ผมชื่อเริง ยังมีสถานภาพเป็นนักศึกษาแต่มีแฟนอยู่แล้วชื่อน้องปาร์ม เธอเป็นผู้หญิงสวยคนหนึ่งทีเดียว เธอช่างงามพร้อมตามแบบที่ผมฝันใฝ่ นอกจากกิริยามารยาทที่เรียบร้อยไม่ก๋ากั๋น ยังมีใบหน้า เรือนร่างและผิวพรรณ สวยงาม เธอดวงตาสีนิลทอประกายสดใส รอยยิ้มตรึงใจ ผิวสีขาวอมเหลือง รูปร่างสัดส่วนส่วนสูงก็ได้มาตรฐานหญิงไทย อันที่จริงจะต้องเรียกว่าเมียก็ยังได้เพราะว่าเราเองก็อยู่กินนอนห้องเดียวกันมานานหลายเดือนแล้ว เพียงแต่ว่าเรายังไม่ได้แต่งงงานจดทะเบียนสมรสเป็นเรื่องเป็นราวเท่านั้นเอง เนื่องจากเราทั้งสองยังเรียนอยู่ และผมเองก็ทำงานพาทไทม์เป็นพนักงานเดินเอกสารออฟฟิศแห่งหนึ่ง ส่วนน้องปาร์มก็รับจ๊อบเป็นพริ๊ตตี๊ตามงานอีเว้นท์ต่างๆ จึงพอมีรายได้เลี้ยงตัวไม่ต้องรบกวนทางบ้านมาก และเราก็สัญญากันว่าเรียนจบจะแต่งงานทันที ไม่ทิ้งกันเด็ดขาด!น้องปาร์มมีเพื่อนซี้เป็นทอม ชื่อกวาง แต่ก็เป็นทอมหน้าสวยหวานหุ่นดี ผิวขาวอมชมพู ไว้ผมรองทรงสั้นแต่ดูมีเสน่ห์ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาสวย หน้าอกหน้าใจใหญ่โต คะเนสัดส่วนน่าจะประมาณ ๓๕ – ๒๕ – ๓๗ ดูแข็งแรง ผมเองยังเห็นแล้วอิจฉาเลย ว่าถ้าน้องปาร์มของผมหน้าตาสวยหุ่นดีได้ขนาดมันคงจะได้เป็นพริ๊ตตี้เงินแสนแน่ๆ และผมคงจะไม่ปล่อยให้คลาดสายตา ต้องตามเฝ้าตามดูแลเพราะกลัวจะโดนเสี่ยกระเป๋าหนักหิ้วไป แต่ถึงกวางหรือเจ้ากวางจะหน้าตาสวยและหุ่นดีแต่มันกลับแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ท กางเกงยีนต์หลวมๆ ไม่แต่งหน้าแต่งตาใดๆ ตัดผมรองทรงสั้น ปกปิดความสวยและอวบอึ๋มเอาไว้ และประพฤติตัวเรียบร้อยไม่เก๊ก ไม่กร่าง ทำตัวน่าหมั่นไส้เหมือนทอมคนอื่นๆทุกครั้งผมที่ลอบมองมัน มีความรู้สึกแบบ…อื้อ…ไม่ขอบอกละกันและผมได้สืบทราบมาว่าเจ้ากวางเคยมีแฟนสาวสวยเป็นดี้ แต่ก็แยกทางกันเพราะแฟนสาวเป็นแอร์ โฮสเตส อยู่สายการบินแห่งหนึ่งจึงต้องเดินทางบ่อย ความเหินห่างและคงจะบวกกับมันเป็นเรื่องผิดธรรมชาติ ทำให้แฟนสาวของเจ้ากวางเปลี่ยนใจไปคบหากับสจ๊วตหนุ่ม ทิ้งให้เจ้ากวางโศกเศร้า และก็ได้น้องปาร์มคอยช่วยปลอบใจตอนแรกที่ยังไม่รู้จักกับน้องปาร์ม ผมก็คิดว่าเจ้ากวางมันเป็นแฟนของน้องปาร์ม เพราะมักเห็นไปไหนมาไหนด้วยกันชนิดตัวติดกันแทบจะเป็นปาท่องโก๋ กินข้าว ติวหนังสือ เที่ยวห้าง ดูหนัง ฟังเพลง ก็ไปด้วยกัน เรียกว่าเห็นน้องปาร์มที่ไหนก็ต้องเห็นเจ้ากวางที่นั่น จนกระทั่งผมเริ่มสนิทกับน้องปาร์มจึงรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วทั้งคู่เป็นแค่เพื่อนกัน แถมน้องปาร์มก็เป็นปรกติไม่ได้ชอบผู้หญิงด้วยกัน ผมก็เลยตัดสินใจจีบน้องปาร์มจนสำเร็จสมอารมณ์หมายอันความรักในวัยเรียนเหมือนจุดเทียนกลางสายฝน และแล้วมันก็มีจุดที่ทำให้ชีวิตคู่ของผมเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และก็มาจากนิสัยเสียอย่างหนึ่งของผม เนื่องจากผมเองจัดว่าเป็นหนุ่มหล่อ อัธยาศัยดี แล้วมีความเป็น Friendly หรือแปลง่ายๆ คือ ตลก มนุษยสัมพันธ์ดีเกิน ช่างเจรจา จึงเป็นที่สนใจของรุ่นน้องหลายๆคน และข้อเสียอันร้ายกาจเข้าขั้นสันดานเสียเลยก็ว่าได้ของผมก็คือเป็นคนเจ้าชู้ แต่ผมเองก็มีชั้นเชิงและกาลเทศะ ถึงเจ้าชู้ก็จริงแต่เจ้าชู้แบบว่าไม่ยอมให้ใครจับได้  และผมก็คิดเข้าข้างตัวเองเสมอๆว่าผมไม่ผิด ก็โลกใบนี้มีผู้หญิงเยอะกว่าผู้ชายหลายเท่า ตามสถิติที่สำรวจมาสถิติประชากรผู้ชาย ๑๐๐ คน- เป็นเกย์ ๓๐ คน- เป็นสามีของเกย์  ๒๐ คน- มีเมียแล้ว ๒๐  คน- อยู่ในคุก ๑๐ คน- บวชเป็นพระมุ่งหน้าสู้นิพพาน ๕ คน- หน้าตาอุบาทว์มากๆนิสัยสถุลเกิน ๕ คน- ไร้สมรรถภาพ ๕ คน- เป็นเอดส์ใกล้ตายอีก ๓  คน- อยู่ในโรงพยาบาลบ้า ๑ คนจากสถิติดังกล่าว ผู้ชาย ๑๐๐ คน เหลือที่ใช้การได้เพียง ๑ คนฉะนั้น @ ฉะนี้…..