เมืองลับแล 11

เมืองลับแล 11

นารานำเนยและเอวาลอบเข้ามาหาอาล ซึ่งบัดนี้เปรียบเสมือนผู้ถูกกักกัน เมื่อสามสาวเดินเข้ามาภายในและได้พบกับอาล ก็ชวนกันหนีออกไปด้านนอก เพื่อไปนั่งคุยกัน ด้วยความเป็นผู้ใหญ่กว่าของนารา เธอรู้ทันทีว่าเอวาและอาลนั้นชอบพอกัน จึงได้แสร้างทำเป็นกลับบ้านโดยแอบไปนั่งซุ่มอยู่กับเนยที่เนินหญ้า ที่ซึ่งอาลและเอวามองไม่เห็น แต่เนยและนารานั้นเห็นคนคู่นั้นได้ชัดเจนยิ่ง ไม่นานนักสิ่งที่นาราคาดไว้ก็เกิดขึ้นจริง อาลเข้าประชิดเล้าโลมเอวาเสียจนเคล้มและกำลังจะทำยิ่งกว่านั้น

เนยและนาราที่แอบซุ่มอยู่ด้านบน เห็นการกระทำดังกล่าวก็อยู่ในอาการเดียวกัน คือตัวเกร็ง สายตาจับจ้องไปยังของลับของเด็กทั้งสอง โดยเฉพาะนาราซึ่งเกิดอารมณ์เพศไปนานแล้ว การได้ดูหญิงชายพรอดรักกันสดๆแบบนี้ ใครบ้างจะไม่เกิด แม้แต่เนยเองซึ่งแม้จะยังเด็ก แต่ก็เกิดอารมณ์เช่นกัน…

อาลฝังหน้าและจมูกลงไปในกลีบร่องที่เตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว จมูกขอลงเขาถูกกดลงในกลีบเนื้อที่หยาดเยิ้มไปด้วยน้ำแห่งอารมณ์รัก เขาลงลิ้นให้ลึกเข้าไปและเลียวนไปทั่วถ้ำรักนั้น
ทำให้เอวาเสียวจนต้องเอามือมาจับศีรษะของอาลไว้แล้วขยำเบาๆพร้อมกันนั้นก็ร้องครางออกมาในลำคอ อาลยิ่งได้ใจ เขาจงใจกระทำแบบนี้ให้หนักขึ้น
เขายังจำได้ตอนที่เขาเคยเลียให้เจ้าแม่ยังไง
เขาจึงได้นำเทคนิควิธีการนี้มาใช้กับเอวา นั่นคือเลียไปที่จุดเสียวของเอวานั่นเอง ได้ผลเกินคาด สังเกตได้จากน้ำที่ถูกขับออกมาเพิ่มความลื่นที่ช่องทางรักนี้ อาลยังคงเลียต่อย่างเพลิดเพลิน กลีบนุ่มนี้ไม่มีพงหญ้าสีดำให้เกะกะเหมือนของเจ้าแม่ แต่ถึงจะมีเขาก็ไม่เกี่ยงอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มีแล้ว มันทำให้เขาซุกหน้าได้ชิดยิ่งขึ้น

หลังจากลงลิ้นละเลงอยู่นาน เขาก็สลับทางขึ้นมาดูดหัวนมเอวาบ้าง เอวากอดเขาไว้แน่น และนอนดิ้นพราดอยู่บนพื้นหญ้านั้น เมื่อถึงเวลาที่สมควรแล้ว อาลจึงได้กระซิบที่ข้องหูของเอวาแล้วพูดออกมาเบาๆ

“เราขอนะ”

ยังไม่ทันที่เอวาจะพูดอะไรตอบ อาลได้จับแท่งเนื้อที่แข็งของเขา จ่อลงที่หน้ากลีบเกษรของเอวา และกดมันลงไป
“อ๊า!!!” เอวาร้องลั่น เธอเจ็บมากทีเดียว

แท่งเนื้อของอาลยังเข้าไปไม่มิด เพียงแต่เข้าได้แค่หัวเท่านั้น แม้กลีบนั้นจะเปียกไปด้วยน้ำรักที่ช่วยหล่อลื่น แต่ความสดใหม่ของกลีบนั้นก็ยังคงความแน่น ย่อมไม่ผ่านเข้าได้โดยง่าย เอวาเริ่มน้ำตาหยดออกมา อาลยังคงทำต่อเนื่อง เขาพยามกดมันลงไปให้มิดด้าม ทั้งที่เขาก็เจ็บไม่แพ้กัน แต่ความรู้สึกนั้นมันดีเกินกว่าจะคาดคิดได้

“อาล…. เราเจ็บ….โอ๊ย…. พอก่อนนะ….” เอวาพยามพูดออกมา

อาลรู้สึกเห็นใจเอวาเล็กน้อย แต่เขาเองก็อยากทำในสิ่งที่เขาอยากทำเช่นกัน เขาจึงยังไม่ทำตามที่เอวาร้องขอ แต่กลับกระตุ้นอารมณ์ของเอวาเพิ่มขึ้น เพื่อหวังว่ามันจะทำให้เขากดลงไปได้สำเร็จ

