ก้อย 20.0

ก้อย 20.0
โดย ท่านukisa

เช้าวันนี้ผมหมดแรงขับรถไม่ไหว ก้อยอาสาขับรถมาส่งผมกับแนน แล้วจะกลับมารับตอนเลิกงาน ผมว่าก็ดีเหมือนกันผมจะได้ไม่หาเรื่องไปที่อื่น วันนี้จะได้อยู่กันสามคนอีกวันนึง แนนนั่งหน้าคู่กับก้อยส่วนผมหลับอยู่ที่เบาะหลัง ถึงหน้าบริษัทฯ ผมกับแนนลงจากรถ ก้อยบอกว่าจะมารับประมาณ 6 โมงเย็น เราขึ้นลิฟท์ไปออฟฟิต แนนเดินไปที่นั่งของเธอ ผมแวะเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาอีกหน่อย ผมเจอพิสต้าตอนออกจากห้องน้ำ

“สวัสดีค่ะพี่บี”
“สวัสดีครับ น้องพิสต้า” ผมสังเกตเห็นว่าเธอถือกระเป๋าหรูใบใหม่

“อืม กระเป๋าใหม่หรอครับ”
“ค่ะ สวยไหมค่ะ”
“อืม นี่พี่คมคงไม่ได้”
“ค่ะ พี่เค้าบอกว่ารอพี่บีไม่ไหวเลยนัดพิสต้าไปเมื่อวันเสาร์แล้ว”
“อืม ครับ แล้วเป็นไงบ้าง ok นะ” แต่ผมคิดช้ำตรงไหนบ้างเนี่ย
“ก็ดีค่ะพี่เค้าใจดีพาพิสต้าซื้อของตั้งหลายอย่าง เรื่องนั้นก็เก่ง” พิสต้ายิ้มอายๆ
“ครับ ดีแล้วนะพี่ก็แค่เป็นห่วงแหละไม่ได้ไปดูแลเอง”
“ขอบคุณค่ะพี่บีที่ห่วงพิสต้านะ แล้วก็ที่แนะนำพิสต้าให้รู้จักพี่เค้า”
“ไม่เป็นไรครับดีแล้วที่เราชอบนะ ไปทำงานได้แล้วปะ”
“ค่ะพี่ อืมแต่ว่าพิสต้าอยากตอบแทนพี่นะ ถ้าพี่ว่างเมื่อไหรบอกนะค่ะ”
“จ้า พี่ว่างแล้วจะรีบบอกเลย” เฮอรอดตัวไปกำลังคิดเลยว่าไม่อยากไปแจมกับพี่คมอยู่เหมือนกัน

ผมกลับไปนั่งทำงานจนถึง 11 โมง โทรศัพท์ดัง พี่นุ่นเลขาพี่คมนั่นเอง

“สวัสดีครับพี่สาว คิดถึงผมหรอครับโทรมาแต่เช้าเชียว” ผมกวนที่นุ่น
“บ้า จะเที่ยงแล้วเช้าที่ไหนหละ แล้วใครพี่สาว ชั้นเพิ่ง 18 เองนะ”
ผมหัวเราะ “โหเอา 18 เลยหรือครับพี่ แบบนี้ผมไม่จีบแล้วกลัวจะโดนคดีพรากผู้เยาว์”
“พอแล้วพอแล้ว คุยกับเราก็ต่อปากต่อคำ พี่คมเรียก เห็นว่าจะให้ไปกินข้าวเที่ยงด้วยนะ พี่จ้องร้านไว้แล้ว”
“หรอครับแหมกำลังกรอบเลย มีคนเลี้ยงข้าวรอดแล้วเรา”
“แหมเลี้ยงสาวหมดหรอจ๊ะ ไม่เคยเห็นมาเลี้ยงพี่บ้างเลยนะ”
“แหมสำหรับพี่ผมต้องเลี้ยงมื้อใหญ่ให้อิ่มเอมเลยซิครับเลยรอเก็บตังอยู่”
“พี่ว่าคำว่าอิ่มเอมมันฟังแปลกๆ นะบี เอาเป็นมีความสุขสมใจแทนเลยดีไหมตรงดี”
เราหัวเราะพร้อมกัน
“พอแล้วมาได้แล้วเดี๋ยวพี่คมรอ”
“ครับไปเดี๋ยวนี้”