ผู้ชายดีๆที่เหลืออยู่น้อยนิดก็น่าจะแบ่งกันใช้ได้…ใช่ไหมครับ?!ชีวิตของผมยังคงเจ้าชู้เงียบๆแต่เก็บเรียบไปเรื่อยๆอย่างสำราญเบิกบานฤทัย และแล้ววันที่ผมต้องพบเจอคำว่าผิดหวังบ้างก็มาถึง มันเป็นความชะล่าย่ามใจที่เผลอไปมีอะไรกับคนใกล้ตัวน้องปาร์ม และตัวน้องปาร์มเองก็ไม่ได้คิดอย่างผม เธอคิดว่า ‘ผู้ชายมีน้อย แต่ไม่ยอมแบ่งให้ใครมาร่วมใช้สอยด้วย’ และเขาได้แอบสืบรู้มาว่าผมไปมีอะไรๆกับน้องเฟิร์นเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขา แต่เรื่องนี้จะว่าผมผิดฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ก็น้องเฟิร์นมาอ่อยให้ท่าผมถึงห้อง ใส่สายเดี่ยวตัวบางๆกางเกงขาสั้น ชั้นในก็ไม่ใส่ แถมยังขาวยังอวบอึ๋มหุ่นดี ทั้งยังมีออฟชั่นเด็ดเล่นท่ายากเก่งอีกต่างหาก แหม… ลงว่าผู้หญิงเขามาให้ท่าถึงห้องแล้วผู้ชายแท้ๆที่ไหนมันจะไม่เอาหล่ะครับ! ถ้าไม่เอาผมคงจะถูกฮาและโห่ว่าโงบัดซบ ไปนอนปลักกับควายเถอะ!และแล้วไม่กี่วันต่อมาเรื่องที่ผมแอบมีอะไรกับน้องเฟิร์นก็ลือลั่นโด่งดังไปทั่วทั้งคณะและมหา’ลัย พร้อมกับคลิปลีลาเด็ดความยาวกว่าหนังโป๊ด้วยสารพัดลีลาท่ายาก และมันแพร่ระบาดไปตามเว๊บโป๊ๆต่างๆที่ใครต่อใครเมื่อรู้ก็แห่เข้าโหลดดูจนบางเว็บล่มก็มี แม้ภาพจะไม่ชัดระบุไม่ได้ว่าใช่หรือไม่!? แต่โลเกชั่นต่างๆในห้องมันฟ้องว่าเป็นห้องของใคร เมื่อน้องปาร์มได้ดูคลิปนั้นแล้วผลที่ตามมาก็คือฝ่ามือบางๆตบเข้าที่ใบหน้าของผมพร้อมหลั่งน้ำตาด้วยความเสียใจและไม่ยอมพูดจาใดๆกับผม ซ้ำยังเก็บข้าวขนของหนีไปนอนหอห้องเดียวกับเจ้ากวางเพื่อนทอมผมพยายามตามไปง้อแต่ปาร์มก็ไม่ยอมออกมาพบหรือพูดกับผม แถมยังให้เจ้ากวางมันออกมาไล่ผมให้กลับไปด้วย ไม่ว่าผมจะนั่งเฝ้ารำพันจนดึกดื่นเธอก็ไม่ออกมาพบ จนกระทั่งเจ้าของหอต้องออกมาไล่และขู่ว่าถ้าไม่ยอมกลับจะเรียกตำรวจมาจับ ผมจึงต้องยอมถอยไปอย่างอาลัยอาวรณ์ เช้าวันรุ่งขึ้นตอนที่ผมไปเรียน ผมแวะไปหาเธอที่หอพักเพื่อหวังพูดจาเกลี้ยกล่อมแก้ตัวและง้องอนให้กลับมาคืนดีรักกันเหมือนเดิม แต่ก็เจอแต่เจ้ากวางอยู่คนเดียวไม่เห็นแม้แต่เงาของน้องปาร์ม ในตอนนั้นผมถึงได้รู้ว่าน้องปาร์มเธอได้แอบหนีกลับบ้านเกิดที่ จ.สกลนคร อ. สว่างแดนดิน ไปเสียแล้ว“เฮ้อ…ตัดอกตัดใจเถอะนะเริงเอ้ย…ไม่ต้องมาหาแล้ว ปาร์มเขาไม่อยากเจอนาย” กวางบอกน้ำเสียงเบื่อหน่าย“ถ้าอย่างงั้นก็ฝากบอกปาร์มด้วยนะ ว่าฉันเสียใจ ฉันอยากขอโทษในเรื่องที่ผ่านๆมา” ผมบอกน้ำเสียงเศร้าสร้อย ตาแดงๆหวังขอความเห็นใจ “ตอนนี้…ฉันสำนึกผิดแล้วก็กลับตัวกลับใจแล้ว จะไม่มองใครอีกนอกจากปาร์มคนเดียว”เจ้ากวางมองผมตั้งแต่เส้นผมจรดปลายตีนแล้วกอดอกพิงประตูเบ๊ปากใส่ สายตาแสดงอาการหยามหยันไม่ปิดบัง“น้ำหน้าอย่างนายหรอ…อมวัดพระแก้วมาพูดก็ไม่เชื่อ เขาอภัยให้นายมากี่ครั้งแล้ว ครั้งนี้มันหนักหนาสาหัส ยายเฟิร์นเอาเรื่องของแกกับเขาไปคุยทั้งคณะถึงลีลา ขนาด แล้วก็…อี้ย์ หยะแหยง! ไม่อยากพูดให้เป็นเสนียดปาก ถึงเขาจะยกโทษให้นายอีกครั้ง แต่ร้อยทั้งร้อยมันก็เข้าอีหรอบเดิมนั่นแหละ กลับไปเหอะ มาบอกกับฉันมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก เขาบอกว่าระหว่างนายกับเขาจบลงแล้ว ต่อให้เชือกวิเศษมาผูกรั้งเอาไว้ก็เอาไม่อยู่”“เอ่อ…แล้วน้องปาร์มจะกลับมาอีกเมื่อไหร่?”