กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 10

กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 10
โดย saradio

หลังจากที่ผมได้ตูตู้หลุนเป็นเมียเพิ่มอีกคนแล้ว ผมก็ให้ตูตู้หลุนย้ายไปนอนที่กระโจมเดียวกับอาเจิน เพื่อหวังให้อาเจินได้ถ่ายทอดกลเม็ดเด็ดพรายที่ผมเคยอบรมสั่งสอนให้นาง นำไปถ่ายทอดให้กับตูตู้หลุนอีกทีหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ ตอนที่ผมอยู่เป็นผัวเมียกับอาเจินที่บ้านตระกูลกา ผมสอนเรื่องเซ็กส์ที่ผมชอบให้นางจนหมดเปลือก อาเจินเป็นคนฉลาดเรียนรู้ไว มินำซ้ำยังสามารถเอาไปจินตนาการเสริมสร้างลีลาเพิ่มเติมเอาไปต่อยอดเองได้อีก ผมเลยหวังว่า ตูตู้หลุน จะได้เรียนรู้จากนางไม่มากก็น้อย
แต่กระนั้นก็นึกเสียดายที่พวกเรายังติดอยู่ในค่ายทหาร ไม่สามารถทำสิ่งใดกันได้สะดวก นึกแล้วก็อยากพาเมียทั้งสองคนลาออกจากกองทัพ ไปหาที่อยู่ทำมาหากินมีความสุขกันตามประสา เลยคิดตั้งใจไว้ว่า เมื่อถึงเวลาอันสมควร จะปลีกตัวออกจากกองทัพ ไปอยู่อย่างอิสระดีกว่า
เวลาผ่านไปอีกสามเดือน ตอนนี้กลุ่มกบฏผ้าเหลืองในดินแดนเสเหลียงเริ่มเบาบางลง เพราะค่ายใหญ่ของพวกมันถูกตีแตกพ่ายไปแล้ว พวกมันที่เหลือก็แยกย้ายกระจัดกระจาย รวมตัวกันไม่ติด แยกกันไปเป็นโจรกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย เมื่อเป็นดังนี้ เตียวเจกับเตียวสิ้ว จึงส่งกำลังแยกย้ายกันกวาดล้างได้ง่ายๆ

ตอนนั้นเตียวสิ้วก็ได้ข่าวจากราชสำนักว่า โฮจิ๋นแม่ทัพจากวังหลวง สามารถนำทัพบุกโจมตี เตียวก๊กหัวหน้ากบฏจนแตกผ่ายและได้รับชัยชนะแล้ว ทำให้เตียวสิ้วยินดียิ่ง สั่งให้คนกระจายข่าวไปให้ทั่ว ข่าวนี้ทำให้กลุ่มโจรกบฏที่เหลืออยู่หมดกำลังใจสู้ พากันหนีหายแยกย้ายกันไป จนเตียวสิ้วหากลุ่มโจรกบฏไม่พบเห็นอีก ภารกิจปราบโจรของเตียวสิ้วจึงหมดลง ความสงบค่อยๆกลับคืนมายังดินแดนเสเหลียงอีกครั้ง

กล่าวถึงศึกใหญ่ที่ปราบเตียวก๊กนั้น ได้สร้างชื่อเสียงให้กับขุนศึกหน้าใหม่หลายคนให้มีชื่อเสียงขึ้นมา ที่โดดเด่นก็เช่น โจโฉ กับ อ้วนเสี้ยว ขุนศึกในสังกัดกองทัพหลวงของโฮจิ๋น เล่าปีกับพี่น้องรวมสาบาน ที่เป็นทหารอาสาในสังกัดของแม่ทัพกองซุนจ้าน ซุนเกี๋ยนแม่ทัพจากตระกูลซุนแดนใต้
โฮจิ๋นเมื่อได้รับชัยชนะแล้ว ก็ยกทัพกลับเมืองหลวง นำพาผู้มีผลงานไปรายงานตัวเพื่อรับความดีความชอบ
ไม่คาดว่า รายงานการรบไปติดอยู่ที่สิบขันที ไม่ถึงมือฮ่องเต้ และสิบขันทีก็ทำการเรียกสินบน จากบรรดาขุนศึกทั้งหลาย หากใครต้องการอยากให้รายงานความดีความชอบ ก็ต้องมีของกำนัลไปมอบให้
