อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 3 บทลงโทษ Part 2

อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 3 บทลงโทษ Part 2
โดย Kamen Rider V-3

ร่างของหนิงทรุดฮวบลงนอนหงายลงกับพื้น ด้วยอำนาจของภูตแห่งปลัดขิก

ป๊อดใช้สองมือแบะกลีบทั้งสองของหนิงให้เปิดอ้าออก แล้วแหย่ปลายลิ้นจี้เข้าไปที่ติ่งเสียวพร้อมกับหมุนวนอยู่ไปมา
ป๊อดพึ่งรู้ว่า รสชาติของมันไม่สามารถเปรียบได้กับรสอาหารที่เคยกิน แต่มันเหมือนกับได้เติมเต็มความต้องการ
ทางอารมณ์ของเขา ทั้งกลิ่นและรสชาติยิ่งได้สัมผัสก็ยิ่งอยากรับรู้เพิ่มขึ้น จนเขาเคลื่อนไหวลิ้นและปากของเขา
ไปตามความต้องการในส่วนลึก โดยไม่ต้องการคำชี้แนะจากน้าขิกอีก

ร่างของหนิงกระตุกขึ้นทุกครั้งที่ปลายลิ้นของป๊อดลากผ่าน คิ้วทั้งสองของเธอขมวดแน่นเข้าหากันยิ่งไปกว่าเดิม
ปากของเธอเผยออ้าออก ระบายความรู้สึกแปลกใหม่ที่พึ่งเคยได้รับ ที่ผ่านมาแม้ว่าเธอจะได้เคยสัมผัสมันด้วยตัวเอง
มาบ้างในตอนอาบน้ำ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกวูบไหวเหมือนเช่นในตอนนี้ และยิ่งปลายลิ้นของป๊อดตวัดเข้ามา
สัมผัสหลายๆครั้งเข้า ความรู้สึกวาบหวิวนั้นก็ยิ่งชัดขึ้น มันทำให้เธอเสียวซ่านจนต้องถึงกับเกร็งหน้าท้อง
ความเสียวนั้นแล่นพุ่งขึ้นมาเป็นระลอก และเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นทุกครั้ง ลมหายใจของเธอเริ่มกระชั้นถี่
และขาดหายเป็นช่วงๆ จนเธอเริ่มปล่อยเสียงครางออกมาเบาๆอย่างลืมตัว และกลับกลายเป็นดังขึ้นเรื่อยๆ

“โอ๊ะ………..ซี๊ดดดดด……ฮ้าาาา……………….ซี๊ดดดดดดดดดด…….ฮ้าาาา……”

เสียงครางของหนิงยิ่งทำให้ป๊อดมีความมั่นใจมากขึ้น เขาเม้มริมฝีปากเข้าที่ติ่งเสียวของเธอ
แล้วดูดอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังขึ้น

“ซู๊ดดดด………..ซู๊ดดดดด…………ซู๊ดดดดดดดด………..ซู๊ดดดดด…….”

พร้อมกันนั้นเอง สะโพกของหนิงก็แอ่นขึ้น นิ้วเท้าทั้งสองของเธอหยิกเกร็ง แล้วส่งเสียงร้องดังออกมา

“อ๊ายยยยย…………..อ๊ายยยยยยยยยยยย……….อูยยยยยยยยย………..อ๊ายยยยย…….”

ภูตแห่งปลัดขิกเห็นว่าป๊อดมีความก้าวหน้าในเชิงรัก ก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างพอใจ

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ……ให้มันได้อย่างนี้ซิวะไอ้หนู……ไอ้นี่เอาจริงๆก็ไม่เบาเหมือนกัน
เล่นซะนังนี่แฉะเยิ้มไปเลย..ฮ่าๆๆๆๆ…”

ป๊อดเห็นหนิงแอ่นสะโพกลอยขึ้นจากพื้น จนเนินเนื้อของเธอเพิ่มความโคกนูนขึ้นอีก เขาก็ยิ่งตาพองโต
ด้วยความหมั่นเขี้ยว สองมือของป๊อดสอดเข้าใต้สะโพกงอนงามของหนิงให้นิ่งค้างไว้ แล้วชอนไชลิ้นของเขาเข้าไป
ในร่องหลืบของเธอ สลับกับการดูดติ่งเสียวอย่างถนัดถนี่

“แผล็บ…..แผล็บ…..แผล็บ…..แผล็บ……ซู๊ดดดด……ซู๊ดดดด……ซู๊ดดดด……ซู๊ดดดด….”