“ไม่นะอาล… พอก่อน.. พอแล้วนะ…” เอวายังรู้สึกเจ็บ และคงทนไม่ไหวแล้ว เธอรวบรวมกำลังและผลักให้อาลถอยออกไปจากตัวเธอ นั่นเองที่ทำให้แท่งเนื้อนั้นหลุดออกมาจากกลีบร่องของเอวา

จากนั้นเธอก็นอนร้องไห้ เมื่ออาลถูกผลักออกมาแล้ว เขาสังเกตเห็นเลือดติดปลายจู๋ของเขามาด้วย และแน่นอน มันมาจากจิ๋มของเอวา
“เอวา… เธอเป็นอะไรมากมั๊ยอ่ะ” อาลรีบเข้าไปถาม
เอวานอนร้องไห้อยู่ เธอเอามือกุมไปที่ของลับของเธอ
“เจ็บมากมั๊ย… เรา… เราขอโทษอ่ะ”
เอวายังไม่ตอบ อาลไม่รู้จะทำยังไง เขาเดินไปเก็บเสื้อผ้าของตัวเองและของเอวามา

“เอวาจ๋า… เรารักเอวานะ อย่าร้องไห้เลย เงียบเถอะ..” อาลเข้ามาปลอบใจเอวา เขาพูดคำหวานอีกครั้งและยังไม่ลืมจูบลงที่แก้มเบาๆ เอามือเช็ดน้ำตาที่ไหลเป็นทางออก เขาประคองเอวาลุกขึ้นนั่ง แล้วคำแรกที่เอวาพูดออกมา มันเป็นสิ่งที่อาลคาดไม่ถึงมาก่อน
“เราขอโทษนะอาล..”

อาลได้ฟังดังนั้นก็เกิดความงงเป็นอันมาก
“ขอโทษเราเหรอ… เรื่องอะไรล่ะ เราน่าจะเป็นคนขอโทษมากกว่านะ”
“เราขอโทษที่ทำตามเธอไม่ได้.. เราเจ็บอ่ะ เรายังไม่พร้อม…”
ที่แท้ เอวานั้นรู้สึกผิดที่ไม่สามารถทำให้เขาสำเร็จได้ เหตุเพราะเธอรักเขามากนั่นเอง

“ไม่เป็นไรหรอก เอวาล่ะ เจ็บมากอยู่ไหม”
“ก็เจ็บจ้ะ แต่ไม่เป็นไรหรอก ให้เราใช้ปากช่วยไหม”
“ไม่เป็นไรหรอก เอ่อ… พรุ่งนี้เราก็ต้องไปแล้วนะ อีก 3 ปีกว่าเราจะได้เจอกัน ที่ลานนัดพบ”
“อาล.. อย่าลืมเรานะ”
“จ้ะ เราไม่ลืมเอวาหรอก เรารักเอวานะ”
“จ้ะ เอวาก็รักอาลเหมือนกัน”

แล้วทั้งคู่ก็กอดกัน เป็นความรักที่น่าเห็นใจเสียจริง สำหรับรักแรกพบของเด็กหนุ่มสาวคู่นี้

นาราและเนยซึ่งนั่งแอบดูอยู่ด้านบนก็รู้สึกเห็นใจไปด้วย
“ไปเถอะ เราต้องไปแล้วล่ะ เนยต้องไปรอเอวาที่บ้านนะ และทำตัวเป็นปรกติด้วยรู้ไหม..” นาราพูดกับเนย
“คะ…ค่ะ…”

แล้วเนยกับนาราก็ค่อยๆเดินแอบลงมาและกลับหมู่บ้านไป ปล่อยเอวากับอาลอยู่อย่างนั้น

หลังจากอาลและเอวาแอบลอบเข้ามาส่งอาลที่ห้อง ก่อนจากกันในคืนนั้น
“อีก 3 ปีนะเอวา เราจะมาเจอกัน กว่าจะถึงตอนนั้น อย่าลืมเรานะ”
“จ้ะ.. อีก 3ปี สัญญานะ”
“สัญญาจ้ะ..”