โฮจิ๋นพอทราบเรื่องก็โกรธ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แม้ตัวเองจะเป็นถึงพระเชษฐาของพระนางโฮเฮา แต่ตอนนั้นพระนางโฮเฮาก็ไม่ได้เป็นที่โปรดปราณนัก เทียบกับสิบขันทีแล้ว ฮ่องเต้ ยังให้ความสำคัญต่อสิบขันทีพวกนี้มากกว่า ดังนั้นจึงไม่กล้างัดข้อกับสิบขันที ได้แต่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เอาหูไปนาเอาตาไปไร่
เมื่อเป็นเช่นนี้ สิบขันทีจึงรายงานตามใจชอบ ผู้ใดให้เงินทองมาก ก็ได้ความดีความชอบมาก ผู้ใดให้น้อยก็ได้น้อย ยกเว้นแต่พวกขุนศึกที่เป็นลูกขุนนางใหญ่มีเส้นสายในวัง อาจจะต้องรายงานตามจริงไปบ้าง
แต่ทั้งหมดนั้น มีอยู่คนหนึ่ง ได้รับตำแหน่งเป็นถึงขั้นเจ้าเมือง โดยที่ไม่มีผลงานอะไร นั้นก็คือ ตั๋งโต๊ะ
ตั๋งโต๊ะ นั้นเป็นแม่ทัพในเสเหลียง ยกทัพไปช่วยรบปราบเตียวก๊ก แต่ก็ไม่ได้สร้างผลงงานโดดเด่นนัก หากแต่จ่ายสินบนให้สิบขันทีเป็นจำนวนมาก จนได้ตำแหน่งเจ้าเมืองกลับมาดูแลเมืองที่บ้านเกิด
ซึ่งนั่นก็คือเมือง ซีหลง นี่เอง
เมื่อตั๋งโต๊ะกลับมาเป็นเจ้าเมืองเมืองซีหลงแล้ว ก็เรียกแม่ทัพนายกอง ที่ขึ้นกับเมืองซีหลงที่ออกไปปราบกลุ่มกบฏผ้าเหลืองตามที่ต่างๆ ให้กลับมารายงานตัวที่เมือง
เตียวสิ้วก็ได้รับคำสั่งนั้นด้วย จึงสั่งให้ถอนทัพเดินทางกลับเมืองตามคำสั่ง ทหารทุกคนต่างโห่ร้องดีใจที่จะได้กลับบ้าน รวมทั้งผมด้วยที่จะได้ทำตามที่วางแผนชีวิตไว้
เมื่อกองทัพชองเตียวสิ้วเดินทางกลับถึงเมืองซีหลงแล้ว ผมก็ไปบอกเตียวสิ้วว่าผมจะลาออก เตียวสิ้วนั้นนึกเสียดาย เลยพยายามทัดทาน เกลี่ยกล่อมให้ผมอยู่ต่อ แต่ผมตัดสินใจไว้แล้วไม่คิดจะเปลี่ยนใจ จึงย้ำอย่างหนักแน่น แต่จะไปเฉยๆ โดยไม่หาคนทำแทนมันก็กระไรอยู่ จึงแนะนำเตียวสิ้วให้ตั้งเลียวตู้ขึ้นมาแทนผม เตียวสิ้วเห็นผมตัดสินใจแนวแน่แบบนี้ ก็ไม่อยากบังคับจิตใจ จึงพูดว่า
“เหวินเหอ ถ้าท่านตัดสินใจเยี่ยงนี้แล้ว ข้าพเจ้าก็ไม่สามารถบังคับจิตใจท่านได้ แต่อย่างไรเราก็ยังคงเป็นสหายกัน ไว้หากมีโอกาสข้าจะไปเยี่ยมเยียนท่าน หรือหากท่านมีเรื่องเดือดร้อนสิ่งใดก็มาหาข้าได้ทุกเมื่อ”
ผมซาบซึ้งน้ำใจมันยิ่งนัก จึงโค้งคาราวะขอบคุณ จากนั้นก็ลาจากกันตรงนั้น แล้วผมก็พาอาเจินกับตูตู้หลุนเดินทางขี่ม้าเดินทางไปเมืองซีหลง เพื่อหาที่ลงหลักปักฐาน
ระหว่างทาง ผม อาเจิน ตูตู้หลุน ทั้งสามคน นั่งบนหลังม้าคนละตัว ควบขี่เหยาะๆ พูดคุยหยอกเย้าเล่นกัน อาเจิน พลันถามผมว่า
“พี่เจ๋ง เมื่อเข้าเมืองแล้วเราจะทำสิ่งใดต่อไป”
ผมจึงบอกว่า
