซะอีก…นี่ขนาดว่าต่อเติมขยับขยายเยอะแล้วนะครับ”
“ก็คุณปู่กับคุณย่าพักอยู่ด้วยนี่นา”
“สร้างมานานแล้วสินะครับ?”
“จ้ะ…ก่อนพ่อบอลเกิดตั้งหลายปี”
“แต่ยังดูเหมือนใหม่อยู่เลยแฮะ…บรรยากาศก็ร่มรื่นจริงๆ”
“ฝีมือเซคน่ะ…เขาทำงานกลับมาเหนื่อยๆก็อยากจะให้สภาพแวดล้อมที่นี่รู้สึกผ่อนคลายมากที่สุด”
“อืม”
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะนายหญิงศรมรกต”
“พวกเธอทักทายว่าที่นายท่านคนใหม่ด้วย…คุณชายอันดับหก…เอกคเชนทร์ วิษณุมนตรี”
(โหย~~…ป้าเอ็มเรียกเราซะเต็มยศเชียว!!!…อ้าวๆ…บรรดาสาวใช้ต่างก้มหน้างุดกันหมดทุกคนเลย!?)
“ไม่ต้องเป็นทางการนักก็ได้ครับ…ทำตัวตามสบายเถอะ”
“คุณชายหกสั่งแน่ะ”
“จะ…เจ้าค่ะ”
“โธ่ป้าครับ!!…ผมกดดันนะนี่~~”
(ยิ่งไม่อยากให้บรรยากาศมันเครียดๆอยู่)
“โอ้โฮ!?…ห้องโถงกว้างชะ…เฮ่ย!!!”
“?”
“นายท่าน?”
“พ่อบอลเป็นอะไรไป?”
“นะ…นั่น…”
“ตายจริง!!…ป้าลืมบอกพ่อบอลไปว่าตรงนั้นมี…มันเป็นภาพสีน้ำมันที่เขียนไว้เมื่อสองปีก่อนน่ะ”
“ไม่แปลกหรอกครับที่นายท่านจะตกใจ”
“ใช่ค่ะ…ขนาดหนูอยู่ที่นี่มานานแต่พอเห็นทีไรก็รู้สึกขนลุกทุกที”
…เมื่อก้าวเข้ามาในบ้านสิ่งที่รอต้อนรับผมคือรูปภาพขนาดใหญ่สองบานที่ติดอยู่ตรงระเบียงบ้านชั้นบนซึ่งเป็นภาพครึ่งตัวของพี่เซคและพี่ม่อนที่ให้ความรู้สึกราวกับจะมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ!?…แต่ทว่า…มันช่างน่าเกรงขามกับกดดันอะไรอย่างนี้!!!!…ภาพของพี่เซคแต่งชุดสวมเสื้อกาวส์กำหมัดขวาอ้าปากหัวเราะร่าและดวงตาก็มีสีแดงก่ำดุจดังเลือดอันแสดงออกถึงความ “ทรงอำนาจ” และ “บ้าคลั่ง” ส่วนภาพของพี่ม่อนแม้สีหน้าจะเงียบสงบไม่ยิ้มหัวเราะหรือแสดงอารมณ์ใดๆแต่ก็น่าสะพรึงกลัวไม่ต่างกันคือดวงตาทั้งสองข้างของเจ้าหล่อนนั้นก็ลุกวาวเป็นสีแดงประดุจกองเพลิง…ผู้หญิงสองคนนี้เป็นมนุษย์ชนิดไหนกันแน่และจิตรกรที่วาดภาพนี่ก็ดูท่าจะจิตไม่ค่อยปกติด้วย!?…
(สรุปคือเราได้เห็นสมใจแล้วใช่มั้ย?)
“ขอต้อนรับสู่หมู่บ้านโยนกบูรพา…ฉันกำลังรอนายอยู่”
“………………………………………….”
“แล้วก็ยังมีคนที่อยากพบกับนายแน่ะ”
“ฮึ!!…มาจนได้”
“ใจเย็นๆค่ะนายหญิง”
(โอ้โห!?…ผู้หญิงผิวเข้มตาคมคิ้วหนาเค้าหน้าออกไปทางสาวแขกนี่เป็นใคร?…เอ้ยๆๆ…ทั้งเธอและคนติดตามที่เป็นหญิงล้วนต่างลงนั่งคุกเข่าคำนับให้ผู้ที่อาวุโสน้อยกว่าอย่างเราแล้วยังดึงมือไปแตะที่หน้าผากอีกด้วย!!!…นี่มันแสดงออกถึงความหมายอะไรกัน?)
“ดิฉันรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งค่ะที่ได้พบกับคุณชายเอกคเชนทร์ในวันนี้”
“คุณ…”
“ศิริรัศมี ศิวะบัณฑิตค่ะ”
“!!”
(ตระกูลที่มีฐานอำนาจอยู่ทางภาคใต้และมั่งคั่งร่ำรวยไม่ด้อยไปกว่าวิษณุมนตรีนั่นคือศิวะบัณฑิตแห่งตำบลศรีไตรตรึงษ์ในจังหวัดกระบี่…ใช่แล้ว…คุณย่าของเราก็เติบโตมาจากที่นี่)
“ผม…ผมก็ยินดีมากเช่นกันครับที่ได้พบกับคุณและทุกคน”
“คุณชายหกช่างสมกับที่ผู้คนต่างกล่าวขาน…สุภาพและอ่อนน้อมถ่อมตน”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับแล้วก็ยืนขึ้นเถอะ…มาคุกเข่าให้แบบนี้ผมรู้สึกไม่ค่อยดีเลย”
“นั่นคือวิถีปฏิบัติของศิวะบัณฑิตที่จะกระทำต่อแขกคนสำคัญหรือบุคคลที่พวกเขาให้การยอมรับอย่างสูง…นายควรจะรับรู้ไว้”
…แขกคนสำคัญก็ยังพอว่าแต่นี่ให้การยอมรับอย่างสูง!?…ผมไม่เคยเจอคุณศิริรัศมีมาก่อนแล้วเหตุใดจะต้องทำเช่นนี้ด้วย?…
“หึ!!…จะมัวพูดอ้อมค้อมยืดยาวไปทำไมกันเสียเวลาเปล่าๆ…พวกเธอต้องการอะไรถึงได้อุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงนี่ก็ว่าออกมาตรงๆเลยจะดีกว่ามั้ง?”
“คุณศิริรัศมีเป็นแขกของหนูนะคะ”
“แต่มันต้องเกี่ยวกับพ่อบอลหลานของแม่ด้วยใช่ไหมเล่า?”
“…………………………………………….”
“ว่าไงคุณศิริรัศมี?…ฉันพูดถูกสินะ”
“ค่ะ…ไม่ผิด…ดิฉันในฐานะตัวแทนของตระกูลศิวะบัณฑิตมาที่นี่เพื่อเยี่ยมเยียนอาการบาดเจ็บของคุณชายหกค่ะ”
“อ่า–…ขอบคุณมากๆครับ”
“นายท่าน…คุณพ่อของดิฉันได้ยินข่าวก็ตกใจมากรีบสั่งให้ดิฉันเดินทางมาเยี่ยมคุณชายหกเพียงแต่คราวที่แล้วคลาดกันไป”
“แหม่~~…หูตาช่างไวซะจริงๆอย่างกับมีใครบางคนแถวนี้คาบข่าวไปประเคนให้ถึงปาก”
“อ๋อม!?”
“ไงสามีของฉัน!!”
(ระ…เรียกสามีเลยเรอะ?)
“เพราะรู้ว่าพี่ชายอยู่ที่นี่หนูกับพี่อ๋อมถึงได้ยอมเข้าโยนกบูรพาทั้งที่ใจไม่คิดอยากจะย่างกรายมาเลยด้วยซ้ำ”
“แล้วดูรูปนั่นสิ…หลอกได้แค่เด็กอนุบาลเท่านั้นแหละเว้ย!!”
“จริงค่ะพี่…ไม่เห็นน่ากลัวตรงไหน”
“พวกเธอ…ถ้าจะมาก่อกวนก็ขอให้กลับไปซะ”
“หา!?…พี่เซคไล่แขกได้ไงเนี่ย?”
“แขกอะไรกัน?…น้องสาวนิสัยไม่ดีต่างหาก”
“วะ…ว่าไงน๊ะ!?…แม่จ๊ะ…ฟังที่พี่เซคพูดสิ”
“อย่าเพิ่งเถียงกันเองได้มั้ย?”
“เอ้าพูดมา!!…นอกจากมาเยี่ยมผัวของฉันแล้วพวกเธอต้องการอะไรอีก?”
“ผัว?”
“เออ!!…ก็ยืนอยู่ตรงหน้าเธอนี่ไง”
“อ๋อม”
“นายเงียบน่ะ!!”