“คงอีกนานหรืออาจจะไม่กลับมาอีก ไปเถอะนะ ฉันจะนอนแล้ว พรุ่งนี้มีสอบ”บอกแล้วเจ้ากวางก็ปิดประตูใส่หน้าผมแต่ผมกลับคิดแบบเข้าข้างตัวเองว่าน้องปาร์มจะต้องกลับมาห้องบ้างแน่ๆ เขาหนีผมไปไม่ได้ตลอดหรอก ผมมานั่งรอเขาตรงโซฟาหน้าบันไดหอพักของเขาทุกวันแต่ก็ไม่มีวี่แวว จากหนึ่งวันนานเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์เลื่อนไปเป็นเดือน โทรหาก็ไม่มีสัญญาณจากหมายเลขที่เธอใช้ ไลน์ เฟสบุ๊คก็ถูกบล็อกหมด เรียกว่าไม่มีหนทางติดต่อเธอได้เลย แต่ผมก็มานะมานั่งรอเธอที่หน้าหอและกลับดึกดื่นทุกวัน นั่งมองเจ้ากวางเดินเข้าเดินออกห้องนั้นจนเริ่มจะคุ้นหน้ากัน จากแรกๆที่มองผมด้วยสายตาสมน้ำหน้า แต่พอผ่านไปหลายๆวัน สายตาของเจ้ากวางก็เริ่มเปลี่ยนกลายเป็นเห็นใจแต่ไม่ได้ทักทายพูดคุยอะไรด้วย ผมยอมรับว่า ณ เวลานั้นผมได้สำนึกผิดจริงๆแล้วและคิดถึงปาร์มอย่างที่สุด และนึกโกรธตัวเองที่ยามมีคนรักอยู่ไม่เคยดูแลและแคร์ความรู้สึกของเขา พอมาสำนึกได้ก็ต้องเสียเขาไปแล้ว ผมนั่งรอมาเดือนกว่าๆจนในที่สุดผมก็คิดว่าน้องปาร์มคงจะรู้เวลาไปกลับของผม และจะออกจากห้องนั้นในเวลาที่ผมกลับหอพักตัวเอง ผมจึงตัดสินใจหยุดเรียนแล้วมาดักรอตอนบ่าย เมื่อเจ้ากวางออกจากห้องไปทำธุระ ผมจึงอาศัยช่วงเวลานั้นงัดห้องเข้าไปและเมื่อผมงัดห้องเข้าไปผมจึงได้รู้ความจริงในห้องนั้นไม่มีข้าวเครื่องใช้ของน้องปาร์มเหลืออยู่แม้สักชิ้นเดียว เธอได้ดร๊อบเรียนและขนข้าวของกลับบ้านเกิดของเธอจนหมด นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมไม่พบเธอเลยตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา และเจ้ากวางก็ไม่อยากบอกผมและไม่ยอมให้เข้ามาดูในห้องเพราะกลัวผมจะรับไม่ได้ มาถึงจุดนี้ผมหมดเรี่ยวหมดแรงและทรุดลงนั่งร้องไห้โฮ…ด้วยความเสียใจอย่างไม่อาจจะกลั้นเอาไว้ได้  เธอทิ้งผมไปแล้ว ไปอย่างไม่เหลือเยื่อใยใดๆ“ฉันบอกนายแล้ว ว่ามันสายเกินไป นายก็ไม่เชื่อ” เสียงของเจ้ากวางเอ่ยบอกผมด้านหลัง“………..” ผมได้แต่นั่งยกมือปาดน้ำตาสะอึกสะอื้น“กลับไปเถอะนะ ตั้งใจเรียนให้จบ นายกับเขาได้เดินร่วมกันมาสุดทางแล้ว…”เจ้ากวางพูดปลอบอย่างหวังดี ผมเองก็ก็พยักหน้าเข้าใจและคิดว่าเจ้ากวางก็เป็นคนดี ที่ไม่ต่อว่าด่าทอใดๆ ที่ผมงัดห้องมันเข้ามาจนลูกบิดพัง ผมพยายามรวบรวมกำลังลุกขึ้นยืน แต่แข้งขาก็อ่อนเปลี้ยจนเซไปพิงกำแพงห้องเอาไว้ ความรู้สึก มันเหมือนกับว่าผมได้สูญเสียสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตไป และไม่เหลือความหวังความฝันอะไรอีกแล้วในชีวิตและเพิ่งรู้แน่แก่ใจตอนนี้เองว่าผมรักน้องปาร์มขนาดไหนผมฝืนข่มใจเอ่ยบอกกวางเสียงแหบพร่า “ฉันไปก่อนนะ….ฮื่อๆๆ”“อื่อๆ ทำใจเถอะนะ แล้วนายคงจะพบคนใหม่ที่ดีสักคน แต่อย่าทำเขาผิดหวังเหมือนปาร์ม”“อื่อๆๆ”ผมพยักหน้ารับไปส่งๆหูอื้อตาลายเดินออกจากห้องและลงบันไดอย่างเลื่อนลอย“เฮ้ยๆๆ เริง! ระวังๆๆ ลงบันไดดูทางด้วยสิวะ.. !!!”เจ้ากวางตะโกนบอกและพยายามวิ่งมาดึงแขนผมไว้ แต่ช้าไปเพราะผมไม่ทันระวังด้วยกำลังเฮิร์ทอย่างหนัก จึงก้าวเหยียบขั้นบันไดผิดหน้าคะมำหัวทิ่มกลิ้งหลุนๆลงมาจนถึงขั้นสุดท้าย ผลคือหน้าผมแหกคิ้วแตกต้องเย็บตั้งสี่เข็ม บอกตรงๆเลยว่าตอนนั้นไม่เจ็บอะไรเลยสักนิดแบบว่ามันชาๆ เพราะผมเจ็บในหัวใจเรื่องที่ปาร์มทิ้งไปมากกว่า และเจ็บกายภายนอกมันไม่ได้เสี้ยวของความเจ็บปวดในใจเลย ผมนั่งให้หมอเย็บแผลอย่างเลื่อนลอยด้านเจ้ากวางก็ช่างดีเหลือเกิน มันจะทำเฉยกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็ได้ เพราะผมทำผิดฉกรรจ์กับน้องปาร์มเพื่อนของมัน และแน่ใจว่าปาร์มก็คงจะเสียใจไม่น้อยกว่ากัน แถมยังไปงัดห้องมันอีก แต่เจ้ากวางกลับมีน้ำใจประคองผมมาโบกแท๊กซี่พามาหาหมอแล้วก็จ่ายค่าทำแผลให้เสร็จสรรพ ยอมรับเลยว่าตอนนั้นผมเริ่มซึ้งกับน้ำใจของมันมากๆเลย ขากลับยังแวะพาไปกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดชวนคุยตลกฝืดๆให้ผมคลายความโศกเศร้า ทั้งยังปลอบโยนแนะนำต่างๆนานาแต่ว่า…ถึงที่สุดผมก็ยังตัดใจไม่ลง