หนิงถึงกับดิ้นพล่าน ส่ายสะโพกร่อนไปมา แต่ใบหน้าของป๊อดก็ตามติดไปทุกการเคลื่อนไหวของหนิง

“อ๊ายยยย……อ๊ายยยยย…..อ๊ายยยยย…..อ๊ายยยยย…..อ๊ายยยยย….พอ…พอ….แล้ววววววววว
อูยยยยย……ซี๊ดดดดดด………….อูยยยยยยยย…….ซี๊ดดดดดดดด………อ๊ายยยยยยยย………
อ๊ายยยย………………พอ..พอ….เถอะ……ไม่….ไม่ไหวแล้ว………..อูยยยยยย……..”

ยิ่งป๊อดเห็นหนิงร้องครวญคราง และดิ้นพล่านไปด้วยความเสียว เขาก็ยิ่งสะใจ ยิ่งทั้งดูดทั้งคว้านทั้งเลียเร็วขึ้นอีก

“โอ้ววววว……ไม่….ไม่ไหวแล้ว……พอ…พอ…ก่อน….จะฉี่แตกแล้ว……โอ๊ะ….อู้วววว….โอววววววว……”

และในที่สุด ร่างของหนิงก็แอ่นขึ้นจนสุดตัวแล้วค้างนิ่ง จากนั้นก็ทิ้งตัวลงแล้วสั่นกระตุกไปทั้งร่าง
ดวงตาของเธอหรี่ปรือ พร้อมกับผ่อนลมหายใจยาวออกมาอยู่สองสามครั้งแล้วปิดตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน

“ฮ่าๆๆๆๆๆ…….เอาซะเยี่ยวแตกเลยเหรอวะไอ้หนู………ฮ่าๆๆๆๆๆ………..เอ็งเก่งว่ะ….ฮ่าๆๆๆๆ….”

ภูตแห่งปลัดขิกส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างพอใจอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าป๊อดสามารถทำให้หนิงเสร็จคาลิ้นของเขา

หนิงรู้สึกว่าความซ่านเสียวที่ได้รับจากปากของป๊อดนั้น มันช่างถาโถมจู่โจมเข้ามาจนเธอหายใจแทบไม่ทัน
มันเป็นความรู้สึกใหม่ที่เธอพึ่งเคยพานพบ แม้ว่าเธอจะไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะให้ป๊อดกระทำกับเธอ
แต่เธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เธอมีความสุขเป็นอย่างมาก เป็นความสุขที่แล่นพุ่งขึ้นมาจากภายใน
แล้วระเบิดออกมาจนแผ่ซ่านไปทั่วร่างของเธอ ร่างของเธอสั่นกระตุกโดยไม่สามารถจะควบคุม
และปลดปล่อยทุกอย่างคล้ายกับได้เลื่อนลอยหายไปในที่เวิ้งว้าง

จนมารู้สึกตัวอีกครั้ง เธอก็รู้สึกว่ามีบางสิ่งกำลังจะล่วงล้ำเข้าในร่างกายของเธอ เธอจึงลืมตาขึ้นมองดู
ก็เห็นว่าป๊อดกำลังจับควยถูไถบริเวณร่องหลืบของเธอ และกำลังจะดันเจ้าแท่งนั้นให้ผลุบหายลงไป
ท่ามกลางเสียงร้องห้ามจากแม่ของเธอ

“อย่า….อย่านะไอ้ป๊อด…..มึงอย่าทำลูกกูนะ…..อย่านะ…….”