“ในเมื่อคุณหนูห้าอยากรู้ดิฉันก็จะไม่ปิดบัง…คุณพ่อของดิฉันต้องการจะเชิญคุณเอกคเชนทร์ไปที่ตำบลศรีไตรตรึงษ์”
“เรียกว่าคำเชิญจากแดนใต้ซึ่งก็เป็นที่รู้กันว่าผู้ถูกเชิญไม่อาจจะปฏิเสธได้”
(มีธรรมเนียมปฏิบัติแบบนี้ด้วยเหรอ?)
“ใช่ค่ะ…แล้วในทางกลับกันหากมีคำเชิญจากแดนเหนือทางเราก็จะไม่บิดพลิ้ว”
“บ้าบอคอแตกสิ้นดี!!…ฉันไม่ให้บอลไปโว้ย!!!…มีอะไรมั้ย?”
“ใช่!!…มันจะมากเกินไปแล้ว…เคยถามพี่ชายสักคำว่าอยากจะไปหรือเปล่า?”
“จริงด้วย!…พ่อบอลก็ขาเป็นแบบนี้แล้วจะเดินทางสะดวกได้ยังไง?…ไกลก็ไกล…ฉันไม่ให้ไปแน่!!”
“ต่อให้เป็นคุณศรมรกตก็ไม่มีทางตัดสินใจแทนได้หรอกนะคะ”
“แล้วทีพวกเธอคิดเองเออเล่า?…พ่อบอลเพิ่งจะได้เจอวันนี้แท้ๆพวกเธอก็จะมาพาเขาไป…มีเยี่ยงอย่างที่ไหนกัน?”
“เอาล่ะค่ะๆ…ตอนนี้อย่าเพิ่งเถียงกันเลย…คุณแม่เพิ่งมาถึงก็พักผ่อนให้สบายใจสบายอารมณ์ก่อนดีกว่าแล้วจากนี้จะว่ายังไงก็ไว้ค่อยหารือกันใหม่”
“ไม่หารือใหม่อะไรทั้งนั้นแหละโว้ยยัยบ้า!!!”
“ถ้ายึดตามที่เคยทำกันมาผมก็จะต้องไปใช่ไหมครับ?”
“ฉันไม่ให้ไปนะ!!!”
“หนูก็ไม่ยอม!!”
“เดี๋ยวก่อน–…เธอสองคนอย่าเพิ่งโวยวาย”
“แต่ว่า…”
“ไปหรือไม่มันอยู่ที่ฉันคนเดียว…ไม่มีใครบังคับได้”
“…………………………………………….”
“เข้าใจนะอ๋อม…น้องป้อมก็ด้วย”
“ฮึ!…เออๆๆ”
“…ก็ได้ค่ะ”
“ขอโทษนะคะที่ดิฉันใจร้อนรีบบอกคุณชายหกแต่มันมีเหตุผลอยู่”
“ไม่เป็นไรครับเพราะช้าเร็วก็ต้องรู้อยู่ดี”
“ยู้ฮู่!!…มาแล้วจ้า~~”
…อานิภามาโยนกจัตุรัสด้วยหรือนี่แถมพี่แคทกับฝนก็ยังตามมาอีกต่างหาก!?…แหม่~~…ได้จังหวะเหมาะซะจริงจริ๊ง!!…วี่แววแห่งความวุ่นวายมันช่างเกิดขึ้นเป็นระลอกราวกับเกลียวคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งอย่างไม่จบสิ้นแท้หนอ?…
“เอ๋!?…พวกเรามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเอ่ย?…ไหงดูเคร่งเครียดกันจัง?”
“ฮึ่ย–…ยัยตัวยุ่งเอ๊ย!!”
“เมื่อกี้พี่เอ็มว่าไงนะคะ?”
“เปล่านี่”
“เอาะเหรอ?…โอเค!!…บอล…ลืมอะไรไปใช่มั้ย?”
“ลืม?”
“แม่นแย้ว!!…บอลลืมของสำคัญไว้อาก็เลยตามมาคืน”
(เอ่อ–…อย่าบอกนะว่าของที่เราลืมก็คือ?)
“เอ้า!!…รับไปซะสิ”
…ว่าแล้วไง!!!…อานิภาจูงมือลูกสาวทั้งสองแล้วพาเดินเข้ามาส่งให้…พี่แคทสบตาผมแว่บหนึ่งก็หันหน้าไปทางอื่นแสดงอาการไม่รู้ไม่ชี้ส่วนฝนเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พลางชำเลืองมองผมด้วยความเขินอาย…
“เก็บรักษาไว้ยิ่งกว่าชีวิตเลยนะไม่งั้นอาจะเอาเรื่องบอล…อ้อ!!…ไม่รับคืนด้วยนะจ๊ะขอบอก”
(ใครชอบพูดว่าเป็นคนมีเสน่ห์แล้วดูเท่ห์กับน่าอิจฉาขอให้ดูตัวอย่างตรงนี้ไว้เลย…มันช่างน่าปวดหัวที่สุด!!…อื๋อ?)