และยังคงเศร้าซึมเสียใจเรื่องของน้องปาร์มอยู่ดีผมต้องซมเซซมซานกลับห้องไปนอนหลบเลียแผลใจอยู่พักใหญ่ ในความรู้สึก ณ ห้วงเวลานั้นบอกได้เต็มปากเต็มคำว่ายังรักน้องปาร์มคนเดียวไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจ วันเวลาไม่เคยลบภาพดีๆของเธอไปจากความทรงจำของผมได้ ความเหงาเปล่าเปลี่ยวเดียวดายคอยตอกย้ำหัวใจให้เจ็บปวดทุกคืนวัน ประหนึ่งราวโลกไร้ผู้คน มีชีวิตอยู่ไปวันๆอย่างซังกะตาย และไม่มีสายตาไว้ชื่นชมความงาม อวบอึ๋ม เซ็กซี่ส์และเร่าร้อนของหญิงคนอื่นอีกแล้วเวลาผ่านไปเดือนกว่าๆ ผมยังคงดำเนินกิจวัตรไปอย่างคนไร้หัวใจ ทุกเช้าจะไปเรียนก็จะเดินอ้อมผ่านหอของเจ้ากวาง ด้วยความหวังลมๆแล้งๆว่าจะได้เห็นน้องปาร์ม แม้จะไม่ได้เห็นตัวเป็นๆกลับมายืนที่เดิมแต่ขอให้ได้เห็นประตูหน้าต่างห้องที่เขาเคยอยู่สักหน่อยก็ยังดี แต่ที่ผมได้เห็นคือเจ้ากวางมันใส่เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นจู๋ออกมายืนตากผ้าอวดสัดส่วนและความขาวอันเร้าใจแทนตอนแรกๆผมเห็นก็จะแกล้งๆมองเมินไปทางอื่นกัน เหมือนไม่อยากจะรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ แต่พอเหตุการณ์มันบ่อยเข้าก็กลายเป็นว่าเจ้ากวางเริ่มจะยิ้มและโบกมือให้ผมทุกครั้งไป แล้วผมก็โบกมือตอบมันเสียด้วย บ่อยๆเข้าชักกลายเป็นความเคยชิน ไม่เห็นเจ้ากวางออกมาตากผ้าด้วยชุดเสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นทีไร เหมือนชีวิตขาดอะไรไปสักอย่าง ระยะๆหลังชักสงสัยว่าที่เดินผ่านหน้าหอเพื่ออะไรกันแน่เหตุการณ์ดำเนินไปหลายสัปดาห์ จนกระทั่งมาถึงวันสำคัญ นั่นคือวันครบรอบ ๒ ปีที่ผมบอกรักน้องปาร์มครั้งแรก เย็นนั้นผมจึงฉลองความเศร้าด้วยการไปนั่งดื่มเหล้าที่ผับประจำคนเดียว ไม่มีเด็กมานั่งดริ้งค์ ไม่สนใจชวนเพื่อนฝูงมาพูดคุยเป็นที่ระบายหรือฟูมฟายให้ช่วยปลอบโยน ทุกๆครั้งเวลาผิดหวัง เหงา เศร้า ท้อแท้ ผมชอบที่จะอยู่ตัวคนเดียวเสมอๆ ระหว่างนั่งดื่มไปกรึ๋มๆ แว่วเสียงคนร้องคาราโอเกะดังมา ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจ แต่ฟังๆไปก็เอะใจ ว่าเพลงอะไรวะ ทำนองเศร้าและเหงาจริงๆ และภาษาที่ใช้ก็ฟังยากมากๆ พอจับความบางท่อนได้แต่ก็แปลไม่ออก…ฮักกันมาแต่โดนแล้ว….. …….บ่มีวี่มีแววเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่ทางมีแต่ขี้ไหง่ ………….แล้วจังได๋คือมาเป็นลายต่างสิบสิห่างหรือซาวสิห่าง……… สิจับมือกันหย่างบ่ซันวาหัวใจสะวอยน้องบ่หัวซา ……..บัดสิเว้าไปกันบ่ได้ไส-วา-สิ-บ่-ถิ่ม-กันไส-วา-สิ-มี-กัน-และกันไส-วา-สิ-ฮัก-แพงกันไส-วา-สิ-มี-กัน-ตลอดไปไส-วา-สิ-บ่-ถิ่ม-กันไส-วา-สิ-มี-กันเรื่อยไปไส-วา-สิ-บ่-แบ่งใจไส-วา-สิ-มี-แค่-เฮาน้ำตาพังลงหย่าว หย่าว….. ย้อนผุสาวเปลี่ยนใจให้จนเซบ่คิดบ่ฝันว่าฮักจะฮ้าง………… สิเพสะเลเตดอกนี้ไร้กลิ่นหอมเฮ็ดจังได๋หัวใจบ่พร้อม ………..คงต้องยอมรับความเป็นจริงอิหลีให้สาเด้อให้ตามื้อนี้ …………..ให้คนที่ลืมสัญญาทวงสัญญา ข้องท่าจนจ่อยไปมิดจ้อย ไม่หวนคืนมาไสว่าสิบ่ถิ่มกัน( ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน  ศิลปิน: ก้องหล้า ยอดจำปา [ก้อง ห้วยไร่] )“ไสว่าบ่ทิ่มกัน เพลงอะไรวะแต่งคำร้องอุบาทว์จริงๆ” ผมบ่นขณะยกเหล้าขึ้นดื่ม“เขาร้องว่า ไสวาสิบ่ถิ่มกัน…ไส  > ไหน  วา > ว่า  สิ > จะ  บ่ > ไม่  ถิ่ม > ทิ้ง ไม่ใช่ ‘ทิ่ม’ กัน > กัน แปลรวมๆหมายถึงไหนว่าจะไม่ทิ้งกันต่างหาก อย่าเข้าใจผิด” เสียงของเจ้ากวางเอ่ยบอกขณะเดินมานั่งฝั่งตรงข้าม“อื่มๆลืมไปว่าแกเป็นคนอีสาน ต้องฟังออกแน่ๆ ขอบใจที่ช่วยแปลให้” ผมตอบส่งๆไปและเจ้ากวางก็ถือวิสาสะลงนั่งร่วมโต๊ะ“หลายคนที่ไม่ใช่คนอีสาน แม้แต่ชาวต่างชาติ ก็นำเอาเพลงนี้ไปร้องกัน ทำนองไพเราะมาก แต่จะเข้าใจในความหมาย อารมณ์ลึกๆของเนื้อเพลงหรือไม่ อย่างไรนั้น ไม่อาจรู้ได้ เพื่อนร่วมงาน..