“เราก็จะหาบ้านสักหลังหนึ่ง เปิดเป็นโรงหมอให้เจ้ารักษาคนป่วย แล้วซื้อแกะสักคอกหนึ่งให้ตูตู้หลุนเอาไปเลี้ยงทำปศุสัตว์ เช่นนี้พวกเจ้าว่าดีหรือไม่”
ตูตู้หลุน นั้นรับฟังอย่างไม่มีปัญหาใดใด แต่อาเจินกลับสงสัยในคำพูด หันมามองผมขมวดคิ้วถามว่า
“แล้วท่านเล่า ทำสิ่งใด”
“ข้านะหรือ ข้าก็นอนตีพุ่งนับเงินที่พวกเจ้าหามายังไงหละ ฮ่าฮ่าฮ่า”
คราวนี้ตูตู้หลุน ถึงกับหลุดร้อง เพ้ย เพราะคิดว่าไม่ถูกต้อง พูดด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อว่า
“พี่เจ๋ง ไฉนท่านจึงเป็นคนเอาเปรียบผู้อื่นเช่นนี้”
อาเจิน ร้องว่า
“เฮอะ ทีแรกเข้าใจว่าท่านจะเป็นสามีที่ดี สงสัยข้าพเจ้าคงคิดผิดไปแล้ว”
ผมหัวเราะชอบใจ ที่แหย่พวกนางได้สำเร็จ เสียงหัวเราะผมทำให้พวกนางรู้ว่าผมพูดเล่น ต่างพากันโมโหมันเขี้ยว ทุบตีผมคนละปึกสองปึก ผมเลยชักกระตุกบังเหียนม้าให้วิ่งหนี พวกนางก็ควบม้าวิ่งตาม
ยามนั้นแลเห็นหมู่บ้านหนึ่งอยู่ข้างหน้า เลยคิดว่าน่าจะมีที่ให้พักผ่อนหลับนอน จึงมุ่งตรงไปความจริงหมู่บ้านส่วนใหญ่ในแถบนี้นั้น แทบล้างกันไปหมดแล้ว เพราะผู้คนอพยพหนีภัยสงครามและกลุ่มโจรกบฏปล้นสะดม ไปยังเมืองที่มีการป้องกันภัยที่ดีกว่ากันจนหมด
หมู่บ้านนี้ก็เช่นเดียวกัน เหลือแต่บ้านทิ้งรกร้าง ผมเห็นแล้วก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างหนึ่ง เพราะคืนนี้จะได้โจ๊ะพรึ่มๆ โดยไม่ต้องเกรงใจใคร เลยมองหาบ้านที่ดีๆสักหลัง เพื่อใช้เป็นที่พัก ก็เห็นหลังหนึ่งท่าทางยังดีอยู่ จึงมุ่งตรงไปที่บ้านหลังนั้น แล้วจัดการให้เป็นที่พักค้างแรม
ตูตู้หลุน เห็นมีเตาผิงไฟอยู่ จึงอาสาออกไปหาฟืนเพื่อมาก่อไฟให้ความอบอุ่นและแสงสว่าง อาเจินก็จัดการเตรียมเสบียงอาหารแห้งที่มีติดตัวมาไว้เป็นอาหารสำหรับคืนนี้ ส่วนผมก็มีความคิดดีๆ เมื่อเห็นบ่อน้ำหลังบ้าน จึงออกไปหาบน้ำมาใส่ถังไม้ใบใหญ่ที่ใช้สำหรับอาบน้ำ พอตูตู้หลุนกลับมาพร้อมฟืน ผมก็เอาไปก่อไฟต้มน้ำผสมทำน้ำอุ่น เมื่อเสร็จแล้วก็ลงไปแช่ในถัง อย่างผ่อนคลายสบายใจ
“นี่พวกเจ้าก็ลงมาแช่ด้วยกันสิ”
ผมเอ่ยปากชวน อาเจินเห็นผมผ่อนคลายสบายปานนั้นก็อยากจะลงแช่ด้วย นางเป็นภรรยาผมมาเป็นปี เห็นรูปร่างสวนสัดกันจนชินตา ไม่มีความเขอะเขินอายแล้ว เมื่อได้รับคำชวนก็ปลดเปลืองเสื้อผ้าลงมาแช่ด้วย ตูตู้หลุนแม้ยังมีความเคอะเขินอยู่ แต่ก็ยากมีส่วนร่วม เมื่อเห็นอาเจินเปลือยผ้าลงไปแช่น้ำกับผมแล้ว ก็ต้องปลดเสื้อผ้าตัวเองลงตาม