“……………………………………….”
“พี่เซค…เมื่อกี้…”
“มีอะไร?”
“……………………………………….”
“ฉันถามว่ามีอะไร?”
“…เปล่าครับ”
(เราว่าเมื่อกี้ตาไม่ฝาดไปเองนะที่เห็นพี่เซคสำแดงสุริยะโลหิตออกมาแว่บหนึ่ง…โธ่เอ๋ย~~…แค่นี้หล่อนก็ชังน้ำหน้าเราจะตายอยู่แล้ว!!!)
………………………………………………………………………………………………………………………………..

“พวกศิวะบัณฑิตจะเชิญพี่ชายไป…พี่สามคนจะว่าไง?”
“ไม่น่าถามเลยยัยตัวเล็ก…ใครจะยอมได้เล่า!!!”
“พวกมันจะได้รู้ถึงความน่ากลัวของฉัน…จะเอาให้จดจำไปจนวันตาย!!!”
“แต่ก่อนอื่นพี่มีคำถาม”
“อะไรคะเจ๊?”
“ทำไมจะเราต้องขึ้นมาหารือกันบนเขานี่แถมยังมานอนคว่ำล้อมวงเอาผ้าห่มคลุมหัวด้วย?”
“ก็เป็นการประชุมลับไงเล่ายัยเบ๊อะ!!”
“ต้นคิดคือยัยตัวกะเปี๊ยก…เจ๊มีปัญหาก็ให้มันตอบ”
“ฮื้อ!!…ไม่มีที่ไหนในโยนกบูรพาจะปลอดคนเท่าที่นี่แล้วค่ะพี่แคทก็อย่าสงสัยนักเลย…รู้ๆกันอยู่ว่าหูตาของพี่เซคมีอยู่เต็มไปหมดเพราะงั้นจะต้องรีบหารือแล้วแยกย้ายกันกลับให้เร็ว”
“โดยเฉพาะยัยซกมกแอบจิตหมายเลขสองไม่ชอบนุ่งกางเกงใน…เห็นหน้ามันเมื่อไหร่ฉันเป็นต้องอารมณ์เสียเมื่อนั้น”
“ไปๆมาๆพี่อ๋อมจะไปลงที่พี่ม่อนอีกละ!!…ไม่ได้เกี่ยวกันเล้ย~~…เรากำลังปรึกษากันเรื่องของบอลนะคะ”
“วุ้ย!!…เออๆๆ”
“หากบอลจะไปซะอย่างแล้วเรามีเหตุผลอะไรไปห้ามได้?…คำเชิญระหว่างสองตระกูลไม่เคยมีสักครั้งที่ฝ่ายใดจะบอกปัด”
“นี่สุรีย์พรรณ!…เธอก็รู้ว่าพวกนั้นมาที่นี่เพราะเหตุผลเดียวก็คือพาบอลไปแต่งเป็นเขยเข้าบ้านศิวะบัณฑิต…จะให้นิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อนได้งั้นเรอะ?”
“ตกลงพี่แคทรักหวงพี่ชายจริงหรือเปล่าเนี่ย?”
“คือ…”
“ถ้าเธอไม่รักบอลก็กลับไปซะแล้วอย่ามาทำตัวเป็นอีแอบอีก!!!”
“มะ…ไม่”
“แล้วตกลงรักหรือไม่รัก?”
“……………………………………….”
“โอ่ย~~…ก็พูดออกมาสิเว้ย!!…กลัวดอกพิกุลร่วงจากปากหรือไงยะ?”
“น่าๆๆ…เจ๊น่ะไม่บอกรักกับใครนอกจากบอลหรอกค่ะ”
“ฝน!!”
“อ้าว!?…นี่หนูช่วยพูดให้พี่น๊า!!”
“ฉันล่ะเบื่อพวกปากแข็งจริงๆ…ขนาดจับแม่ฉันมัดเพราะระแวงว่าจะไปหาบอลแล้วยังมีอะไรที่หล่อนไม่กล้าทำอีกวะ?”
“พี่แคทช่างกล้ามากนะคะ…ฮึฮื่อ!!!”
“เอาล่ะๆๆ…เรื่องอื่นเอาไว้ทีหลังแต่ตอนนี้เรื่องของบอลสำคัญกว่าแล้วเราจะเอายังไงกันดีคะ?”