เด็กหนุ่มสาวทั้งสองพูดจาภาษารักกันอย่างน่าอิจฉา ก่อนเอวาจะกลับ เธอได้เอามือกอดอาลไว้เหมือนไม่อยากให้เขาจากไป แล้วกระซิบที่ข้างหูของอาลเบาๆ

“แล้ววันนั้น เราจะยอมให้เธอทุกอย่างเลยจ้ะ… ที่รัก”
และปิดท้ายด้วยจูบที่ข้างแก้มของอาล จากนั้นก็ส่งสายตาหวานซึ้งแล้วจากไป ปล่อยให้อาลยืนอยู่ลำพังในห้องนั้น

และในวันรุ่งขึ้น อาลก็ถูกส่งกลับไปยังหมู่บ้านของเขา เอวาและเนยได้เพียงแต่มายืนส่งเขาเท่านั้น อาลทิ้งสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความคิดถึงไว้ และนี่คงเป็นสายตาที่เอวาจะเก็บไว้ตลอดสามปี

ในวันนั้น ช่วงสาย เอวาพาเนยมาเล่นล่องแพเหมือนเดิม แล้วก็ผ่านสถานที่ที่เคยเจออาลในเมื่อวาน แต่วันนี้ไม่มีเขานอนอยู่เช่นวันวานแล้ว เนยซึ่งเห็นภาพกิจกรรมเมื่อคืน และยังติดตาอยู่ แทบจะอดไม่ได้ที่จะพูดเรื่องนี้ออกมา แต่ก็กลัวเพื่อนจะตกใจและเสียใจ จึงไม่ได้พูดถึง เธอยังคงสังเกตเพื่อนสาวรายนี้ต่อไป

จนถึงที่ๆแม่น้ำจะไหลวนมาที่เดิม แต่มันจะมีทางแยกออกไปในที่ที่เอวาไม่เคยไป
“เราจะลองไปดูไหม” เอวาหันมาถามเนย
“ไม่ดีกว่าอ่ะ นั่นเธอไม่เคยไปไม่ใช่เหรอ เกิดไปแล้วกลับไม่ได้ หลงไปไหนไม่รู้จะทำไงล่ะ”
“แต่ไม่ลองก็ไม่รู้นะ”
“อย่าเลย… เรายังมีที่เล่นอีกมาก อย่าไปเสียงอันตรายเลยเถอะ”

แต่เอวาใจไม่อยู่กับตัวแล้ว เธอคิดว่า หากไปตามลำน้ำนี้ อาจจะหลงไปในหมู่บ้านของผู้ชาย และอาจได้เจออาลอีกครังหนึ่ง ความคิดแบบเด็กๆของเธอ ยังไร้เดียงสานัก และไม่คาดคิดถึงอันตรายในภายหน้าซ้ำยังพาเนยมาด้วยอีก
“เราจะลองดูนะ” นั่นคือเสียงที่เอวาตอบเนยออกมา และเธอพาแพนั้นให้ไปยังอีกลำน้ำนึงทันที
“เอวา เธอจะบ้าไปแล้วเหรอ… เกิดมีอะไรขึ้นมาจะทำไงล่ะ เราว่ายน้ำไม่แข็งนะ”
“ไม่มีอะไรหรอก ดูสิ นี่ยังสว่างอยู่นะ แล้วดูทางน้ำก็โล่งๆดีออก คิดว่าเปิดหูเปิดตาละกัน”

เนยไม่อยากจะเถียงกับเอวาแล้ว เพราะรู้ดีว่าเถียงไปก็ไม่เกิดประโยชน์ สองสาวลอยแพตามน้ำมาเรื่อยๆ และไกลออกจากหมู่บ้านของพวกเธอมากขึ้น เวลาผ่านไปนานพอสมควร
“กลับเถอะ เอวา..เราขอร้องล่ะ เรากลัวน่ะ” เนยเป็นฝ่ายพูดขึ้น
เอวาได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วยไปกับเนย ทั้งสองพากันควบคุมแพให้หันกลับมา ด้วยไม้พายคู่มือ แต่เหมือนจะสายไปเสียแล้ว

“น้ำไหลแรงอ่ะ เนย… เราพายทวนน้ำไปไม่ได้แน่”
“ตายแล้ว… งั้นจะทำยังไงล่ะ”

เนยตกใจไม่แพ้เอวา ที่ตอนนี้กระแสน้ำนั้นไหลแรงจนไม่อาจพายทวนน้ำกลับได้ นั่นหมายถึงพวกเธอไม่อาจกลับบ้านได้แล้ว
“แต่มีอีกทางนะ เราต้องขึ้นบกแล้วเดินกลับเอาน่ะ” เอวาเสนอความคิด
“ก็ดีนะ แล้วเธอจำทางได้เหรอ เราลอยมาไกลมากเลยนะ”
“ก็ลองเดินตามลำน้ำดูสิ เราก็จะไปถึงที่ที่เราคุ้นเคยเองล่ะ”
“งั้นก็ขึ้นบกกันเถอะ”

แล้วสองสาวก็สละแพ พวกเธอขึ้นบกและเดินทางกลับย้อนเส้นทางเดิม ตามทางนั้นเป็นป่าค่อนข้างทึบ บรรยากาศดูน่ากลัวพอสมควร เนยและเอวารู้สึกขนลุกไม่ต่างกัน ทั้งสองเดินระวังตัวไปตลอด ใจหวังว่าจะถึงแม่น้ำที่คุ้นเคยเร็วๆ และจะได้รีบกลับบ้าน