เมืองลับแล 7

เมืองลับแล 7

หลังจากที่สองสาวเนยและเอวาได้พบกับเด็กหนุ่มริมแม่น้ำ ก็ได้พามาพบกับเจ้าแม่ เพื่อให้เจ้าแม่ตัดสินใจ ปรากฏว่าเจ้าแม่ต้องการให้เด็กหนุ่มนามว่าอาล กลับหมู่บ้านของตนภายในวันรุ่งขึ้น แต่เนื่องจากต่างถิ่นตามธรรมเนียมต้องชำระร่างกายในบ่อน้ำศักสิทธิ์เสียก่อน เนยและเอวาผู้ที่นำพาอาลมาจำต้องโดนไปด้วย ซึ่งขณะที่ชำระร่างกายในบ่อน้ำอยู่นั้น เนยและเอวาได้รับอนุญาตให้นุ่งผ้าอาบได้ แต่ก็เพียงพอสำหรับให้อาลเกิดอารมณ์ธรรมชาติของชายหนุ่มได้

อาลลุกขึ้นมายืนประจัญหน้ากับสองสาว สองมือกุมปิดเจ้าโลกไว้ เจ้าแม่เห็นดังนั้น แม้ในใจคิดอยากเห็นของลับของผู้ชาย แต่ด้วยสถานภาพและตำแหน่ง เธอจึงวางเฉยไว้

“ใส่เสื้อผ้าสิ” เจ้าสั่งเสียงเรียบเหมือนเคย
อาลรู้ดีว่าหากเขาละมือไปหยิบเสื้อผ้ามาใส่ นั่นหมายถึงอวัยวะสุดแข็งของเขาต้องพุ่งขึ้นชี้หน้าสองสาวเป็นแน่ แต่เมื่อไม่มีทางเลือก เขาจึงต้องทำ อาลปล่อยมือก้มลงไปหยิบชุดของเขาที่ถอดกองไว้ที่พื้น พยายามก้มตัวต่ำเพื่อบดบังสิ่งที่หวงแหนไว้
แต่ก็ไม่พ้นสายตาที่จ้องอย่างไม่กระพริบของสองสาวไปได้ สร้างความตื่นเต้นและตกใจอย่างมากให้กับเอ
วาและเนย ในเมื่อก่อนหน้านี้มันยังคงมีขนาดเล็กสงบเสงี่ยมอยู่ หากแต่บัดนี้ มันกลับมีขนาดใหญ่โตและยาวขึ้นเป็นเท่าตัว ความสงสัยตามประสาเด็กสาวเริ่มบังเกิด แต่ในยามนี้จะถามไถ่กันคงไม่สะดวก

อาลแต่งตัวเรียบร้อยเป็นปรกติแล้ว เจ้าแม่หันมาหาเนยและเอวา
“พวกเจ้าทำไมไม่รีบเข้าไปแต่งตัว”
“ค่ะ…” สองสาวรับคำและเดินเข้าไป

ด้วยอวัยวะที่ชี้โด่อยู่ของอาล แม้จะใส่ผ้าแล้ว แต่ไม่ทำให้มันสงบนิ่งลงได้ ภาพที่เห็นจึงยังคงชี้ออกมาอยู่นั่นเอง ขณะนี้ด้านหลังมีเพียงอาลกับเจ้าแม่ยืนอยู่เท่านั้น เจ้าแม่กำลังรอให้เนยและเอวาแต่งตัวเสร็จและออกมาก่อน ระหว่างนั้นจึงซักถามอาลบ้าง
“ปีนี้เจ้าอายุเท่าไหร่แล้ว”
“11 ปีครับ ปลายปีนี้ก็ 12 แล้ว…”
“อืมมม”

เจ้าแม่ไม่ได้พูดอะไรต่อ สถานการณ์จึงตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย จนอารมณ์ของอาลสงบลง แท่งที่แข็งโด่จึงอ่อนลงกลับเป็นเหมือนเดิม เจ้าแม่แม้ไม่เคยมีสัมพันธ์กับชายหนุ่ม แต่เรื่องแบบนี้ก็พอเข้าใจบ้างจากการที่เพื่อนของเธอเคยเล่าให้ฟัง เธอรู้ว่าของผู้ชายจะมีการแข็งตัวและอ่อนตัวได้หากเกิดอารมณ์ ซึ่งเช่นเดียวกับเธอเองเวลาเกิดอารมณ์จะมีน้ำหล่อลื่นออกมาแฉะไปหมด ระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั้น สองสาวก็เดินออกมา