ป๊อดกำลังมีความต้องการเป็นอย่างมาก หลังจากที่ใช้ลิ้นส่งหนิงขึ้นสวรรค์ไปแล้ว แต่ตัวเขาเองยังคงรู้สึกงุ่นง่านอยู่
เขาต้องการที่จะปลดปล่อยมันกับเรือนร่างอันสวยงามของหนิงที่นอนรอท่าเขาอยู่เบื้องหน้านี้

“เฮ้ย…..ไอ้หนู….ข้าว่าเอ็งหันมาล่อแม่มันก่อนดีกว่า เอ็งยังไม่เคย…อีหนูนั่นก็ยังไม่เคย..เดี๋ยวมันจะจบไม่สวยนา
เอ็งมาฝึกกับแม่มันก่อนดีกว่า อีนังแม่นี่ข้าว่า มันน่าจะเป็นครูที่ดีเลยล่ะ”

ป๊อดได้ยินเสียงน้าขิก ก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งและผละออกจากร่างของหนิง หันมายังร่างของวิไลที่ถูกควบคุม
ให้นอนแผ่หากลางพื้นห้อง แล้วเพ่งมองใบหน้าวิไลอย่างเต็มตา แล้วนึกอยู่ในใจว่า

“ดีเหมือนกัน ด่ากูดีนัก กูจะดูซิว่าถ้ามึงได้เด็กอย่างกูเป็นผัว มึงยังจะกล้าด่ากูอีกไหม”

แล้วป๊อดก็ตรงเข้าถอดยกทรงออกจากร่างของวิไล แล้วตามติดด้วยซับในตัวน้อย ที่ถูกรูดออกไปทางปลายเท้า
ท่ามกลางเสียงด่า และห้ามปรามของวิไลอยู่ตลอดเวลา จนในที่สุดวิไลก็เหลือเพียงร่างเปลือยเปล่า นอนแผ่หราให้ป๊อด
ใช้สายตาพิจารณาดูทุกส่วนสัดอย่างเต็มตา

ทรวงอกของวิไลถึงแม้จะไม่ชูชันเป็นกระเปาะเหมือนของหนิง แต่ก็ยังไม่หย่อนคล้อย หัวนมของวิไลมีสีแดงเข้มตัดกับเนิน
เต้าที่ขาวผ่อง ป๊อดไล่สายตาเลื่อนลงมาแล้วจ้องเนินเนื้อที่มีขนสีดำปกคลุมอย่างรกครึ้ม มันมีขนาดใหญ่จนป๊อด
ถึงกับจ้องมองนิ่งอย่างสนใจ ในขณะที่วิไลเบือนหน้าหลบไปทางอื่นด้วยความเจ็บแค้นและอับอาย

มือหนึ่งของป๊อดเอื้อมไปลูบไล้ทรวงอกของวิไลข้างหนึ่ง แล้วใช้สองนิ้วบี้หัวนมของวิไลไปมา อีกมือหนึ่งวางลงบน
เนินเนื้ออันกว้างขวางและรกครึ้มของวิไล ตอนนี้ป๊อดรู้แล้วว่า เขาจะต้องสัมผัสส่วนไหนของผู้หญิง ดังนั้นนิ้วมือของป๊อด
จึงทาบลงบนรอยผ่ากลางเนินเนื้อของวิไลแล้วกดให้จมหายลงไปในทันที

วิไลเริ่มปลงต่อชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเเอง เธอปิดตาลงทำใจไม่รับรู้ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นกับเธออีกต่อไป

ปล่อยให้ป๊อดใช้มือข้างหนึ่งคลึงเค้นหน้าอกของเธออย่างมันมือ ส่วนอีกข้างหนึ่งก็ล้วงควานลงไปในร่องหลืบของเธอ
โดยไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาจากปากของเธออีก

ตั้งแต่วิไลได้รับการตบแต่งจากเถ้าแก่เจียง ให้มาเป็นเมียคนที่สองในบ้าน เธอเองก็ไม่ค่อยมีความสุขในเรื่องบนเตียงนัก
เนื่องจากเถ้าแกเจียงเป็นคนบ้างาน มักจะเข้านอนในเวลาที่ดึกมาก ซึ่งส่วนใหญ่เธอก็ได้หลับไปแล้ว และหากเถ้าแก่เจียง
มีความต้องการแกก็คร่อมร่างของวิไล แล้วสอดใส่ทันที จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาทำไปจนเสร็จ โดยปล่อยเธอค้างเติ่ง
อยู่กลางทางเกือบทุกครั้ง