เคยถามความหมายของเพลงนี้ ‘ รู้ว่าเพลงดัง แต่ฟังไม่รู้เรื่อง ‘ ขนาดคนอีสานบ้านเรา ยังต้องช่วยกันแปล ภาษาถิ่นในเพลงนี้เพราะมากและเป็นคำลึกๆที่เด็กอีสานรุ่นใหม่แทบจะไม่เคยพูดหรือเคยได้ยิน  งานนี้ต้องยกความดีความชอบให้ผู้ประพันธ์เพลงนี้เท่านั้น ที่เข้าใจและรู้ลึกซึ้งถึงความหมายที่สื่อออกมาทั้งตัดพ้อ ต่อว่า และยังมีความหวัง”“เออๆไม่ต้องมาสาธยายอะไรหรอก ฉันไม่อยากรู้หรอก ว่าแต่แกโผล่มาได้ยังไง นัดหญิงไว้หรอ?”“เปล่า…แต่ฉันมาหานายต่างหาก  มีเรื่องสำคัญจะมาบอก”“มาหาฉัน มีเรื่องสำคัญอะไรวะ?”“บอกที่นี่ไม่ได้หรอก ไปที่ห้องฉันดีกว่า”“ !!! ” ผมยกแก้วเหล้าค้างและมองหน้าคนเอ่ยบอก และร่างระหงก็ผุดลุกเดินนำออกไปผมรีบสั่งเช็คบิลทันทีด้วยความหวังว่าอาจจะมีข่าวดีจากน้องปาร์มส่งผ่านมาทางเจ้ากวาง“ เพี้ยง! ขอให้ไปถึงห้องของมัน น้องปาร์มรออยู่ด้วยเถิด ขอให้เขาเห็นใจในความอดทนพยายามรอของเรา”สองเท้าก้าวตามร่างระหงของเจ้ากวาง ทอมหน้าสวยหุ่นดีไปอย่างลิงโลด มันโบกแท็กซี่และให้พาไปส่งที่หน้าหอ ระหว่างทางเจ้ากวางไม่ได้พูดคุยอะไรด้วยสักคำ มีแต่ความเงียบและความอึดอัดตลอดทาง สีหน้าสวยหวานโดยลงพื้นเครื่องสำอางบางๆของมันมีแววเคร่งเครียดชัดเจน เพียงแต่ผมไม่ได้สังเกตเพราะใจมัวคิดถึงภาพเปิดห้องเข้าไปแล้วจะได้เจอหน้าน้องปาร์มที่ผมเฝ้ามาหลายเดือนเราต่างนั่งกันมาเงียบๆจนกระทั่งถึงหอที่น้องปาร์มเคยพักอยู่กับเจ้ากวางก่อนจะหอบเสื้อผ้าหนีผมไป เจ้ากวางเดินนำผมขึ้นไปบนห้อง พอเปิดประตูก็มีแต่ความว่างเปล่าไม่มีแม้เงาของน้องปาร์มอย่างที่ผมหวังไว้ กลางห้องมีลังกระดาษแข็งเก่าๆบุบบู้บี้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใบหนึ่ง ผมมองอย่างสงสัยขณะเจ้ากวางถอดเสื้อเชิ้ทออกแขวนเหลือเพียงเสื้อกล้ามตัวเก่ง อวดไหล่กลมกลึงและเต้าใหญ่ๆ ที่สำคัญไม่ได้ใส่ยกทรง เห็นเต้าเต่งตั้งหัวนมดันเนื้อผ้าออกมาเป็นเม็ด“ลังนี่…ปาร์มก็ฝากเอามาให้นาย…” เจ้ากวางพูดเบาๆ “เค้าส่งมาให้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ฉันโทรไปหานาย แต่นายไม่รับสาย เลยออกไปถามหาเพื่อนๆนาย พวกเค้าก็บอกว่าไปกินเหล้าที่ผับ ฉันเลยไปตามให้มารับเอาไป…”ผมมองกล่องนั่นแล้วรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล ก็มันเป็นกล่องที่ผมใช้ขนข้าวของส่วนตัวมาไว้ที่ห้องของน้องปาร์ม ตั้งแต่รักกันใหม่ๆนั่นเอง ข้างกล่องยังเขียนชื่อผมและเธอคู่กันด้วยหมึกดำมีรูปหัวใจสองดวงซ้อนกันข้างบนและมีลูกศรแทงทะลุตรึงหัวใจไว้ด้วยกัน  ผมทรุดลงนั่งเอื้อมมือสั่นๆไปเปิดกล่อง ข้างในมี ตุ๊กตาหมี CDเพลงรัก ภาพถ่ายในอัลบั้ม เสื้อผ้า น้ำหอมรวมทั้งเครื่องประดับทุกชิ้นที่ผมเคยชื้อให้เขา น้องปาร์มใส่กล่องกลับมาส่งคืนให้ผมครบถ้วน ตั้งแต่เริ่มคบกันจนถึงวันสุดท้ายที่แยกจากกันไป ชนิดไม่มีขาดหายไปเลยสักชิ้นหนึ่ง“ เอ่อ…ปาร์มมันส่งจดหมายฉบับนี้มาให้นายด้วย…ลองอ่านดูซี” เจ้ากวางยื่นซองจดหมายสีเรียบๆให้ผมรีบรับมาเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว ในกระดาษเขียนไว้ว่า…พี่เริง…ขอให้ลืมปาร์มไปเถอะนะ ตอนนี้ปาร์มมีคนใหม่แล้วลาก่อน…สั้นๆง่ายๆ กระชับ ได้ใจความครบถ้วนและชัดเจนที่สุดผมรู้สึกเหมือนกับว่าแผ่นดินได้แยกออกแล้วสูบร่างของผมให้จมลงไป หัวใจเสียวแป๊บราวถูกฟ้าผ่าลงมา โลกทั้งโลกสลายลงตรงหน้าอย่างยากจะหวนคืน สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือทิ้งตัวลงไปนั่งร้องไห้เหมือนเด็กๆ จบสิ้นกันแล้วทุกอย่าง น้องปาร์มหมดสิ้นเยื่อใยต่อผมแล้วทุกสิ่ง ผมไม่มีวันได้ตัวและหัวใจของเธอคืนมาอีกแล้ว ทุกวันนี้ผมอยู่ด้วยความหวังลมๆแล้งๆว่าเธอจะกลับมา แต่เมื่อเธอยืนยันจะไปกับคนใหม่ แล้วผมจะอยู่อย่างไรเมื่อไม่มีเธอไปตลอดกาลผมหมดเรี่ยวแรงแทบนอนกองลงไปตรงนั้น แต่ก็ไม่ได้แหกปากร้องไห้โวยวาย แค่เพียงนั่งก้มหน้าแล้วปล่อยให้น้ำตามันไหลไปเรื่อยๆ ถึงผมจะสำนึกตัวได้ตอนนี้ถึงสิ่งเลวๆที่ทำลงไปมันก็สายเสียแล้ว น้องปาร์มทิ้งผมไปแล้ว“ อย่าร้องไห้เลยนะ……เริง” เจ้ากวางเดินเข้ามานั่งข้างๆลูบหลังผมเบาๆ “ ..