ผมลงลิฟท์ไปหาพี่คม แกยืนรอผมอยู่แล้ว

“เห้ยมาช้าจริงนะมึง แหมกินนางแบบจนหมดแรงหรือไง”
“เปล่าครับพี่นี่ก็รีบมาเลย”
“เออไปกินข้าวกันหน่อยมีอะไรจะคุยด้วย”

เราลงลิฟท์ไปชั้นใต้ดินมีรถรอรับอยู่แล้ว คนขับรถพาเราไปส่งที่ร้านอาหารจีนแห่งนึง พี่คมจ้องห้องพิเศษและสั่งอาหารไว้แล้ว

“บีกินเต็มที่อาหารจีนบำรุงกำลัง”
“ขอบคุณครับพี่”
“เออกูรอมึงไม่ไหวนะ”
“รออะไรครับ” ผมแกล้งโง่ ผมรู้ว่าเรื่องพิสต้าแน่ๆ
“พิสต้าไง กูรอไม่ไหวเลยนัดเจอน้องเค้าไปแล้วเมื่อวันเสาร์”
“ครับ แล้วเป็นไงครับพี่ น้องเค้าดูแลดีไหม ผมเลยไม่ได้ย้ำน้องเค้าก่อนเลย”
“เห้ยดีมาก เยี่ยมมาก แกนี่หาเด็กให้พี่ไม่เคยผิดหวังจริงๆ”
“ขอบคุณครับ”
“เออแล้วไม่ต้องกลัวปีนี้ได้ไม่ต่ำกว่าสองขั้นแน่ๆ เอ้ากินกันได้แล้ว กินๆ”

เรากินอาหารกันพี่คมก็ขยิบตาให้ผม ผมมองตามสายตาแก แกเล็งพนักงานเสริฟสาวคนนึง เธอหน้าเล็กๆ ผมยาวผิวขาวตาชั้นเดียวดูหน้าหมวยๆ น่าจะเป็นลูกครึ่งจีน หน้าอกใหญ่ใช้ได้เอวคอดสะโพกกลม ผมเอกก็ถูกใจเหมือนกัน ผมมองหน้าพี่ผมแล้วพยักหน้าให้แกเหมือนจะบอกว่าใช้ได้ เราทานอาหารกันต่อเวลาน้องคนนี้มาเติมน้ำชาหรือเอาอาหารมาเพิ่ม พี่คมจ้องเธอตาไม่กระพริบ ทานอาหารเสร็จ พี่คมบอกว่ามีอีกเรื่องจะบอกผม

“เออบี อาทิตย์หน้าจะมีผู้ลงทุนจากญี่ปุ่นมาประชุมที่บริษัทฯ นะ คงอยู่ทั้งอาทิตย์”
“ครับ แล้วใครจะเป็นคนดูแลหรอครับ”
“ก็มึงนะซิ”
“อ้าวทำไมผมหละพี่ ผมทำจัดซื้อนะไม่ใช่ ธุรกิจสัมพันธ์”
“เออกูรู้แต่พวกที่มามันบอกว่า อยากให้มีคนพาเที่ยวกลางคืน มึงก็รู้พวกญี่ปุ่นมันชอบเที่ยวกินเหล้ากอดสาวที่ประเทศมันเรียกอะไรนะ”
“บาร์โฮส นะหรอครับ”
“เออบาร์โฮสนี่แหละ เห็นไหมกูเลือกคนไม่ผิดจริงๆ”
“พี่แต่ผมว่านะใครไปก็ได้นะแบบนี้”
“เห้ยมันไม่ใช่แค่นั้นซิ กูเชื่อมือมึง นี่มันมาตกลงสัญญาร้อยล้านนะโว้ย ถ้ามันไม่ถูกใจมันไม่เซ็นสัญญาบรรลัยกันหมดทั้งบริษัทฯ นะ”
“ครับพี่แล้วพี่ไม่กลัวผมทำบรรลัยหรอ”
พี่คมหัวเราะ “เออถ้าระดับมึงทำไม่ได้ก็ปล่อยให้บริษัทฯ มันเจ็งไปแล้วกัน”
น้องพนักงานเสริฟแอบหัวเราะเบาๆ
“มึงไม่ต้องกลัวเรื่องเงิน เอ้า” พี่คมหยิบบัตรเครดิตสีทองโยนให้ผม
“วงเงินห้าแสน มึงจะแดกจะบี้ได้เต็มที่แต่ต้องให้พวกไอ้ยุ่นพวกนี้พอใจ”
“ครับพี่ถ้ามันไม่เซ็นเดี๋ยวผมจะให้น้องๆ จับมือมันเซ็นเลย”
พี่คมหัวเราะ “เออต้องแบบนี้ซิวะ”
น้องเค้าแอบหัวเราะอีกแล้ว