“วันนี้เจ้าต้องอยู่ที่นี่ ข้าจะแจ้งกับคนในหมู่บ้าน ให้พาเจ้ากลับในวันรุ่งขึ้นและแจ้งกับคนในหมู่บ้านเจ้าให้มารับเจ้าด้วย”
แม้ที่นี่ไม่มีเทคโนโลยีใดๆ แต่วิถีชาวบ้านนั้นยังคงมี การสื่อสารระยะไกลของที่นี่ใช้สัตว์เป็นสื่อ แน่นอนว่าคงไม่พ้นนกไปได้ แต่ที่นี่เขาใช้นกอินทรีย์แทนนกพิราบ

เจ้าแม่เดินนำเข้าไปข้างใน ทั้งสามเดินตามเข้ามาช้าๆ เจ้าแม่เดินไปเขียนข้อความบางอย่างและส่งให้เอวา
“พวกเจ้านำข้อความนี้ไปให้แก่ อานดา”
“ค่ะ” เอวารับคำ
“….แล้วอาลล่ะคะ….” เอวายังถามต่อ
“เขาจะอยู่ที่นี่จนกว่าอานดาจะมารับไป ฉะนั้นพวกเจ้านำข้อความจากข้าไปหาเขาซะ”
“ค่ะ” เอวารับคำอีกที

กล่าวจบ เอวาก็พาเนยรีบเดินออกมา ระหว่างทางเนยอดสงสัยไม่ได้จึงถาม
“นี่ อานดา เขาเป็นใครเหรอ”
“อานดาเป็นหัวหน้าของหน่วยรักษาสันติน่ะ คือหมู่บ้านเราจะมีผู้รักษาสันติอยู่ และอานดาเป็นหัวหน้า นี่คงจะแจ้งให้กับอานดาทราบ เดี๋ยวก็ส่งคนมารับอาลไปควบคุมตัวแน่เลย… คิดแล้วสงสารจัง”
เนยฟังแล้วก็เข้าใจทันทีว่า อานดาคงเปรียบเสมือนหัวหน้าหน่วยของตำรวจ และผู้รักษาสันติก็คือตำรวจนั่นเอง
ด้านอาลซึ่งกำลังถูกกดดันจากสถานการณ์อย่างหนัก เขาถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังกับเจ้าแม่ สาวรุ่นพี่ที่แก่กว่าถึง 16 ปี แต่ทว่ารูปทรงองค์เอวและหน้าตานี่ไร้ที่ติสำหรับเขา

เจ้าแม่นั่งอยู่บนบัลลังก์กลางห้องโถงเช่นเคย โดยที่อาลยังคงยืนอย่างไร้จุดหมาย
“เจ้า.. หิวหรือเปล่า” เจ้าเอ่ยถามทำลายความเงียบ
“ไม่ครับ ก่อนมาผมทานมาแล้วครับ”
“ท่าทางเจ้าดูอิดโรย หลงทางมาอาจไม่สบายได้ เข้ามาใกล้ๆข้า ข้าจะตรวจดูให้”
“ไม่เป็นไรครับ.. ผมสบายดี..”
“ไม่เข้าใจที่ข้าพูดหรือ..” เจ้าแม่เอ่ยเสียงเข้ม ทำให้อาลไม่กล้าขัดอีกต่อไป อาลเดินช้าๆก้มหน้าก้มตาเข้ามาใกล้ๆเจ้าแม่ซึ่งนั่งอยู่
“ยื่นมือมา”