“พี่เชื่อว่าบอลจะไม่ไปศรีไตรตรึงษ์เวลานี้เพราะขายังไม่หาย”
“ป้อมเห็นด้วยกับพี่อ๋อม”
“แล้วจะโน้มน้าวเขาได้ยังไง?”
“พวกเธอสองคนก็เริ่มกันไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“?”
“!?”
“หยาดฝนน่ะคุยกันรู้เรื่องแล้วแต่สำหรับสุรีย์พรรณ…ฉันจะมองข้ามความเป็นแมวขโมยของเธอไปก่อน…รอให้จัดการพวกบ้านใต้เสร็จแล้วเราค่อยมาสะสางกัน”
“……………………………………………”
“พี่แคท…พี่น่ะจะยอมให้พี่ชายจากไปไหนไกลๆหรือเปล่า?…พูดออกมาตรงๆเลย!!”
“ใช่…ที่นี่มีแต่พวกเราและต่างก็มีหัวอกเดียวกัน…รักผู้ชายคนเดียวกัน”
“เจ๊~~…ไม่ได้ให้บอกว่ารักสักหน่อย…พูดไปเลยๆ”
“คือพี่…”
“เอ้า!!…ว่าไงเล่า?”
“พี่แคทจะเป็นพวกเดียวกับเราหรือไม่ป้อมอยากรู้”
“ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งนายใหญ่หรืออะไรทั้งนั้นค่ะ…แสดงความจริงในใจของพี่ออกมา”
“พี่คง…จะเป็นผู้หญิงที่โง่ที่สุด…ถ้ายอมปล่อยเขาไป”
“เออ!!!…ก็แค่นั้นแหละ–”
“จริงด้วย!!…แล้วยังจะมัวอ้ำๆอึ้งๆอยู่นั่น”
“น่าๆๆ…นี่เจ๊ก็รวบรวมความกล้าสุดๆแล้วจ้ะ”
“แต่ทั้งสามคนรู้ไว้นะว่าพี่ไม่ได้ทำเพื่อบอลเท่านั้น”
“เธอทำเพื่อใครอีก?”
“นั่นสิคะ”
“ฝนก็นึกไม่ออกแฮะ”
“พี่ขอไม่พูดตอนนี้”
“หึ!…ก็ตามใจเพราะนั่นมันเป็นสิทธิ์ของเธอ”
“อย่างน้อยป้อมก็ได้รู้ว่าพี่แคทจะไม่มีวันคิดร้ายกับพี่ชายแน่”
“หนูก็พลอยสบายใจเพราะต่อไปจะไม่ต้องมัวหลบๆซ่อนๆ…คิๆๆๆ”
“เอ้ย!?…พี่ฝนหมายความว่าไงพูดให้เคลียร์นะคะ!!!”
“ไม่บอกเฟ้ย!!”
“กี๊~~”
“หนวกหูว่ะ!!…เดี๋ยวยัยซกมกแอบจิตหมายเลขหนึ่งชอบโนบราก็รู้จนได้หรอก”
“พูดถึงพี่เซค…ไม่รู้เธอคิดจะทำอะไรหรือเปล่า?”
“ซี้กันขนาดนั้นพี่แคทจะไม่รู้เชียวหรือ?”
“สาบานได้ว่าพี่ไม่รู้จริงๆ”
“ฉันไม่เคยไว้ใจยัยจิ้งจอกเจ้าเล่ห์นี่…ที่ผ่านมามันไม่เคยอนุญาตให้คนที่เกลียดขี้หน้าย่างกรายเข้าโยนกบูรพาแม้สักก้าวเดียว”
“ฝนก็ว่ามันแปลกอยู่ค่ะ”
“คาดเดาไม่ออกจริงๆแฮะว่าตาต่อไปพี่เซคจะเดินหมากตัวไหนมา?”
“ถ้าฉันเป็นมัน…ฮึ!…เรากำลังโดนแอบฟังแน่ะ”
“………………………………………………”
“………………………………………………”
“………………………………………………”
“ใคร?”
“แย่แล้ว!!”
“หนีไม่รอดหรอก…อย่าฝันเลย!!!”
“กล้ามากนะ…หยุดเดี๋ยวนี้ไม่งั้นเข็มของฉันเสียบทะลุอกแน่!!!”
“จับตัวได้แล้ว!!”
“ได้…ได้โปรด…อย่าทำอะไรหนูเลยเจ้าค่ะ”
“เธอ…สาวใช้ในบ้านพี่เซคนี่”
“จริงด้วยค่ะพี่แคท…ฝนก็จำได้”
“ยัยบ้านั่น!!…มันไม่ปล่อยพวกเราให้คลาดสายตาจริงๆ”
“เอ้า!!…สารภาพบาปมาซะดีๆนะว่ามาแอบฟังเราทำไม?…ไม่งั้นฉันเอาเข็มจิ้มตูดเธอเป็นรูจริงๆ!!!”