ถึงร้องไปเค้าก็ไม่กลับมาอีกแล้ว…” “ไม่รู้ว่าตอนนั้นทำไมผมกล้าที่จะโผเข้าไปกอดเจ้ากวาง กอดแล้วซุกหน้าลงกับแผงอกอวบๆของมัน ใบหน้าของผมสัมผัสเต้าใหญ่ๆน้ำไหลซึมเนื้อผ้าเป็นดวงๆ เจ้ากวางผลักผมออกทันทีและร้องโวยวายอย่างตกใจ“เฮ้ยๆๆ อะไรๆๆปล่อยฉันนะเว้ย อย่ามาฉวยโอกาสนะ” เจ้ากวางร้องบอกเสียงหลงแต่ผมก็ไม่ยอมปล่อยกอดเอวมันแน่นซบหน้าจมไปกลางร่องอกของมัน สะอึกสะอื้นไม่ไหยุด“ฉันไม่ได้ฉวยโอกาส ฉันกำลังเสียใจ อยากมีใครปลอบใจสักคน แกเป็นผู้ชายไม่ใช่หรอ…ขอฉันซบอกร้องไห้หน่อยนะ ฮื่อๆ รับรองว่าฉันไม่ล่วงเกินหรือคิดจะ ‘ทิ่ม’ แกหรอก ฮื่อๆๆ”เจ้ากวางอึ้งไปพักไม่ผลักไส แล้วก็ดันกอดผมตอบผมกลับมาเสียด้วย และนั่นคือสิ่งที่เจ้ากวางคิดผิดและพลาดอย่างมหันต์ เพราะมันลืมคำสอนของคนโบราณที่เตือนไว้ว่า ‘อย่าไว้ใจสัตว์หน้าขนคนมีควย’ เด็ดขาด! เพราะอย่างไรเสียเจ้ากวางก็ยังมีสถานภาพเป็นผู้หญิง และร่างกายกับจิตใจก็ยังไปทางทอมไม่สุด“เอาเถอะๆ นายร้องร้องไห้ให้พอนะ ร้องไห้ออกมาบ้างก็ดี ร้องออกมาให้หมด แล้วสัญญานะ ว่าพรุ่งนี้นายจะไม่ร้องไห้อีก นายต้องเริ่มต้มชีวิตใหม่ ตั้งใจเรียนแล้วถ้าเจอใครที่ดีอย่างยายปาร์ม อย่าทำเขาผิดหวังอีก”“อื่อๆๆ” ผมกอดเอวเจ้ากวางแน่น ใบหน้ายังฝังกลางร่องอก น้ำตาไหลพรากๆซึมเนื้อผ้าตรงหน้าอกจนเปียกชุ่มมือบางของเจ้ากวางลูบท้ายทอยผมอย่างแผ่วเบา ผมไม่เคยรู้สึกดีอย่างนี้มาก่อน ยอมรับว่าผมไม่เคยคิดจะล่วงเกินอะไรเจ้ากวางถึงแม้ว่ามันจะมีหน้าตาผิวพรรณทรวดทรงและสัดส่วนอันยั่วยวนขนาดไหน ยิ่งมันเป็นทอมด้วยผมเองก็เลิกคิดไปเลย เพราะลำพังตัวผมเองก็มีหญิงมาให้จีบแบบว่าไม่มีขาด แล้วเรื่องอะไรผมจะไปเอาทอมให้มันด่าเล่น แต่เนื้อตัวของเจ้ากวางมันช่างนุ่มนิ่ม หอมระรื่นด้วยกลิ่นกายสาวแท้ๆ  แล้วก็อบอุ่นมาก มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเวลาที่ผมกอดผู้หญิงอื่นๆแม้กระทั่งน้องปาร์มสุดที่รักของผมไม่รู้ว่านี่คือสิ่งที่ผมใฝ่ฝันหามานานแล้วแต่ไม่พบ หรือว่ามันเป็นเพราะว่าผมเหงาและเผลอใจ แต่กว่าที่จะรู้ผมก็กำลังซุกไซ้ลูบไล้ร่างกายของเจ้ากวางอย่างเมามันเสียแล้ว เสียงนุ่มๆออกสำเนียงห้าวๆของมันดังคลอเสียงลมหายใจของผมเบาๆ เวลาที่ผมไซ้ซอกคอพรมจูบไปตามใบหน้า และเลื่อนลงมาคลุกเคล้าใบหน้าบนทรวงอกอวบๆ ผมอ้าปากดูดเม็ดนมที่ดันเนื้อผ้า ดูดและกัดเบาๆจนเนื้อผ้าเป็นรอยน้ำลายตรงหัวนมร่างของกวางอ่อนโอนไปพร้อมหอบหายใจหนักๆ ดวงตาหรี่ปรือหวานเยิ้มราวคนง่วงนอน พยายามผลักไสใบหน้าของผมออกจากห่างจากซอกคอขาวและอกอวบอิ่ม น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยห้ามอย่างอ่อนแรง“อย่า…เริง…อย่าทำอย่างนี้…ฉันไม่ชอบ…อย่านะ….ไหนบอกว่าแค่กอดเฉยๆ ไหนว่าจะ..ไม่ ‘ทิ่ม’ กันไง..อ้า..า..า…า….”