นางยามนี้ไม่ได้ดูกระโดดกระเดกหยาบห้วนอย่างเด็กผู้ชายแล้ว เนื่องเพราะนางอายุเข้าวัยสิบเจ็ด โฮโมนหญิงกำลังมีขึ้นมาก และได้ซึมซับความเป็นผู้หญิงมาจากอาเจินเมื่อได้อยู่ด้วยกัน แถมยังโดนน้ำวิสุทธ์ของผมเข้าไปฉีดกระตุ้นอีก ยิ่งไปเพิ่มความเป็นผู้หญิงในตัวให้เปล่งปลั่ง นมของนางตั้งเต้าใหญ่ขึ้นรวมถึงสะโพกก็ขยายพร้อมสำหรับวัยเจิญพันธ์
ตอนนั้นตูตู้หลุนลงมาทีหลังย่อมนั่งทับคนที่ลงมาก่อน แม้ขยับที่แบ่งที่นั่งก็ยังไม่เพียงพอ ผมจึงจับนางกอดด้านหลังให้นางนั่งทับลงบนตัก พอร่องก้นของนางสัมผัสเบียดกับดุ้นเอ็นเด้งดึ๋ง ก็ยิ้มเคอะเขินหน้าแดง และยิ่งพวกเราสามคนลงไปแช่น้ำเบียดเสียดกันในถัง แต่ละคนแขนกอดก่ายช่องขาสอดเกยเกี่ยวกัน ผิวกายเรียบลื่นที่เสียดสีสัมผัสกันในน้ำ ยิ่งทำให้ยั่วเย้ารัญจวนขึ้นไปอีก
(** ต่อจากนี้ จะเปลี่ยนวิธีบรรยายฉากเซ็ก นะครับ ขี่เกลียดนึกคำฉิมพลี เอาคำง่ายๆ ชาวบ้านๆดีกว่า ผมอ่านแล้วรู้สึกได้อารมณ์กว่า)
เมื่อเข้าที่เข้าทางนั่งกันได้แล้ว ผมก็เล่นปูไต่ใช้มือเย้าแหย่ลูบล้วงพวกนางเล่น สร้างความสำราญใจจนหัวเราะต่อกระซิกกันสนุกสนาน แล้วไม่นานความสนุกกลายเป็นความเงี่ยนหงี่ ผมจับตัวตูตู้หลุนที่นั่งซ้อนทับให้ขยับ เพื่อเอาควยที่แข็งโด่ให้ตรงร่องหีของนาง ตูตู้หลุนรู้ความนัย นางเอียงอายเล็กน้อยพร้อมกับขยับตัวช่วยจนมันสามารถสอดเสียบเข้าไปโดยไม่ต้องใช้มือจับช่วย และตอนนี้ตูตู้หลุนไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาเหมือนก่อนรู้ดีว่าควรทำอย่างไร เมื่อสอดเสียบเข้าได้ ก็ขยับสะโพกบดไปมาเบาๆ นั้นก็เป็นการทำให้ควยผมกระเด้าหีนางกลายๆ
อาเจินรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวผิดปกติ ก็รู้ได้ทันที นางแย้มยิ้มอย่างเห็นเรื่องชวนหัว นึกหัวร่อตัวเองที่เผลอไผลเพียงชั่วครู่ ก็ถูกตูตู้หลุนชิงตัดหน้าไปแล้ว นึกด่าอย่างเอ็นดูว่าเอี้ยเท้าผู้นี้รายกาจนัก เห็นเงียบๆ ไร้เดียงสา ไม่นึกว่าจะฉวยโอกาสได้ถึงเพียงนี้
พลันขยับตัวเข้าร่วมวงไพบูรณ์ จับหน้าผมเอียงมาหา ชวนจูบแลกลิ้น มือหนึ่งของอาเจิน ก็ช่วยจับขย้ำนม ตูตู้หลุน
ตูตู้หลุนเหมือนยิ่งได้รับการกระตุ้น จากที่ขยับตัวเบาๆ กระเด้าเบียดถอกควยผม ก็เริ่มกดหนักและขยับแรงจนน้ำในถังกระเพื่อม
“อ้อยยยย ซีดดดดศส์ พี่เจ๋ง พี่เจิน ข้าพเจ้าเสียวกำหนัดเหลือเกิน”
ตูตู้หลุนร้องครางบอกออกมาเบาๆหลับตาพริ้มโยกกดสะโพกไม่หยุด อาเจินก็ลุกขึ้นให้มีพื้นที่ว่างให้ผมกับตูตู้หลุนทำกันได้ถนัดๆ เพื่อเร่งเร้าความเสียวนั้น ส่วนตัวนางกลับเคลื่อนตัวไปยืนหน้าตูตู้หลุน แล้วสิ่งที่ผมไม่คาดคิดก็บังเกิด เมื่ออาเจินยกขาข้างหนึ่งเหยียบขอบถัง ประคองหัวตูตู้หลุนให้หน้าเข้าชิดหว่างขาตัวเอง ให้ตูตู้หลุนทำรักด้วยปากให้