“อี๋~~”
“เร้ว!!”
“เจ้าค่ะๆ…หนูบอกแล้ว…คุณหนูใหญ่…สั่งให้หนูคอยติดตามคุณหนูทั้งสี่…พอ…พอรู้อะไรแล้วให้รีบกลับไปรายงาน”
“หนอย!!…มีใครจะอุตริทำอย่างมันบ้างวะ?…ยัยศรเพทาย…เธอจะลองดีกับฉันสินะ!!!”
“พี่เซคยังสั่งอะไรเธอมาอีกพูดให้หมด!!”
“ปละ…เปล่าเจ้าค่ะ!!…มีเพียงเท่านี้จริงๆเจ้าค่ะ”
“นึกว่าฉันจะเชื่อหล่อนเรอะ?…เข็มนี่ยาวตั้งคืบเชียว…จิ้มซะเลยดีไหมน้อ?”
“ว้าย!!”
“พอเถอะๆ…ปล่อยเธอไป”
“เอ๊ะ?…แต่ว่าเจ๊”
“บังอาจมาแอบสืบความเคลื่อนไหวของเราแบบนี้จะปล่อยไปได้ไงคะพี่แคท?”
“อ๋อ~~”
“อ๋อมก็รู้แล้วสิ”
“อืม–…ปล่อยไปเหอะ”
“พี่อ๋อม…จะดีเหรอคะ?”
“เออ!…ให้กลับไปรายงานต่อเจ้านาย…เอาให้ครบถ้วนทุกถ้อยคำอย่าตกหล่นเชียวนะ”
“ฮื่อ~~…ไปซะก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ!”
“……………………………………………”
“ไหนบอกฝนมาซิว่าเจ๊รู้อะไร?”
“ไม่เป็นวิชาการต่อสู้อะไรสักอย่าง…แค่สาวใช้ธรรมดาๆแต่พี่เซคสั่งให้มาแอบฟังพวกเรา…ไม่คิดว่ามันตลกไปหน่อยเหรอฝน?”
“อืม–…จริงด้วยค่ะ”
“ถึงว่าสิ…ป้อมได้กลิ่นน้ำอบที่ไม่ใช่ของเราสี่คนโชยมาใกล้…คิดไปคิดมาก็ยังนึกแปลกใจตะหงิดๆว่าเอามือสมัครเล่นมาแอบฟังพวกเราซะงั้น”
“นั่นก็คือยัยศรเพทายรู้ดีอยู่แล้วว่าสาวใช้ที่ส่งมาจะต้องถูกพวกเราจับได้”
“แต่ก็ยังใช้ให้มา”
“เพื่อมีจุดมุ่งหมายอะไรฝนไม่เข้าใจเลยสักนิด”
…………………………………………………………………………………………………………………..

“เรียกผมมานี่มีอะไรหรือครับ?”
“เชิญนั่ง”
(พี่เซคจะมาไม้ไหนอีก!?)
“ไม่เป็นไรครับ…พี่รีบพูดธุระมาเถอะ”
“สภาพนายตอนนี้จะยืนคุยกับฉันเหรอ?…มันไม่เข้าท่ามั้ง…กินของว่างนั่งคุยไปด้วยดีกว่านะ”
“…………………………………………..”
“เอ้า!…นี่เป็นชารสชาติดีจากศรีลังกา”
“…………………………………………..”
“ไม่ได้ใส่อะไรลงไปทั้งนั้นน่า!…ฉันดื่มให้ดูก่อนก็ได้”
…อืม–…พี่เซคดื่มให้เห็นก่อนแล้วก็คงจะไม่มีอะไรแอบแฝงผมจึงยอมดื่มชาที่เธอคุยว่ารสชาติดี…เออ!!…กลิ่นหอมรสละมุนชุ่มคอดีแฮะ…ช้าก่อน!!!…ผมจะไม่ประมาทญาติสาวผู้พี่วัย 26 ปีตรงหน้านี้เพราะของกินแน่!!!…
“ทานขนมด้วยสิ”
“ไม่ดีกว่าครับ”
“ระวังตัวแจเชียวนะ”
“ก็คิดว่าคนที่อยู่ตรงหน้าผมนี่เป็นใคร?”
“เป็นใครรึ?”
“ศัตรู”
“โฮ่~~…ขนาดนั้นเลย?”
