ตำนานนักรัก ตอนที่ 91

ตำนานนักรัก ตอนที่ 91

“ดาขอลองอีกครั้งนะคะ…”

หลังจากที่ผมเอ่ยปากขอร้องคุณดาให้เลิกโทรไปแล้วไม่ถึงสามนาที คุณดาก็เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่ยอมแพ้ แล้วรีบกดหมาย
เลขของคุณเจนใหม่อีกครั้งทันที หลังจากผมได้เสียงเสียงตุ๊ดดด..ๆสามสี่ครั้ง ก็ตามมาด้วยเสียงซ่าๆของคุณเจนเบาๆ
ทำเอาผมใจเต้นแรงอดตื่นเต้นตามไปด้วย

“สวัสดีค่ะแม่..มีอะไรด่วนหรือคะ..โทรหาเจนตั้งหลายเที่ยว…”

แม้เสียงพี่ผมได้ยินจากโทรศัพท์ของคุณดา จะซ่าๆดังไม่ชัดเจน แต่เมื่อรู้ว่าเป็นเสียงของคุณเจน ผมถึงกลับฉีกยิ้มด้วย
ความดีใจ มันทั้งดีใจและตื่นเต้น จนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ อย่ากแย่งโทรศัพท์จากมือคุณดามาพูดเสียเองให้ได้

“ก็ต้องธุระด่วนสิจ๊ะ..ไม่งั้นแม่จะโทรมาดึกดื่นขนาดนี้ทำไม..”

“มีใครเป็นอะไรหรือคะคุณแม่..คุณตา..หรือน้องของเจน..เป็นอะไรหรือเปล่า…” คุณเจนรีบถามกลับอย่างร้อนรน เมื่อได้
ยินเสียงคุณดาบอกว่ามีธุระด่วนเยี่ยงนี้

“ไม่ต้องตกใจหรอกลูก ไม่ใช่เรื่องแบบนั้น แค่แม่อยากถามให้ชัดว่า ลูกแต่งงานกับ
ตาเอ็มจริงรึเปล่า….” คุณดาครุ่นคิดเพียง
ชั่วครู่ แล้วตัดใจไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องคุณเจนที่บัดนี้ มันไม่ได้อยู่ในครรภ์ของคุณดาอีกต่อไปแล้ว

สิ้นเสียงร้องถามจากคุณดา ผมก็ใจเต้นโครมๆด้วยความตื่นเต้น ดูเหมือนคุณเจนจะอึ้งไปชั้วครุ่ก่อนจะตอบ แต่ในความรุ้สึก
ของผมกลับรุ้สึกว่ามันนานเหลือเกินกว่าจะได้ยินเสียงตอบจากเธอ แล้วทันใดนั้นใจผมก็หายวาบ เมื่อได้ยินเสียงซ่านั้น
ตอบมาอย่างชัดเจนว่า

“จริงค่ะแม่…”

แม้เสียงคุณเจนจะแตกซ่าก็ตาม แต่คำตอบของเธอกับดังก้องอยุ่ในโสตประสาทของผม จนไม่จำเป็นต้องฟังซ้ำ เรื่องการ
แต่งงานนั้นมันเป็นความจริงแท้แน่นอน แต่ผมกลับยังมีกำลังใจ เมื่อคิดว่าคุณเจนอาจแต่งงานกับนายเอ็มเพราะต้องการ
ประชดผม ถ้าเธอต้องตกเป็นเมียนายเอ็มสักสองสามครั้งก็ช่างประไร ขอเพียงให้เธอกลับมารักมาเข้าใจผมใหม่ ผมก็พร้อม
จะให้อภัยไม่ถือสา

“ทำไมลูกจึงรีบตัดสินใจ..ไม่ปรึกษาแม่ก่อนล่ะคะ…”

“อ้าว..ทำไมเจนต้องปรึกษาด้วยคะ…ในเมื่อคุณแม่ก็ทราบเรื่องพี่เอ็มดี และมีจุดมุ่งหมายแบบนี้อยู่แล้วแต่แรกไม่ใช่หรือคะ…”

“ใช่จ๊ะ..แม่ยอมรับว่าครั้งแรก แม่คิดแบบนี้..แต่…ตอนนี้แม่รู้ความจริงแล้วนี่ลูก..”

“ความจริงอะไรคะคุณแม่…” คุณเจนอึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะย้อนถามเสียงสั่นๆกลับมา

“ความจริงที่ว่าลูกกับคุณทองดีรักกัน..และมีอะไรกันแล้ว..”

คุณดากรอกเสียงบอกออกไปเรียบๆ แต่ฝ่ายคุณเจนที่ได้ยินถึงกับอุทานดังลอดลำโพงออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะอึ้ง
เงียบไปชั่วครู่ ก่อนกรอกเสียงถามออกมา

“คุณแม่ทราบได้ยังไงคะ..คุณทองดี..บอกแม่หรือ….”