พี่คมบอกว่าจะไปห้องน้ำหน่อย ก่อนไปแกเดินมาจับไหล่ผม

“มึงจีบให้กูหน่อยซิ หุ่นมันน่าจริงๆหวะ”
“อืมไม่รับปากนะพี่ แค่จะพยายาม”
“เออ กูรู้ว่ามึงทำได้” แล้วแกก็ตบไหล่ผมอีก

พี่คมออกจากห้องไปแล้ว ผมเรียกให้น้องเค้ามาเติมน้ำชา
“เออน้องครับพี่ขอชาร้อนหน่อยครับ”
“ค่ะ” เธอเดินหยิบกาน้ำชามารินให้ผม
“อืมที่นี่เค้ารับแต่พนักงานสวยๆ นะครับ”
“ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มอายๆ
“น้องชื่ออะไรครับ แล้วทำงานมานานหรือยัง”
“หนูชื่อหงษ์ค่ะ เพิ่งมาทำงานไม่กี่เดือนเองค่ะ”
“อืมน้องหงษ์”

แล้วผมก็ถามประวัติเธอไปเรื่อยๆ หงษ์เพิ่งเรียนจบยังหางานไม่ได้ เลยมาทำงานนี้ไปก่อน บ้านอยู่อุบล เราคุยกันไปเรื่อยๆ แล้วเธอก็ถามผมว่ามากับเจ้านายหรอ

“พี่อีกคนเป็นเจ้านายพี่หรอค่ะ”
“ครับเป็นผู้บริหารของบริษัทพี่ครับ”
“อืมเห็นเค้าใช้พี่จัง พี่เก่งหรอเรื่องหาเด็ก” หงษ์ทำหน้าขำๆ
“ไม่หรอกครับ พี่ก็หามั่วๆ มาให้แกแหละ” ผมพูดให้เธอขำ
“อืมพี่เค้าใหญ่นะช่วยเราเรื่องงานได้นะ” ผมแยบเธอ
“อืมหรอค่ะ แต่ว่า”
“อย่าคิดมากนะพี่แค่ถามดู”
“ไม่หรอกค่ะพี่สุภาพกับหงษ์มาก แขกคนอื่นหงษ์มายืนใกล้ๆแบบนี้ก็จับก้นจับนมหงษ์แล้ว”
“พี่หงษ์จะคิดดูนะ หงษ์ก็เบื่อพวกแขกหัวงูที่นี่แล้วเหมือนกันจับแล้วก็ยังทิปน้อยอีก”
ผมหัวเราะแล้วหยิบนามบัตรส่งให้เธอ “ถ้ามีอะไรโทรมาได้นะ เผื่อพี่จะพอช่วยได้”
“ขอบคุณค่ะ”

พี่คมเข้ามาพอดี หงษ์เดินกลับไปยืนรอห่างๆ เหมือนเดิม

“เอออิ่มแล้วใช่ไหม ไปกลับกัน น้องเช็คบิลด้วย”
“ค่ะ” หงษ์ตอบแล้วเดินออกไป
“ว่าไงวะมึงได้เรื่องแค่ไหน”
“น้องเค้าชื่อหงษ์พี่ เพิ่งจบยังหางานทำอยู่ ผมว่าถ้าพี่เสนองานดีๆ ให้น้องเค้าน่าจะตกลง”
“เออไม่มีปัญหา เอาไปเป็นลูกน้องมึงแล้วกันปีหน้าตำแหน่งขึ้นก็ต้องมีลูกน้องเพิ่มอยู่ดี”
“ครับถ้าน้องเค้าติดต่อมาผมจะเสนอให้”
“เออดีดี กลับกันดีกว่ากูมีนัดตอนบ่ายเดี๋ยวไปส่งมึงก่อน”
พี่คมทิปน้องหงส์ไป 500 บาท