ปากร้องห้ามแต่ร่างกายอ่อนปวกเปียก สาวทอมโดนมือของผมแตะตรงไหนเป็นอ่อนตรงนั้น สองมือหนาของผมสอดเข้าไปใต้ชายเสื้อตามสัญชาติญาณ แล้วขยำเอาเนื้ออกนูนใหญ่ที่แสนนุ่มหยุ่นมือ ปลายนิ้วบีบบี้หัวนมที่แข็งเป็นไตทำเอาร่างของสาวทอมคนสวยอ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟหงายหลังลงนอนกับฟูก  แอ่นอกอวบใหญ่ให้ขยำขยี้ตามใจ ด้วยขนาดที่ใหญ่โตกว่าผู้หญิงคนใดที่เจอมา ทำเอาผมขยำอย่างมันมือ ใบหน้าก็ซุกไซร้สูดดมกลิ่มหอมของกายสาวไปไม่หยุด เรือนร่างของสาวทอมมันทำให้ผมเกิดอารมณ์เงี่ยนมากกว่าของผู้หญิงคนไหนๆ สองมือของผมดึงชายเสื้อให้เลิกขึ้นแต่ติดแผ่นหลังที่นอนทับชายล่างไว้ ดึงไปดึงมาเพื่อจะดูเนื้อในของเต้าขาวๆและดูดดื่มให้หนำใจ แต่ดึงไม่ขึ้นสักที สาวทอมจึงแอ่นแผ่นหลังขึ้นและช่วยใช้มือถอดเสื้อกล้ามออกเสียเองและสองเต้าขาวอล่องฉ่องก็ดีดตัวออกจากที่ซ่อน มันตูมเต่งแข็งเป็นก้อนใหญ่กว่าเดิมเพราะเลือดลมสาวสูบฉีดให้ขยายตามอารมณ์กระสัน เนื้อเต้าใหญ่ก้อนกลมขาวเนียนจนเห็นเส้นเลือดฝอย จมูกและปากของผมซุกไซร้ฝังลงตรงกลางร่องอกสูดกลิ่นกายสาวด้วยความหื่นกระหาย ปลายลิ้นเลียตวัดไปมาบนผิวเนื้อเนียนนุ่มไม่มีสะดุดลิ้น เพื่อเดินทางไปสู่หัวนมเล็กๆที่แข็งเป็นไตใจกลางป้านสีน้ำตาลอันเป็นจุดหมาย“ ซี้ดดดด…อะ…อู๊ยๆๆ….ระ..เริง…อย่า…” เสียงสาวทอมครางลั่น “อย่าดูดนม…ฉันเสียว…อ๊า..า…า…า…”เสียงของสาวทอมครางกระเส่าบิดร่างไปมา ใบหน้าหวานสะบัดจนเส้นผมซอยสั้นพลิ้วไปมา แต่ผมยิ่งได้ยินเสียงครางยิ่งอ้าปากงับสลับดูดจ๊วบๆทั้งซ้ายขวา สองมือหนาขยำบีบกระตุ้นอารมณ์อย่างชำนาญ ความรู้สึกที่จะได้ร่วมสวาทกับสาวทอมสร้างอารมณ์เสียวแปลกใหม่ไปจากเดิม มันเร่าร้อน รุนแรง และตื่นเต้นเร้าใจกว่าที่ผมเคยมีมามากมายนัก ควยผมแข็งตัวผงาดชูชันดันกางเกงจนปวดด้วยความคิดที่ว่า…หน้าผากของสาวทอมโหนกนูนเต็มหน้า โคกสวาทสาวทอมก็น่าจะโหนกใหญ่ไม่แพ้กัน ผมจึงเอื้อมมือข้างหนึ่งลงไปลูบคลำสัมผัสดู โคกโหนกด้านล่างร้อนผ่าวเพราะน้ำเมือกที่ถูกขับออกมาตามอารมณ์กระสัน สัมผัสนอกผ้าจากกางเกงเนื้อบางมันนุ่มนิ่มเต็มมือจริงๆ ปลายนิ้วของผมเกลี่ยกลางร่องนอกเป้าสัมผัสความไอร้อนผ่าวและฉ่ำแฉะแสดงถึงความพร้อมของสาวทอมที่จะโดนของจริง แต่จะติดใจจนเลิกเป็นทอมหรือเปล่า ไม่แน่ใจ….“ซี้ดดดดด…อู๊ย…อ้า..า…า…ยะ…อย่า..มันเสียว…ซี้ดดดดดด” เสียงสาวทอมหลับตาครางอู้วว์ เมื่อถูกนิ้วของผมกรีดร่องเสียวตามเนื้อผ้า อกแอ่นอัดเข้าใบหน้าให้ปากของผมดูดดุนปลายยอด สองมือโอบรอบคอแสดงกิริยาให้รู้ว่ามีอารมณืร่วมอย่างเต็มที่ และพร้อมจะไปต่อด้วยกันชนิดถึงไหนถึงกัน จากสัดส่วนที่แตกต่างกันมากของสาวทอมกับน้องปาร์ม ซึ่งล้นหลามเต็มไม้เต็มมือแถบขาวเปล่งออร่ามากกว่า ร่างกายขาวเนียน อกใหญ่ เอวคอด สะโพกผาย ช่างเย้ายวนยิ่งกว่า  ทำให้สงสัยมีดีขนาดนี้ไปเป็นทอมทำไมให้เสียของ ถ้ามาเทียบกับน้องปาร์ม แตกต่างประมาณนางงาม อ.บ.ต. กับนางงามจังหวัดทีเดียว เพราะเหตุนี้ทำเอาผมหน้ามืดตามัวในสมองมีแต่ความเงี่ยน กอดรัดฟัดเหวี่ยงคลึงเคล้าเล้าโลมอย่างหื่นหระหายเพื่อกระตุ้นอารมณ์เธอ ชนิดเปิดตำรามาใช้จนหมดไส้หมดพุงผมเลิกใช้ปากกับเนื้อหน้าอกของเธอ เลื่อนใบหน้าขึ้นไปประกบปากจูบ  เพียงแค่ก้มหน้าลงมาประกบ สาวทอมก็หลับตาพริ้มเผยอริมฝีปากรองรับลิ้นเปียกฉ่ำที่อุ่นจนร้อนของผมแล้วดูดดื่มอย่างหื่นกระหาย แสดงถึงความเป็นงานที่ผ่านสังเวียนมาอย่างช่ำชอง ลิ้นนุ่มๆพัวพันนัวเนียในอุ้งปากกันและกันอย่างไม่ยอมแพ้ ผมไม่ทราบว่าเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้จูบปากเธอหรือเปล่า แต่ในนาทีนั้นใครจะสนใจไปสอบถามถึงประวัติความเป็นมากันหล่ะ…ผมดันร่างอวบอิ่มที่มีเพียงกางเกงผ้าบางๆสวมปิดท่อนล่างขยับให้นอนบนฟูกนุ่มๆของเธอ ระหว่างนั้นมือของเธอก็ขยับมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ทของผมออกทีละเม็ดจนหมด ก่อนจะถอดออกจากร่างกายกำยำมีกล้ามพอสมควร ผมเข้าใจว่าเธอคงอยากสัมผัสกล้ามเนื้อแข็งแกร่งของผมบ้าง จึงรีบสะบัดปลดเสื้อออกไปทางปลายแขนและโยนมันทิ้งอย่างไม่ใยดี