“คุณเค้าไม่ยอมสารภาพความจริงหรอกจ๊ะ..แต่แม่สงสัยตั้งแต่วันที่พบคุณเค้าออกมาจากห้องลูกในคืนวันนั้นแล้ว…”

“แล้วคุณทองดี บอกแม่แล้วหรือคะ..ว่าเค้ามีอะไรกับเจน..เจนขอโทษค่ะคุณแม่…เจนไม่ดีเอง..ที่ทำร้ายความรู้สึกของคุณ
แม่…แต่เจนจะไม่มีวันยอมแย่งคนรักของแม่หรอกค่ะ…”

ในเสียงที่แตกซ่าของคุณเจนนั้น ผมพบว่ามันกำลังสั่นเครื่อเหมือนเธอกำลังจะร้องไห้ด้วยความเสียใจ ทำเอาผมนิ่งอึ้ง รู้สึก
เสียใจตามเธอไปด้วย จนแทบจะลืมความจริงในข้อที่ว่าบัดนี้เธอแต่งงานกับนายเอ็มไปแล้ว

“ไม่ต้องเสียใจร้องไห้หรอกลูกรัก..เรื่องมันผ่านไปแล้ว แม่ให้อภัยในความผิดพลาด..แต่แม่อยากจะบอกลูกว่า..ถ้าลูกยังรัก
คุณอยู่..ลูกกลับบ้านมาเถอะจ๊ะ…แล้วเราค่อยมาคุยกันใหม่ว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร…” คุณดาพยายามอธิบายปลอบใจ
อย่างใจเย็น ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไม่แสดงอาการโกรธเกรี้ยวออกมาเลยแม้แต่นิด

“มันสายไปแล้วค่ะแม่…บอกคุณทองดีให้ลืมเจนเสียเถอะ..ตอนนี้เจนแต่งงานแล้ว..และ..เอ้อ..”

“และอะไรลูก…” คุณดาร้องถามกลับ เมื่อคุณเจนอ้ำอึ้ง พูดไม่จบประโยค ก็นิ่งอึ้งไม่ยอมพูดต่อ ผมก็รอลุ้นฟังด้วยใจที่
เต้นรัวๆ

“เจนกำลังมีเด็กค่ะคุณแม่…ปล่อยเจนไปตามทางของเจนเถอะค่ะ….”

“อะไรนะลูก..เกิดขึ้นได้อย่างไร ตาเอ็มเพิ่งบินไปหาลูกไม่ถึงเดือน..หนูจะท้องได้ยังไง…ท้องกับใครลูก…” คุณดารีบ
ซักไซ้เสียงสั่นๆรัวๆ พร้อมหันหน้ามามองสบตาแดงก่ำของผม

“เจนขอโทษค่ะ..เจนท้องกับพี่เอ็ม…ตั้งแต่คืนวันแต่งยัยอรกับลุงชิตแล้ว..แม่จำได้มั๊ยคะว่าเจนกลับบ้านมากับพี่เอ็มแค่
สองคน….บลาๆๆๆๆๆ…”

ดูเหมือนคำอธิบายต่อจากนั้นของคุณเจนผมฟังไม่รู้เรื่อง ทั้งๆที่เสียงที่คุณเจนพูดกลับมามันก็ยังเหมือนเดิม คงเพราะ
ประสาทหูผมดับจนฟังอะไรไม่ได้ยิน มีเพียงความรู้สึกที่รับรู้เพียงสองเรื่องเท่านั้นว่า คุณเจนแต่งงานแล้ว และกำลังมีลูก
กับสามีของเธอ เพียงเท่านั้นผมก็ค่อยๆเดินคอตกออกมาจากห้องอย่างเหม่อลอย..ปล่อยให้คุณดาพูดกับลูกสาวของเธอ
ต่อไป รักแรกที่แสนหวานของผมกับคุณเจนมันปลิวหายหลุดลอยไปไกลลิบ จนผมเอื้อมมือไคว่คว้าไม่ถึงเสียแล้ว

และก็แทบไม่น่าเชื่อว่าเสียงของคุณเจนจากโทรศัพท์นั้นจะเป็นเสียงสุดท้ายที่ผมได้ยิน จนวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ถึง10ปี เหตุการณ์ในบ้านของคุณดา รวมทั้งชีวิตของผู้คนรอบตัวผมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และผมก็รู้จักกับคำว่า
หัวเราะทั้งน้ำตามันเป็นอย่างไร