แต่มาวันนี้ วิไลกลับเจอเด็กหนุ่มคราวลูก ใช้มือจู่โจมจุดสำคัญของเธอถึงสองจุดพร้อมกัน มันเพียงแต่ใช้นิ้วมือบี้บดในจุด
ที่อ่อนไหวต่อความรู้สึก ความต้องการที่ซ่อนอยู่ภายในตลอดมาของเธอก็เริ่มเรียกร้อง แต่เธอก็พยายามสะกดกลั้นมันไว้

“ก้าวหน้า…….เอ็งนี่เรียนรู้ไวจริงๆ……..ไหนเอ็งลองทำให้นังนี่จิ๋มแฉะให้ข้าดูหน่อยซิ”

ป๊อดเริ่มมีความมั่นใจในตัวเอง และกำลังมีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ พอได้ยินคำท้าจากน้าขิก
เขาจึงเลื่อนใบหน้าลงมาที่หว่างขาของวิไล แล้วจับเรียวขาทั้งสองของเธออ้ากว้างออก จนกลีบเนื้อที่เต็มไปด้วยขนของวิไล
แย้มเปิด มองเห็นเนื้อในสีชมพูในร่องหลืบอย่างชัดเจน

ป๊อดมองมันอย่างหมั่นเขี้ยวแล้วก้มลงใช้ปลายลิ้นลากกวาดร่องหลืบของวิไลอย่างช้าๆ แล้ววนกลับมาทำซ้ำอีก
รอบแล้ว รอบเล่า จนนิ้วมือของเขาที่สอดเข้ามาแบะแคมของเธอเริ่มรู้สึกถึงเมือกลื่นที่ออกจากร่องเหลือบของวิไล

วิไลทำทีเหมือนไม่รู้สึกอะไร แต่ที่จริงแล้ว เธอก็ยอมรับกับตนเองว่าลิ้นของป๊อดมันช่างวิเศษนัก เธอเองแม้มีอายุ 35ปีแล้ว
ก็พึ่งเคยถูกผู้ชายใช้ปากกับเธอครั้งนี้เป็นครั้งแรก ตาของเธอปิดอยู่ แต่ปากของเธอเริ่มเผยอและปลดปล่อยลมหายใจ
ออกทางปากเป็นระยะ

แต่แล้วเธอก็ต้องถึงนิ่วหน้าและสะดุ้งสุดตัว เมื่อป๊อดอ้าปากติ่งเสียวของเธออย่างรุนแรง

“ซู๊ดดดด………….ซู๊ดดดดดดด……………ซู๊ดดดดดดดดดด…….”

เธอลืมตาผงกหัวขึ้นมองดูป๊อด ด้วยใบหน้าที่แสดงความซ่านเสียวอย่างที่สุด เห็นป๊อดกำลังสอดส่ายใบหน้าอยู่ที่หว่างขา
ของเธอ เธอรับรู้ได้ว่าป๊อดกำลังใช้ลิ้นระรัวอยู่ที่ติ่งเสียวของเธอ สลับกับดูดมันอย่างรุนแรง

วิไลหมดสิ้นความอดทนที่จะทนนิ่งเอาไว้ เธอปลดปล่อยเสียงร้องระบายความเสียวที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง
จากปลายลิ้นของเด็กหนุ่มที่เธอเกลียดชังมัน

“โอ้วววววว………………..ซี๊ดดดดดดดดด……….โอ้วววววว………………..ซี๊ดดดดด…..”

ป๊อดได้ยินเสียงร้องคราง ก็ผงกใบหน้าที่เปียกแฉะจ้องมองวิไล แล้วยิ้มให้เธอ ก่อนที่จะซุกใบหน้ากลับลงไป
จู่โจมที่จุดเดิมด้วยความรุนแรงกว่าเก่า

“อ๊ายยยยยยย…….อ๊ายยยยยยย………………ซี๊ดดดดดดดดดดด…….อูววววววววว………….”