“เพราะฉะนั้นผมจะไม่ยอมเสียเวลานักหรอกครับ…ขอตัว”
“เดี๋ยว”
“?”
“นายคิดว่าตัวเองฉลาดใช่มั้ย?”
“ผมเปล่า”
“งั้นนายก็โง่น่ะสิ”
“ว่าไงนะ?”
“แถมโกรธง่ายด้วย…ระวังยาจะออกฤทธิ์เร็วขึ้นล่ะ”
“!!!!!!”
“ในน้ำชาน่ะไม่มีอะไรหรอกแต่มันอยู่ที่แก้วต่างหาก”
“พี่เซค!!!!…ผมไปทำอะไรให้พี่แค้นเคืองนักหนาถึงได้ทำกันถึงขนาดนี้?”
“ใจเย็นๆ”
“เอายาอะไรให้ผมกินห๊ะ?”
“ฮะๆๆๆๆๆๆ…นายนี่มันหลงเชื่ออะไรง่ายจังเลย”
“หมายความว่าไง?”
“ฉันว่านายคงจะดูละครมากไปหน่อย…ไม่ละ!!…ฉันไม่ใช้วิธีปัญญาอ่อนแบบนั้นหรอก…ชาที่นายดื่มไม่มียาพิษและที่แก้วก็ไม่มีด้วย”
“หลอกผมเหรอ?”
“ฉันแค่หยอกนายเล่นเฉยๆ”
“นิสัยเสียนะครับ!!!”
“หึๆ…นั่งลงก่อน…เรายังไม่ได้คุยธุระกันเลย”
“…………………………………………….”
“หรือว่า…กลัวจนใจฝ่อซะแล้ว?”
“ฝันซะเถอะ!!”
“ดี…ดีๆๆ…ไหม…เอาน้ำผลไม้มาให้บอลซิ”
“เจ้าค่ะ”
“ไหมทำเองเชียว…ดื่มแล้วก็ติชมมั่ง”
“เชิญคุณชายหกเจ้าค่ะ”
“…ครับ”
“เป็นไง?”
“อร่อยดีครับ”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”
(อื๋อ!?…เมื่อกี้คุณไหมหน้าแดงขึ้นหรือเปล่า?)
“เชิญตามสบายนะ…ขนมบนโต๊ะนี่นายกินได้ทุกอย่าง”
…ผมไม่รู้หรอกว่าพี่เซคจะมีลูกเล่นอะไรมานำเสนอแต่เชื่อว่าเธอคงไม่กล้าเล่นงานผมตราบใดที่ป้าเอ็มและทุกๆคนอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย…อะไรเนี่ย?…หยิบขนมใส่จานส่งให้ผมด้วยหรือ?…เอ–…ชักจะไม่ชอบมาพากลซะแล้วแต่ผมก็ยังทำตัวเป็นปกติ…
“หึ!!”
“?”
“พี่เซคมาทำดีด้วยแบบนี้ผมบอกตรงๆครับว่า…กลัว…ไม่ใช่กลัวธรรมดาด้วย…หวาดระแวงเลยล่ะ!!!”
“แสดงว่าที่ผ่านมาฉันร้ายกับนาย?…ผิดแล้ว…ฉันเมตตานายมากนะ…เหมือนลูกเจี๊ยบในกำมือไง”
(มองหน้าเราพลางกำมือบีบแน่นบ่งบอกถึงความเหี้ยมเกรียมของจิตใจ…ผู้หญิงคนนี้อันตรายเกินไปแล้ว!!!!)
“ตกลงพี่มีธุระกันแน่?”
“ฉันก็แค่อยากรู้ว่านายจะตอบรับหรือปฏิเสธคำเชิญของศิวะบัณฑิต”
“เฮอะ!!!…คงอยากให้ผมไปซะพ้นๆจนตัวสั่นแล้วสินะครับ”
“ใช่”
(นัง…นังผู้หญิงคนนี้!!!)
“ผมคิดว่าพี่เซคไม่จำเป็นต้องรู้”
“จะบอกว่าฉันเสือกเรื่องของนาย?”
“พี่พูดเองนะครับ”
“คิกๆๆๆ…พูดตรงๆแบบนี้สิดี…ฉันชอบ…”
“……………………………………………”
“ไอ้เคี่ยม!!!…ฉันอุตส่าห์พูดดีด้วยแต่ดูท่าหูของแกจะไม่ชอบสิท่า?”