เริ่มตั้งแต่ ผมได้ข่าวจากคุณเจนผ่านทางคุณดาเป็นระยะๆในช่วงสามสี่ปีแรก ว่าเธอคลอดลูกออกมาเป็นเด็กชาย และมีชีวิต
ความเป็นอยู่ที่สุขสบายกับสามีของเธอที่ต่างประเทศ ย่างเข้าปีที่ห้า พ่อตาผมก็สิ้นอายุขัยไปตามวัยของท่าน ทิ้งปริศนา
เรื่องแม่หนูยิ้มให้เป็นความลับดำมืด ไม่ยอมสานต่อให้ผมฟัง รวมทั้งทิ้งเมียทั้งสองคือสาลี่และคุณวิให้ผมช่วยคอยดูแล
อุปถัมภ์ค้ำชู แต่อย่านึกหรือคาดเดาเลยนะครับว่าผมจะสานต่อเอาทั้งสองคนมาเป็นเมีย เพราะดูเหมือนว่าตั้งแต่สูญเสีย
คุณเจน สูญเสียความรักครั้งแรกของผมไปแล้ว ความรู้สึกทางด้านเซ็กส์และความรักของผมมันเฉื่อยชาลงไปอย่างมากมาย

ถัดมาอีกสองปีนายทัดเทพออกมาจากคุก พร้อมสำนึกตัวได้จนไปบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับลูกตนเองที่เคยอยู่ในท้อง
ของคุณดา ถัดมาอีกปี คุณดาก็มาสารภาพความจริงกับผมว่าเธอติดต่อคบหากับนายทัดเทพอีกครั้ง ผมไม่แปลกใจเลยที่
ได้ยินคุณดามาสารภาพเยี่ยงนี้ คงเพราะมันเป็นรักแรกของเธอ อีกอย่างนายทัดเทพก็ปรับปรุงตัวได้แล้ว พอไม่มีพ่อตาผม
มาคอยขวางกั้นอีก คุณดาเธอก็เลยอยากทำตามใจตนเองบ้าง

ผมจึงต้องปล่อยให้เธอเป็นอิสระ ด้วยความเต็มใจ เพื่อให้เธอไปตามหาคนรักและความรักของเธอเช่นเดิม ด้วยความเข้าใจ
กันเป็นอย่างดี โดยที่คุณดาให้ผมเป็นหุ้นส่วนกับบริษัท wedding studio ของเธอ ตอบแทน จากนั้นผมย้ายออกมาจากบ้าน
พร้อมมะลิและพี่สาวของเธอ มาอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในย่านชานเมือง และมะลิยังให้กำเนิดทารกเพศหญิงกับผม
คนหนึ่ง ส่วนผมกลับกลายมาเป็นเพื่อนกับนายทัดเทพ ช่วยกันบริหารงานบริษัทจนรุ่งเรืองมีชื่อเสียงในลำดับต้นๆ
ของวงการ [post]”ทองดี..คืนนี้นายว่างมั๊ยวะ…” เสียงห้าวๆของหนุ่มใหญ่วัยใกล้เกษีญรในฐานะประธานของบริษัทร้องทักถามผมทันที ที่ผม
เยี่ยมหน้าเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของแก

“จะชวนผมไปทานเหล้าหรือน้า….ขออนุญาตคุณดาหรือยังครับ..” ผมร้องแซวกลับอย่างเป็นกันเอง กับท่านประธานดั่งคน
คุ้นเคย เมื่อยามอยู่ลับหลังลูกน้องคนอื่นๆในบริษัท เนื่องเพราะรู้ดีว่า เราทั้งสองคนเคยมีเมียคนเดียวกัน

“เห้ย!…ไม่ได้ชวนไปกินเหล้าหรอก…เรื่องนั้นน้าแขวนแก้วไปนานแล้ว..คุณดาให้น้ามาถามเพราะจะชวนไปรับคุณเจน
ต่างหาก….”

เกือบ10ปี ที่ผมไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน พอนายหรือน้าทัดเทพที่ผมเรียกจนติดปากเอ่ยออกมา ผมถึงกับชะงักอึ้ง ใจเต้น
ระรัว ยอมรับอย่างไม่กระดากอายเลยว่า แม้วันเวลามันจะผ่านไปนานเพียงใด แม้จะรู้ว่าเธอมีครอบครัว มีสามีและลูกไป
แล้ว แต่ชื่อนั้นมันก็ยังมีอิธิพลทำให้ใจผมเต้นระรัวได้เสมอ

“คุณเจนจะกลับมาแล้วหรือครับ…” ผมถามกลับอย่างกระตือรือร้น

“เธอกลับมากับใครบ้างครับ แค่มาเที่ยวหรือกลับมาอยุ่เลย…” ผมรีบถามคำถามใหม่ ทั้งๆที่คำถามเก่าน้าทัดเทพยังไม่
ทันตอบ