วิไลส่ายสะโพกไปมา ด้วยความซ่านเสียวอย่างที่สุด ตอนนี้เธอกำลังทรมานเป็นอย่างมาก เธอต้องการ
ให้ป๊อดยัดท่อนเอ็นเข้ามาในร่างของเธอ เพื่อผ่อนคลายความต้องการที่รุมเร้าอยู่ สะโพกของเธอเริ่มแอ่นสู้ปากของป๊อด
แล้วจ้องมองเขาด้วยสายตาที่อ้อนวอน

“ฮ่าๆๆๆๆๆ……เออ..เออ….ใช้ได้……ไช้ได้….อีนังนี่มันเงี่ยนเต็มที่แล้ว….ไอ้หนู ตอนนี้ได้เวลาของเอ็งแล้ว”

ป๊อดปฏิบัติตามคำของภูตแห่งปลัดขิก โดยตนเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงต้องทำตาม แต่ความต้องการของตนเอง
ก็เป็นดังคำของภูตแห่งปลัดขิกแนะนำอยู่แล้ว จึงไม่ได้ใส่ใจนัก

ป๊อดเงยหน้าขึ้นจากหว่างขาของวิไล แล้วจับท่อนเอ็นอันแข็งเด่ของตัวเองลากไปมาตามรอยผ่ากลางเนินเนื้อของวิไล
อยู่สองสามครั้ง แล้วจึงดันมันให้มุดหายลงไปในร่องหลืบของเธอจนมิดลำ

วิไลแหงนหน้าสูดลมเข้าปากอย่างสมใจ เธอรู้สึกว่าร่องหลืบของเธอถูกอัดแน่นด้วยท่อนเอ็นที่ทั้งแข็งและใหญ่
จนเธอรู้สึกคับแน่นไปทั้งช่องท้อง ยามท่อนเอ็นนั้นเคลื่อนผ่านเข้าและออกจากการโยกตัวของป๊อด เธอก็ถึงกับต้อง
ร้องครางออกมาแล้วกัดฟันแน่น สองมือของเธอจิกลงกับพื้นด้วยความซ่านเสียวอย่างที่สุด

ป๊อดเองก็ไม่ต่างจากวิไลเท่าใดนัก เขารู้สึกเหมือนกับว่า ร่องหลืบของวิไลหยุ่นนิ่มสร้างความรู้สึกซ่านเสียวอย่างที่สุด
บั้นเอวของป๊อดเคลื่อนไหวเข้าและออกไปตามจังหวะความต้องการของตัวเอง
ถึงตอนนี้ น้าขิกไม่จำเป็นต่อไปสำหรับป๊อด กิริยาท่าทางของป๊อดล้วนทำไปด้วยแรงผลักดันจากความต้องการส่วนลึก
ภายในใจของตัวเอง

ป๊อด เริ่มซอยเข้าออก เร็วถี่ขึ้น ร่างของเขาทอดลงทาบทับร่างของวิไลอย่างเต็มตัว พลางใช้สองมือบีบเค้น
ทรวงอกที่ขาวผ่องของเธออย่างมันมือ ป๊อดเริ่มรู้สึกว่า ร่องหลืบของวิไลเริ่มรัดแน่นอยู่เป็นจังหวะ มันยิ่งทำให้ป๊อด
เกิดความเสียวซ่านมากยิ่งขึ้น เขาเริ่มซอยบั้นเอวถี่ขึ้น ๆ ๆ จนกลายเป็นระรัว

วิไลส่งเสียงร้องครวญครางโดยไม่หลบซ่อนอีกต่อไป เธอทั้งสูดลมเข้าปากอยู่เป็นจังหวะ สลับกับเสียงครวญคราง
เหมือนกับกำลังเจ็บปวดอยู่

“ซี๊ดดดดดด……………โอ้ววววว………ซี๊ดดดดดดดด…………..อืมมมมม………….อูยยยยยยย…………..ซี๊ดดดดดด……..”