ตูตู้หลุนก็เหมือนคุ้นเคยมาแล้ว ใช้ลิ้นทำรักด้วยปากให้นางได้ลื่นไหลไม่ติดขัด ผมเห็นต้องร่ำร้องในใจ เช่นนี้เป็นว่า อาเจินไม่ได้สอนสั่งนางอย่างธรรมดา ย่อมต้องมีการชวนตีฉิงฉาบกันเป็นภาคปฏิบัติ ตอนนั้นทั้งอึ้งทึ่งและยินดี เนื่องเพราะถ้าลองเมียหลวงเมียน้อยรักกันปานแหกแคมเลียให้กันได้แบบนี้ ก็สามารถเล่นท่าพิสดารได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ
ผมจึงสะกิดชวนทั้งสองคนออกจากถังอาบน้ำไปต่อบนเตียง ให้นางสองคนสลับกลับหัวกันอยู่ในท่าหกเก้า โดยให้ตูตู้หลุนนอนหงายอยู่ล่าง อาเจินคร่อมตัวโก่งโค้งอยู่ข้างบน แล้วโลมเลียให้กัน จากนั้นผมก็เอาควยไปให้อาเจินดูดเลีย จนมันเปียกชุ่มดีแล้ว ก็เย็ดหีตูตู้หลุน ที่อาเจินจับแหวกขาถ่างให้ พร้อมกับที่อาเจินก้มลงเลียหนุนเสริมความเสียวไปทั้งหีทั้งควยที่กำลังเย็ดกันเข้าออก
ตูตู้หลุนทั้งเสียวหีที่โดนเย็ด และเสียวแตดที่โดนลิ้น ถึงกับร้องเสียงครางกระเส่า นางจึงระบายความเสียวนั้นแบ่งปันให้อาเจินกลับคืนด้วยลิ้นของนาง
ตับๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
“โอ้วววว เจ้าสองคนนี่วิเศษ จริงๆ ซีดดดส์”
ตับๆๆๆๆๆๆๆ
ผมร้องบอกอย่างเมามันส์ กระเด้าหีตูตู้หลุนไม่หยุด หีจองตูตู้หลุนตอนนี้ทั้งฟิตทั้งหล่อลื่น เย็ดได้เสียวหัวควยสุดๆ ไม่นานนางก็ร้องสุดเสียง ปล่อยน้ำหีแตกพุ่งออกมา เมื่อตูตู้หลุดเสร็จแล้วผมก็ไปเย็ดอาเจินต่อ อาเจินโก่งตูดรออยู่แล้ว พร้อมน้ำที่เยิ่มฉ่ำ เมื่อสอดใส่ได้ ก็ไม่ต้องร่ำไร กระเด้าได้อย่างไม่ยั้ง
ตับๆๆๆๆๆๆๆๆ
“อาห์ พี่เจ๋ง ข้าพเจ้าชอบเหลือเกิน ท่านทำข้าพเจ้าเสียวไปหมดแล้ว”
“โอ้วววว ข้าก็เสียว อาเจิน พวกเจ้าเย็ดได้มันส์จริงๆ ซีดดดส์”
ตับๆๆๆๆ
ตูตู้หลุนเห็นควยผมบดกระเด้าหีอาเจินเข้าออกไม่ยั้ง ห่างจากหน้านางไม่ถึงเซี๊ยะ ก็ยกผงกหัวตัวเองใช้ลิ้นเลียช่วยอย่างที่อาเจินเคยทำให้ ไม่นานอาเจินก็น้ำหีแตกเสร็จไปอีกคน ผมเองความจริงก็เสียวจะแตกอยู่แล้วแต่อั้นไว้ไม่ให้แตกใน เพราะผมไม่พร้อมให้พวกนางตั้งครรภ์ หากอยู่ในช่วงวันตกไข่ผมจะแตกนอก หากอยู่เลยช่วงตกไข่แล้วผมจะแตกใน
ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในช่วงตกไข่ ผมจึงจำต้องเอามาหลั่งแตกข้างนอก ยามนั้นจึงดึงพวกเธอมาช่วยดูดอมทำให้ผมเสร็จ ทั้งคู่จึงประสานลิ้นพลัดดูดพลัดอม เร่งเร้าให้ผม จนผมน้ำแตกหลังออกมา แล้วทั้งอาเจินกับตูตู้หลุนก็โลมเลียน้ำนั้นแบ่งกันกลืนกิน
——————————