พี่คมมาส่งผมที่บริษัทฯ แล้วแกก็ให้คนขับรถพาแกไปธุระต่อ ผมกลับขึ้นมาบนออฟฟิต มีเสียงเรียกผม
“สวัสดีค่ะพี่บี” น้องเปิ้ลเรียกผม
“สวัสดีครับมาทำอะไรชั้นนี้หละเรา” ผมมองเปิ้ลเธอตัดผมใหม่ใส่เนื้อสายเดียวกระโปรงสั้นผ่าข้าง เธอเปลี่ยนไปแล้วจริงๆจากสาวเฉยๆคนเดิม
“เอารูปมาให้พี่ดูนะค่ะ รูปถ่ายแบบ พี่ผึ้งบอกว่าถ้าพี่ดูแล้วให้โทรกลับไปหาด้วยนะค่ะ” แล้วเปิ้ลก็ขอตัวกลับออฟฟิตตัวเอง

ผมมองเธอเดินไปแล้วก็ถอนใจ กลายเป็นว่าผมเริ่มหวงเธอขึ้นมาซะแล้ว ทั้งๆ บอกว่าแค่สนุกกัน แล้วก็เดินเข้าไปในห้องมีซองเอกสารวางอยู่ ผมแกะดูเป็นรูป bee ที่ถ่ายแบบเมื่อวันเสาร์ ผมนั่งดูแล้วเลือกรูปที่ชอบ แล้วโทรหาพี่ผึ้ง

“ที่รักคิดถึงจังเลย” ผมแกล้งพี่ผึ้ง
“ตาบ้ามาถึงก็ทำปากหวานเลยนะ”
“แล้วหวานถึงใจไหมหละครับพี่”
“บ้า พอๆ เรื่องงานก่อนเดี๋ยวอยาก”
ผมหัวเราะ
“ครับผมเลือกแล้ว เดี๋ยวจะให้น้องขึ้นไปให้นะผมจะติด post it ไว้นะ”
“ทำไมหละบีไม่อยากขึ้นมาหาพี่แล้วหรอ ใช่ซิฟันพี่แล้วนี่สมใจแล้วซิ”
“ไม่ใช่หรอกครับ ผมแค่กลัวใจตัวเองเดี๋ยวจะทนไม่ไหวปล้ำพี่ขึ้นมา”
เราหัวเราะพร้อมกัน
“บีให้น้องเอาขึ้นมาให้พี่แล้วกันนะ อืมพี่จะได้ดูว่าเราเห็นตรงกันไหมแล้วจะได้ส่งผู้ใหญ่ให้อนุมัติ”
“ครับได้บายครับ”

ผมหยิบรูปใส่ซองแล้วออกมาหาแคท

“แคทให้ใครไปส่งให้พี่ผึ้งการตลาดทีนะ”
“ค่ะพี่ อืมพิสต้าลาครึ่งวันนะค่ะพอดีพี่ไม่อยู่แคทเลยยังไม่ไดบอก”
“อืมหรอ ไม่เป็นไรดูๆ วันฝึกน้องเค้าแล้วกันถ้ายังไงก็ช่วยๆกันไปนะ น้องเค้าจะได้ผ่าน”
“แหมพี่นี่ใจดีจังนะ ถึงว่ามีแต่สาวๆ ติด”
“เออยกเว้นแก พอใจไหม” ผมแกล้งแหย่แคทแล้วกลับเข้าไปในห้อง