“เอ้อ..ขอโทษว่ะ..เรื่องนี้น้าไม่ทราบเลย…ไม่กล้าซักถามคุณดา…นายก็รู้นี่หว่า ว่าอดีตน้าทำไม่ดีไว้กับคุณเจน….”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับน้า..ผมก็ถามไปงั้นแหละ…ยังไงผมก็ไปรับคุณเจนกับน้าไม่ได้หรอกครับ…ต้องรีบกลับบ้าน ไป
ช่วยมะลิดูแลยัยหนู เธอกำลังซนครับ…”

ผมให้เหตุผลเสียงอ่อยๆ ทั้งที่จริงแล้ว ยัยจูนลูกสาววัยขวบเศษของผมนั้นว่านอนสอนง่ายจะตายไป แต่ที่ต้องยกมาเป็น
ข้ออ้างนั้นเพราะยังทำใจไม่ได้ ถ้าจะต้องไปพบคุณเจนเดินประคองมากับลูกและสามีของเธอ

“อืมมม..ตามใจ..แล้วน้าจะบอกคุณดาให้แล้วกัน…ชีวิตพวกเราก็แปลกดีเนอะ…ฮ่าๆๆๆๆ..” น้าทัดเทพตอบรับเสียงเรียบๆ
แล้วจู่ๆก็รำพึงพร้อมหัวเราะขึ้นมาเสียงดัง

“ก็เอ็งกับน้า ชีวิตมันยุ่งพัวพันจนไม่กล้าเล่าให้ใครฟังน่ะสิวะ…ขอบใจเอ็งนะโว๊ย..ถ้าไม่ได้คำพูดของเอ็งในวันนั้นที่โรง
พยาบาล น้าคงไม่สำนึก และคงไม่มีวันนี้ในชีวิต..เอ็งใจกว้างมาก..ที่ปล่อยคุณดาให้น้า..ขอบใจว่ะ….”

“เปล่าหรอกน้า..ผมไม่ได้ปล่อยคุณดาให้น้าครับ..ผมปล่อยคุณดาให้ไปหาคนที่เธอรักต่างหาก…เพราะผมเข้าใจแล้วว่า
รักแรกนั้นมันยากจะหักใจลืม…ฮ่าๆๆ ”

ผมตอบพร้อมหัวเราะอย่างอารมณ์ดี แต่ใครเล่าจะเข้าใจว่าข้างในใจผมนั้นกำลังร้องไห้ เมื่อรู้ข่าวว่าคุณเจนจะกลับมา
พร้อมครอบครัวของเธอ และคงเศร้าเสียใจหนักขึ้นเป็นแน่ ถ้ารู้ล่วงหน้าว่า ในไม่ช้า น้าทัดเทพจะวางมือ ปล่อยให้คุณ
เจนบริหารงานในตำแหน่งประธานบริษัทของแม่เธอ โดยมีผมเป็นทั้งหุ้นส่วนและหนึ่งในลูกน้องของเธอ

……………………………………………………………………………………………………………….

“พี่เป็นอะไรคะวันนี้ หน้าตาไม่ค่อยสบายเลย..ทำงานมาเหนือยหรือคะ…พักบ้างก็ได้..พี่ทุ่มเทเวลาให้กับงานมากเกินไป
แล้วนะคะ…”

เย็นวันนั้นเองที่ผมขับรถกลับบ้านด้วยท่าทางหน้าตายุ่งเหยิง เหมือนคนเหนือยจัด จนมะลิเมียสาวของผมต้องเอ่ยปาก
ร้องทัก ในขณะที่น้องจูน ร้องเรียกป๊าๆป๊ะๆ ตั้งท่าจะโผมาให้อุ้ม จนพี่สาลีต้องชิงตัวไปอุ้มเสียแทน เมื่อแลเห็นหน้าตา
ท่าทางเหน็ดเหนือยจากสีหน้าของผม

“มาหาป้าลูก..พ่อเค้าเพิ่งทำงานกลับมา..”

“ไม่เป็นไรครับพี่..ส่งน้องจูนมาให้ผมเถอะ..”

ผมตตอบกลับเบาๆ ด้วยใจที่โหยหา และคิดว่าน้องจูนน่าจะเป็นหลักพักใจ ไม่ให้จิตใจผมว้าวุ่นฟุ้งซ่านไปกว่านี้ จึงชิงตัว
ป้อมๆอวบอ้วนแก้มยุ้ยมากอดรัด แล้วดูเหมือนจะได้ผล เมื่อได้ยินเสียงเรียกป๊าๆ…จากริมฝีปากแดงๆใสๆ ไม่ขาดปาก
พร้อมเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก ลงคอ ยามที่โดนผมจูบฟัดด้วยตอหนวดแพล็มๆแหลมๆ