(ตกใจแทบจะหงายหลังร่วงเก้าอี้เลยโว้ย!!!!…จู่ๆลูกพี่ลูกน้องสาวผู้บ้าอำนาจก็แผดตะวันเลือดใส่หน้าเราอย่างไม่ให้ทันตั้งตัว)
…………………………………………………………………………………………………………………………

…ตัวอย่างในตอนหน้า…ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ตอนที่ 87 “ลักพาตัว!!!…เผด็จศึกนางพญาเสือ!?”

“เมื่อสักครู่คุณหนูใหญ่พูดว่าจะมิใช่แผน…ปัญญาอ่อน…แล้วเหตุใดจึงจะใช้วิธีนั้นซึ่งก็หาได้ต่างกันเลย?”
“ขนาดเธอยังเชื่อก็แสดงว่าแผนนี้จะต้องได้ผลอย่างแน่นอนฉะนั้นคนที่ดีแต่ตีหม้ออย่างเจ้านั่น…เสร็จ!!!”
“หากนายหญิงทราบจะต้องมิพอใจเป็นแน่…ยังพอมีเวลาให้คุณหนูใหญ่ไตร่ตรองอีกครั้งนะเจ้าคะ”
……………………………………………
“ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกันแต่เรามาถึงที่นี่แล้วยังจะถอยหลังกลับได้หรือเปล่านะ?”
“เข้าไปสิคะพี่ชาย…หนูไม่อยากให้เรามาอยู่ตรงนี้นานๆหรอกเดี๋ยวคนของพี่เซคมาเห็น”
“นะ…นั่นสิ…ถ้าแม่คนนั้นรู้ล่ะจะเกิดเรื่องใหญ่”
…………………………………………….
“นี่เป็นความลับที่ไม่สมควรจะให้ผู้ชายรู้และโดยเฉพาะไอ้เคี่ยมน้ำเค็มนั่นต้องห้ามเด็ดขาดเลย”
“ซึ่งมันคือจุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวของคุณหนูรอง”
“จะจีบยัยม่อนน่ะเรอะง่ายนิดเดียว?…แค่ป้อนคำพูดหวานๆกับรุกถึงเนื้อถึงตัวเด็กนั่นก็หน้าแดงก่ำแล้ว…ชิ!!”
…………………………………………………………………………………………………………………

Share the Post:

Related Posts

ลองเปลี่ยนรสชาติ ไปเย็ดเมียชาวบ้านบ้างเพื่อความเสียว

เรื่องเสียว ลองเปลี่ยนรสชาติ ไปเย็ดเมียชาวบ้านบ้างเพื่อความเสียว การแต่งงานคือสิ่งที่เรียกว่าบริบูรณ์จริงหรือ ผมถามตัวเองด้วยคำพูดนั้นตั้งแต่เริ่มจดทะเบียนสมรสได้ราว ๆ 1 ปี มันเป็นความรู้สึกที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ ข้อบังคับมากมาย เหมือนผมแทบจะไม่เป็นตัวเองเลย ทั้งที่ก่อนเราจะแต่งงานกัน ชีวิตมันเต็มไปด้วยอิสระที่ผสมผสานเอาไว้ด้วยช่วงเวลาที่เรามีร่วมกัน ถึงอย่างนั้นแล้ว ทุก ๆ อย่างมันก็กลายเป็นความสมบูรณ์แบบเกิดไป ผมเคยคิดว่าผมจะรักเมียคนนี้ เย็ดเมียคนนี้ไปจนกว่าจะไม่มีแรง แต่ผ่านมาแค่ปีเดียว

Read More

เมาไม่รู้ตัว เลยโดนจับเย็ดไม่รู้เรื่อง

เรื่องเสียว เมาไม่รู้ตัว เลยโดนจับเย็ดไม่รู้เรื่อง เรื่องเล่าเสียวที่จะถูกบอกต่อกันวันนี้ เป็นเรื่องราวของหนุ่มน้อยวัย 19 ปี เขาชื่อว่า “ไอ้ยอด” ไอ้ยอดเป็นเด็กหนุ่มจากต่างจังหวัด ย้ายเข้ามาทำงานที่เขาใหญ่ตามครอบครัว แต่ด้วยรูปแบบงาน ทำให้เขานั้นต้องมาอยู่ที่ห้องพักพนักงานของที่ทำงานตัวเอง ผมเป็นคนที่รับฟังเรื่องราวของมัน ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของผมเอง ก็เลยอยากจะเอามาบอกต่อ เพราะว่าส่วนตัวเป็นคนที่ชื่นชอบเรื่องเสียวอยู่แล้วครับ ผมชอบชักว่าวกับการได้อ่านประสบการณ์เสียวของคนอื่น ๆ ไปด้วย

Read More