“ไอ้หนู……ช้าลงหน่อย…….อย่าเร่งมากนัก….นักรักที่ดีต้องรู้จักผ่อนสั้น…ผ่อนยาวบ้าง”

ไม่เพียงแต่น้ำเสียงที่ปรามไว้เท่านั้น ภูตแห่งปลัดขิกยังควบคุมร่างกายของป๊อดให้ผ่อนจังหวะช้าลงอีกด้วย
บั้นเอวของป๊อดกลับกลายเป็นโยกเข้าและออกอย่างเชื่องช้า แต่ต่อเนื่องและหนักแน่น จนวิไลซึ่งกำลังเคลิบเคลิ้ม
ถึงกับร่อนบันเอว แล้วร้องครางกระเส่าออกมา

แต่แล้วร่างวิไลก็ถูกพลิกกลับเป็นนอนคว่ำ ชูสะโพกโด่งขึ้นมาจนมองเห็นกลีบเนื้อทั้งสองแบะบานออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ป๊อดตรงเข้าจับท่อนเอ็นของเขายัดใส่ร่องหลืบของวิไลอีกครั้ง แล้วอัดมันจนแน่นติดกับสะโพกของเธอแล้วควงส่ายไปมา

หน้าของวิไลเหยเกด้วยความเสียวอย่างที่สุด พร้อมกับส่งเสียงครางกระเส่าออกมา

“อู้ววววว……ซี๊ดดดดดด……อืมมมมม……..ซี๊ดดดดด……….อ้าาาาาาา………..อูยยยยยย…….”

สองมือของป๊อดเลื่อนเข้ามาจับเอวของวิไลไว้อย่างแน่นหนา แล้วโยกสะโพกเข้าออกอย่างรุนแรง จนเกิดเสียงดังเป็นจังหวะขึ้น

“ตั้บ………….ตั้บ………….ตั้บ………….ตั้บ………….ตั้บ………….ตั้บ………….ตั้บ…”

เสียงนั้นดังสอดประสานกับเสียงร้องของวิไล ที่ครวญครางออกมาดังขึ้นเรื่อยๆ

“อูยยยย……เสียวเหลือเกิน…….อืมมมมม………..อูยยยยยย……ซี๊ดดดดดด……..”

ป๊อดเปลี่ยนจังหวะเป็นเดี๋ยวก็เร็ว เดี๋ยวก็ช้า สลับไปมา บางครั้งก็โยกคลึงจนวิไลใกล้จะเสร็จ ก็ผ่อนจังหวะลง
เหมือนตั้งใจจะทรมานวิไลให้เงี่ยนจนถึงที่สุด คล้ายกับเป็นนักรักที่มีความชำนาญ

“เอาล่ะ ไอ้หนู….นังนี่มันพร้อมให้เอ็งพามันไปสวรรค์แล้ว ….เชิญเอ็งแสดงฝีมือได้เลย”

สิ้นคำของภูตแห่งปลัดขิก ป๊อดก็พลิกร่างวิไลให้หงายขึ้นมาอีกครั้ง แล้วจับขาข้างหนึ่งของเธอขึ้นพาดไหล่
พร้อมกับสอดใส่ท่อนเอ็นของเขาเข้าไปอีกครั้ง แล้วโยกเข้าออกอย่างเร็วถี่ จนร่างของวิไลสั่นสะเทือนไปทั้งร่าง

“โอ้วววว….โอ้วววว….โอ้ววววว….ป๊อด…ฉันจะถึงแล้ว….โอ้ววว….โอ้วววว…..โอ้วววววว…………
จะถึงแล้ว…..โฮ๊ะ…….โอ้วววววววววววววว……”

ร่างของวิไลสั่นกระตุกอย่างรุนแรง แล้วจึงค่อยๆ สงบลงอย่างเหนื่อยอ่อน สีหน้าของเธอเปล่งประกายความสุขออกมา
อย่างเห็นได้ชัด เธอถึงจุดสุดยอดเป็นครั้งแรกในชีวิต และจะฝังอยู่ในความทรงจำของเธอไปอีกนาน