ตามที่ถูกสั่ง อาลยื่นมือด้านขวาออกไป เจ้าแม่ได้จับมือของเขาไว้ น่าอัศจรรย์นัก อำนาจแห่งเจ้าแม่ทำให้การตรวจร่างกายสามารถทำได้แม้เพียงจับมือ ใช้เวลาซักครู่หนึ่ง เจ้าแม่ก็ปล่อยมือ
“เจ้าถูกพิษนี่ เป็นพิษจากต้นเทร่า มันจะทำให้เจ้าอ่อนล้าลงทีละน้อย ดูเผินๆอาจดูเหมือนปรกติ แต่ถ้าไม่รีบรักษาจนพิษแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เจ้าก็จะไร้ซึ่งเรี่ยวแรงและตายไป อันตรายเหมือนกันนะ”

อาลตกใจกับคำพูดของเจ้าแม่มาก นี่เขาจะต้องตายหรือ แล้วไปติดพิษเอาตอนไหนล่ะ
“เจ้าคงถูกกิ่งของต้นเทร่าขีดข่วนเอาแน่ ต้องหาบาดแผลที่ถูกข่วนและรักษา”

เจ้าแม่พูดเหมือนตาเห็น ระหว่างที่เขาหลงทางมา เขาถูกกิ่งไม้ขีดข่วนหลายแห่ง ซึ่งไม่รู้เลยว่ามันคือต้นไม้มีพิษร้ายขนาดนี้ สมกับเป็นเจ้าแม่ เขาคิดในใจ เธอรอบรู้ไปหมดทุกสิ่ง คาดเดาได้แม่นยำ ทั้งยังมีอิทธิฤทธิ์อัศจรรย์ เธอเก่งเช่นนี้ จะเทียบได้กับเจ้าพ่อของหมู่บ้านเขาหรือเปล่านะ
“เมื่อเจ้ามาถึงหมู่บ้านของพวกเรา จะกลับไปแบบติดพิษ ย่อมเป็นที่ครหาแก่พวกเจ้าได้ ข้าจะรักษาให้ ก่อนอื่นต้องหาบาดแผลที่โดนขีดข่วนให้เจอเสียก่อน…”

ก่อนที่อาลจะคิดอะไรต่อ เจ้าแม่ก็สั่ง
“หันหลังมาสิ”

อาลทำตามอย่างว่าง่าย เจ้าแม่ใช้สายตาพิจารณาร่างกายของอาลตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ไม่ลืมที่จะเลิกชายผ้าออกมาดู แก้มก้นของเด็กชายก็ปรากฏแก่สายตาของเจ้าแม่ แต่ก็ไม่พบบาดแผลนั้น
“บาดแผลขีดข่วนของเจ้ามีหลายแห่งก็จริง แต่ไม่ใช่แผลทีเกิดจากต้นเทร่า ข้ายังไม่พบมัน หันหน้ามาสิ”
เอาแล้วไง หากเขาหันหน้าไปหาเจ้าแม่ นั่นคือเจ้าแม่จะต้องเลิกชายผ้าเขาขึ้นมาดูอีกแน่ แบบนี้เตรียมทำใจได้เลยว่าได้โชว์ของลับอีกแน่

เจ้าแม่กวาดสายตาดูตั้งแต่ศีรษะเรื่อยลงมาจนถึงปลายเท้า แล้วถึงเลิกชายผ้าขึ้นมา ก็พบกับเจ้าโลกขนาดย่อมพร้อมลูกสมุนฝ่ายซ้ายและขวา ทำให้อาลอายเป็นอย่างมาก

“เจอแล้ว แผลนั่นอยู่ที่ต้นขาด้านซ้าย”
อาลคิดในใจว่าเวรกรรมอะไรที่แผลนั้นต้องมาอยู่ใกล้กับจู๋ของเขาด้วย แบบนี้หากจะรักษาก็ต้องเปิดโชว์ไว้งั้นหรือ
“ต้นเทร่าเป็นต้นไม้เตี้ยๆ คาดว่าเจ้าจะเดินผ่านมันโดยไม่ได้ระวัง” เจ้าแม่พูดถูกอีก
“เจ้าขึ้นไปชั้นสอง ไปนอนลงบนเตียงนั้น ข้าจะไปเตรียมยา ไปได้..”