ต่อจากนั้นจึงดึงเข็มขัดกับกางเกงผมออก เพื่อปลดปล่อยเจ้าดุ้นเนื้ออันใหญ่พอประมาณออกมาเป็นอิสระ หลังจากถูกกักขังให้อุดอู้อยู่เนิ่นนาน แน่นอนเรื่องความใหญ่ของผมไม่มีน้อยหน้าใครอยู่แล้วร่างอวบอั๋นที่นอนอยู่ใต้ร่างของผม ปรือตามองการเปลือยกายของผมอย่างลุ้นระทึก ในเวลาฉุกละหุกย่างนี้ผมเร่งรีบถอดกางเกงขาเดฟอย่างขลุกขลัก  ซึ่งมันถอดออกยากเพราะมันรัด ซึ่งคงจะเสียเวลาจนสาวทอมต้องขยับมาช่วยดึงออกทางปลายเท้า ผมเองมัวเสียเวลาตรงนี้ก็กลัวอารมณ์ไม่ต่อเนื่องเหมือนกันแต่ในที่สุดปราการด่านสุดท้ายของผมก็ถูกรูดออกไปพร้อมๆกับกางเกงขาเดฟ ควยใหญ่ๆของผมแข็งผงาดตั้งชูชันทันทีที่หลุดพ้น ความยาวขนานกับพื้น หัวบานร่าใหญ่สีม่วงคล้ำ ตามลำมีเส้นเลือดพองปูดโปนดูน่ากลัว และขนกระจุกดกดำเสริมความแข็งแกร่ง สาวทอมมองดูแล้วกลืนน้ำลายเอื้อกๆขณะที่ผมยิ้มให้แล้วรีบโถมกายเข้าทาบทับร่างอวบอิ่มทันที“ฉันถอดออกหมดแล้ว ถึงทีของเธอบ้างแล้วนะ…” ผมเปลี่ยนสรรพนามลดเสียงให้อ่อนหวานลง ถึงจะเป็นทอมแต่ตอนนี้เธออยู่ในสถานภาพผู้หญิงเต็มขั้น “มามะ..ฉันจะช่วยถอดให้ อยากเห็นหีของเธอจริงๆว่าจะอวบอูมขนาดไหน อยากเห็นมานานแล้ว…ฮื่อ..อย่าอายน่า..เห็นของฉันหมดแล้ว..ขอดูของเธอบ้าง…นะ…”กางเกงขาสามส่วนเนื้อบางถูกผมจับขอบรูดออกพร้อมๆกางเกงใน สาวทอมยกก้นให้ลอยขึ้นเพื่อสะดวกในการดึงออก และยกปลายเท้าให้ผมรูดออกจากร่างกาย เนินหีโหนกๆใหญ่ๆประดับขนเงางามสีดำเป็นระเบียบ ไม่หนาไม่บางเล็มสั้นและมีสีน้ำตาลออกทองเหมือนกับไปทำไฮไลท์มา  ผมนึกชมในใจว่าช่างรักสวยรักงามน่าดู มองดูสองแคมขาวอ้านิดๆมองเห็นเนื้อในสีชมพูและรูสีแดงกลวงโบ๋ มองเห็นความโอฬารตระกาลตาทำเอาผมตาลุกวาว “ หีของกวางสวยมากๆ น่าเลียจริงๆ” ผมบอกเสียงแหบๆ “ขอฉันเลียหีกวางได้มั๊ย”ไม่ทันเจ้าของพื้นที่จะเอ่ยปากอนุญาต ผมก็เลื่อนร่างลงไปด้านล่างจนใบหน้าอยู่เหนือเนินสวาทแล้วแลบลิ้นออกมาเลียไล้ที่กลางแคมอย่างชำนาญ เพราะทำมาบ่อย“อะ..อ้า..า…า…า….ซี้ดดดดด…เสียวอ้า….อู๊ยๆๆ…เลียอย่างนี้…ซี้ด…มันเสียวมากกกกกกก….”สาวทอมครางเสียงสั่น สองขายกขึ้นแอ่นก้นเด้งใส่หน้าของผม ลิ้นของผมก็ทำหน้าที่อย่างวิเศษ ไล้เลียแผ่วๆไปตามขอบแคมและรอบๆรูสวาท น้ำเมือกใสๆไหลออกมาไม่ขาดสายดั่งมีตาน้ำข้างใน ผมดูดกลืนน้ำหวานอุ่นร้อนเข้าไปราวคนกระหายที่หลงอยู่ในทะเลทรายร้อนแล้งแล้วมาเจอแหล่งน้ำ จึงดูดกินอย่างกระหายไม่ยอมหยุด เสียงดูดดื่ม เสียงเลียดังแจ๊บๆๆ ขณะสาวทอมส่งเสียงครางร่างสั่นราวเป็นไข้ เด้งก้นแอ่นเนินเข้าหาปากผมอย่างไม่หยุดหย่อน“อ้าๆๆ..เริงจ๋า..า…า….ฉันเสียว…ไม่ไหวแล้ว…อู๊ยยยยย…โอ๊ยยยยย….” สาวทอมครางเสียงกระเส่าพลางเด้งโคกใส่หน้าผมเร่าๆเป็นจังหวะ ส่วนมือไม้ก็บีบขยำเต้านมใหญ่ๆของตัวเองและบีบหัวนมตัวเองเล่นแรงๆ เข้าตำราสาวๆที่กำลังจะน้ำแตกชอบทำ มันจะเจ็บๆเสียวๆมันๆ และอาการของเธอก็กำลังเป็นเช่นนั้นแต่ผมก็หยุดไว้ดื้อๆเพราะอยากให้เธอน้ำแตกด้วยท่อนควยของผมมากกว่า และผมเองก็อยากจะลองทดสอบความสามารถของเธอด้วยว่าจะมีลีลาจัดจ้านขนาดไหน ผมขยับเลื่อนกายขึ้นมานั่งวคร่อมตรงหน้าอกของเธอ ท่อนควยขนาดเขื่องๆหัวเยิ้มด้วยน้ำใสๆขนาดร่องหน้าอกชี้หน้าเธออย่างเอาเรื่อง เธอปรือตาหวานเยิ้มมองอย่างสงสัย“ทำให้ฉันบ้างสิ…เคยใช้ปากอมมันไหม?…” ผมคุกเข่าคร่อมใบหน้าแล้วเอาปลายควยไปจ่อปากสาวทอม“มะ..ไม่เคยง่ะ..คะ..เคยแต่เลียจิ๋ม…อื้อ.อ.อ…..”“มันสนุกกว่าเลียจิ๋มอีกนะ อ้าปากออกมากว้างๆแล้วอมเข้าไป ระวังฟันด้วยนะ…”เมื่อปลายควยไปจ่อที่ริมฝีปากอิ่ม เธอก็หลับตาอ้าปากออกแล้วค่อยๆแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวควยสีม่วงเข้มเบาๆแผล่บ……แผล่บ……แผล่บบบ