ป๊อดเองก็เช่นกัน เมื่อวิไลถูกเร่งเร้าจนใกล้จะถึงจุดสูงสุด ร่องหลืบของเธอก็ตอดรัดท่อนเอ็นของเขาอย่างรุนแรง
จนป๊อดเองก็ต้องถึงกลับแตกทะลักออกมาอย่างเจิ่งนองคาร่องหลืบของวิไลเช่นกัน แล้วร่างของป๊อดฟุบลงทาบทับ
ร่างของวิไลพร้อมกับระบายลมหายใจอย่างเหนื่อยหอบ

———-

ป๊อด วิไล และหนิง ไม่รู้ตัวเลยว่า ที่นอกห้องนั้นมีความเคลื่อนไหวของคนคนหนึ่ง แอบฟังความเคลื่อนไหวของคนทั้งสาม
อยู่ที่หน้าประตูห้อง คงมีเพียงภูตแห่งปลัดขิกเท่านั้นที่รับรู้ความเคลื่อนไหวของคนคนนี้มาโดยตลอด แต่ก็ปล่อยให้เหตุการณ์
มันดำเนินต่อไป คนคนนั้นก็คือ นายเชิด คนขับรถของวิไล

นายเชิดเห็นวิไล หนิง และป๊อด เดินตามกันเข้าไปในห้องของป๊อดในระยะไกล นายเชิดรู้ดีว่า นายของตัวเองไม่ชอบขี้หน้าป๊อดนัก
จึงเกิดความสงสัยที่เห็นคนทั้งสามเดินไปด้วยกัน ทั้งยังเข้าไปอยู่ในห้องนอนของป๊อดด้วย เขาจึงย่องติดตามมาแล้วแอบฟัง
ทั้งสามสนทนากัน แต่เขาก็ได้ยินไม่ถนัดนัก

นายเชิดยังคงแอบฟังต่อไปจนในที่สุดเขาก็ได้ยินเสียงครวญครางของวิไลดังออกมา มันเป็นเสียงร้องที่ผู้ชายทุกคนรู้ว่าเสียงนั้น
เป็นเสียงของผู้หญิงที่อยู่ในอาการอย่างไร

นายเชิดหันซ้าย หันขวา หาหนทางที่จะลอบดูภาพที่กำลังเกิดขึ้นในห้องให้ได้ แล้วในที่สุด เขาก็เหลือบไปเห็นบันไดไม้ไผ่วางพิง
อยู่ที่โคนต้นมะม่วง นายเชิดรีบไปนำบันไดนั้นมาวางพาดที่ด้านหนึ่งของห้อง แล้วปืนขึ้นไปยังรอยต่อของหลังคากับกำแพงห้อง

ภาพที่นายเชิดเห็นก็คือ วิไลกำลังนอนให้ป๊อดใช้ท่อนเอ็นกระแทกกระทั้นอย่างไม่ขัดขืน นายเชิดเพ่งมองอย่างตื่นตกใจอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วก็จึงเกิดความรู้สึกหนึ่งขึ้นมา

วิไล มักจิกหัวเขาใช้ไปโน่นนี่ และด่าว่าเขาสารพัดตลอดมา เขาเองก็รู้สึกแค้นใจและเคยวาดภาพที่จะลงโทษวิไลให้สาสม
แต่ก็ทำได้เพียงแค่คิด แต่ตอนนี้โอกาสได้มาเยือนแล้ว นายเชิดคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ เกือบทุกท่วงท่าของวิไลเอาไว้

ภูตแห่งปลัดชิกรู้ดีว่านายเชิดคิดจะทำอย่างไร แต่ใครก็ตามที่เป็นศัตรูกับผู้ที่ตนคุ้มครอง มันก็ไม่คิดที่จะให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด

แต่แล้วขณะที่นายเชิดกำลังถ่ายภาพ แล้วจ้องมองบทรักของคนทั้งสองจนเพลิดเพลินอยู่นั้น เขาก็เผลอไผลก้าวพลาดรูดตกลงมาจากบันได
ร่างของนายเชิดตกกระทบพื้นเสียงดัง อั้ก แต่คนในห้องกลับไม่ได้ยินอะไร นายเชิดทั้งเจ็บ ทั้งกลัวว่าวิไลจะรู้ตัว
จึงพยายามฝืนสังขาร กระย่องกระแย่งวิ่งหนีไป