จบคำเจ้าแม่ลุกขึ้นเดินหายไปอีกห้องหนึ่ง อาลสงสัยว่าเจ้าแม่จะเอายาอะไรมารักษาเขา และยาที่นี่เป็นอย่างไร ด้วยความอยากรู้ จึงได้เดินตามเจ้าแม่ไปอย่างช้าๆและเงียบที่สุด เจ้าแม่หายไปยังห้องด้านหลัง ประตูห้องนั้นทำจากไม้ซึ่งยังคงมีรูให้แอบดูได้บ้าง เขาแนบสายตาลงไปที่รูนั้น

และเขาก็ต้องตกใจสุดขีดกับสิ่งที่เขาเห็น เจ้าแม่ไม่ได้ไปเอายาอะไร หากแต่เจ้าแม่กำลังนั่งปลดทุกข์เบาอยู่ ด้วยแสงที่ลอดเข้ามาในเวลากลางวัน ทำให้พอเห็นอะไรต่อมิอะไรได้พอสมควร ภาพที่หญิงสาวสวยหุ่นดีกำลังนั่งยองๆเพื่อปลดปล่อยสายน้ำไหลออกมาจากหอย ซึ่งหอยของเจ้าแม่นั้นปิดสนิทชิด มีขนขึ้นประดับเพียงเล็กน้อยให้สวยงาม ดูน่ารักมาก แม้กำลังนั่งฉี่แต่ภาพที่เห็นนั้นน่าดูยิ่งนัก หน้าตาของเธอปรกติ มือหนึ่งจับชายผ้าให้สูงขึ้นไม่ให้เลอะ อีกมือหนึ่งรวบผมที่ยาวสลวยมาจับไว้เนื่องจากมันยาวมาก เธอนั่งฉี่อย่างใจเย็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อาลแทบหัวใจหยุดเต้น สิ่งที่เขาไม่คาดฝันมาก่อนว่าจะได้เห็น ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขาแล้ว จู๋ของเขาที่สงบเงียบกลับชูแข็งโด่อีกครั้ง ทั้งยังแข็งแกร่งมากกว่าตอนอาบน้ำเสียอีก การที่ได้เห็นในสิ่งที่เราคงไม่มีโอกาสได้เห็น ทั้งยังเป็นของสูงเกินตัว และได้เห็นในแบบไม่ได้ตั้งใจ เสียงต่อการถูกจับได้ มันตื่นเต้นสุดๆ นี่คงเป็นประสบการณ์ที่ตื่นเต้นที่สุดของเขาแล้วตั้งแต่เกิดมา เขาเก็บภาพประทับใจไว้ในความทรงจำ

สมองสั่งการให้รีบถอยออกมาก่อนจะสายเกินไป สายตาของเขาบันทึกภาพหอยอันโหนกนูนประดับด้วยขนสวยเป็นหย่อมจัดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบอย่างกับมือจับวาง เด็กหนุ่มที่เห็นของลับหญิงครั้งแรกของจริงแบบนี้ก็แทบสติแตกกันทั้งนั้น

อาลพยายามถอยออก ทำเสียงให้เงียบที่สุด เขาไม่อยากถูกจับได้ในความผิดที่น่าเกลียดเช่นนี้ เขากลั้นหายใจเพื่อลดเสียงที่อาจไปเข้าหูเจ้าแม่ได้ แต่เขาต้องตกใจอีกครั้งเมื่อเขาได้เดินไปปัดเอาสิ่งของที่วางอยู่หล่นลงมา เป็นธรรมดาของคนที่ทำอะไรแอบๆซ่อนๆ หากระวังไม่ดีพอมักจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ไม่ทันได้คิดอะไรเพิ่ม

เจ้าแม่ก็เปิดประตูออกมา หน้าตาท่าทางของเจ้าแม่ดูไม่เรียบเย็นอีกแล้ว เธอกำลังโกรธ
“เจ้า!! แอบดูข้างั้นเหรอ!!” เสียงของเธอดูโหดกว่าเดิม

อาลไม่เป็นอันตอบอะไร เขากำลังตกใจอย่างที่สุด ในใจคิดว่าหากเขาขึ้นไปนอนรอด้านบนก็คงไม่เป็นแบบนี้ ใครจะคิดล่ะว่าเจ้าแม่จะไปฉี่ เขานึกว่าเธอจะไปเอายามาเสียอีก…