ผมนั่งทำงานต่อแล้วก็คิดได้ว่า พี่คมไปธุระต่อ พิสต้าลาบ่าย เอ๋ เห้ย นัดกันแน่ๆแบบนี้ แหมสงสัยพิสต้าจะดื่อมากเลยต้องมาลงโทษกันต่อวันจันทร์อีกเหอๆ ดีเหมือนกันจะได้ไม่เหนื่อย ผมทำงานจนถึง 17.45 น. ก็เก็บของออกจากห้อง แนนเห็นรีบเก็บขอเดินตามมามา เราไปยืนรอก้อยที่หน้าบริษัทฯ ก้อยขับรถมาจอด ผมบอกจะขับรถให้แต่ก้อยขอขับเอง ผมเลยนอนหลับที่นั่งเบาะหลังเหมือนเดิม ถึงคอนโด ก้อยจอดรถเราสามคนขึ้นลิฟท์ไปที่ห้อง

ก้อยเปิดตู้เย็นเตรียมทำกับข้าว แนนก็ไปยืนเกาะแขนเธอดูว่าก้อยจะทำอะไรให้ทาน ผมถอดเสื้อผ้าไปอาบน้ำออกมาก้อยทำกับข้าวเสร็จแล้ว ผมเลยให้สองสาวไปอาบน้ำบ้างเดี๋ยวผมจัดโต๊ะเอง สองสาวอาบน้ำเสร็จแต่งชุดนอนกันมา เราทานข้าวไปคุยกันไป ผมเสนอให้แนนไปหัดขับรถบ้างเผื่อผมไม่อยู่ ก้อยไม่ว่างแล้วแนนอยากไปไหนจะได้เอารถผมไปได้ ก้อยเห็นด้วย แนนกลับบอกว่า

“ไม่มีใครอยู่แนนก็นั่งรถเมล์ไปก็ได้นี่”
“ทำไหมหละ พี่บีเค้าห่วงเรานะถึงอยากให้เราขับรถเองได้” ก้อยบอกแนน
“นั่นซิ ไม่น่ารักเลยเดี๋ยวดี ดื่อขึ้นทุกวัน”
“ดื่อก็อย่ามายุ่งกะแนนซิ แนนรักพี่ก้อยคนเดียวก็ได้”
ผมหัวเราะแล้วเหม่อคิดไป ก้อยน่ารักเรียบร้อยขึ้อาย การบ้านการเรือนดี เป็นห่วงผมเข้าใจผม แนน น่ารักสดใสใส่ใจผม และไม่เคยร้องขออะไรจากผมเลย (ยกเว้นของเล่น) ผมควรจะมีความสุขและพอเรื่องผู้หญิงหรือยังนะ แล้วยัยตัวแสบก็ทำผมสะดุ้ง

“พี่บีกินข้าวซิ ไม่ใช่มานั่งเหม่อ เมียนั่งอยู่สองคนยังเหม่อถึงใครอีก” แนน พูดเสียงดัง
ก้อยหัวเราะแนน
“ก็คิดถึงเราสองคนแหละจะให้คิดถึงใครอีกหละ”
“อืมให้จริงเถอะ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จก็ไปนอนซะ เดี๋ยวพี่ก้อยดูละครจบ แนนจะปลุกให้พี่ทำการบ้านนะ”
ก้อยอายหน้าแดง
“อืมแล้วเราหละไม่อยากให้ทำการบ้านหรอ”
“ไม่ อารมณ์ไม่ดี” แนนกินข้าวต่อ

กินข้าวเสร็จผมก็แอบไปกินกระทิงแดงกับซุบไก่ที่เหลืออยู่จากเมื่อวานแล้วไปนอน แนนแอบตามผมเข้ามาในห้อง

“อ้าวมาพี่ทำการบ้านให้”
“ไม่เอา” แล้วแนนก็มานอนข้างๆ ผม
“ทำพี่ก้อยเถอะ พี่ทำแนนทุกวันตอนพี่ก้อยไม่อยู่ แนนอยากให้พี่ก้อยมีความสุขบ้าง”
“น่ารักก็เป็นนะเรา” ผมลูบหัวแนน
“เอ้ ชอบลูบหัวจัง บอกว่าเดี๋ยวผมยุ่งไปดีกว่า” แล้วแนนก็ลุกขึ้นออกไปนอกห้อง

เธอแกล้งทำเป็นงอลแล้วรีบออกไปเพราะกลัวว่าถ้าอยู่อีกซักพักเธอคงโดนผมทำการบ้านแน่ๆ ผมปิดตาว่าจะนอนพักเล่นแต่ก็หลับไป

ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรทับอยู่บนตัวผม ผมค่อยๆ หรี่ตาดู ก้อยนอนทับตัวผมอยู่นั่นเอง

“เบาๆ นะค่ะ แนนหลับแล้วเดี๋ยวน้องตื่น”
“อ้าว แล้วพี่จะทำการบ้านให้ก้อยยังไงหละถึงจะได้ไม่มีเสียง”
“อืมมม ก็ทำเบาๆ ช้าๆ ซิ”

ตัวนิ่มๆ ชุดนอนนุ่มๆ ของก้อยทำให้ผมเริ่มแข็งขึ้นมา ก้อยเอาช่วงล่างถูกับแท่งผม เธอไม่ได้ใส่ชั้นใน ข้างบนก็ด้วย ผมกอดเธอ เราจูบกันเบาๆ แต่อารมณ์เราก็ร้อนลุ่ม ผมดึงชุดนอนเธอมาที่เอวตอนนี้ช่วงล่างเราสีกันไปมาก้อยล้วงเข้าไปในกางเกงนอนผมจับเอาควยผมออกมาถูที่ร่องเธอ เราช่วยกันกดควยผมเข้าไปในร่องก้อยจนสุด ก้อยครางเบาๆ แล้วผมก็ทำเธอช้าๆ ก้อยก็ขยัวเอวรับควยผมช้าๆ ผมเสียวควยมาเหมือนค่อยดันไปในร่องที่คับแน่น ก้อยขมิบหีตอดควยผมตลอดเวลา เราทำกันอยู่นานจนเหงื่อเริ่มออก แล้วผมก็รู้สึกว่าน้ำผมมาอัดแน่นที่ปลายควยรอฉีดใส่หีก้อยแล้ว ผมก็ประกอบปากเธอแน่น แล้วเด้งควยใส่เร็วหลายครั้งแล้วก็ฉีดน้ำกามใส่หีก้อย เธอครางอืมมมมมมมม ปากยังประกบกับผมอยู่แล้วเธอก็ค่อยๆ ถอนปากออกจากผมแล้วนอนซบอยู่บนตัวผม

“ดีจังค่ะ ก้อยชอบแบบนี้จัง”
“แล้วหายคิดถึงพี่หรือยังจ๊ะ” ผมหอมแก้มก้อย
“หายแล้วหละค่ะ เหนื่อยจังทำช้าๆ แต่เหนื่อยมากเลย ก้อยนอนแล้วนะค่ะ” เธอก็ลงจากตัวผมไปนอนข้างๆ ผมเองก็เหนื่อยเลยหลับตามเธอไปเหมือนกัน

เช้าผมขับรถไปส่งก้อยที่บริษัทฯ วันนี้ก้อยจะกลับบ้านแล้วมาค้างหลายวัน แนนทำหน้าเหงาๆ ที่พี่ก้อยไม่ได้ค้างต่อ ผมปลอบเธอ

“เป็นอะไรไปทำหน้าแบบนี้อีกแล้ว”
“เปล่า” แนนตอบแล้วหันหน้าไปทางอื่น
“แหมเดี๋ยวพี่แต่งกับพี่ก้อยแล้วให้เค้ามาเฝ้าเราทุกวันเลยดีไหม”
“ดี เร็วๆ ด้วย”
ผมหัวเราะ แนนมองหน้าผมทำหน้าไม่พอใจ
“พี่บีพรุ่งนี้แนนต้องไปพบอาจาร์ยที่ปรึกษานะ ขอลาหยุด”
“อืม พิสต้าก็ต้องไปด้วยซิ”
“ใช่ก็คงไปเหมือนกันแหละ”
“อืมงั้นก็เอาการ์ดเข้าคอนโดไปด้วยแล้วกัน เสร็จแล้วก็กลับไปคอนโดเลยไม่ต้องกลับมาทำงานหรอก กลับไปกลับมาเหนื่อย”
“ค่ะ”

วันนี้งานปรกติเรื่องสาวปรกติไม่มีอะไรตื่นเต้น บ่ายสามโมง โทรศัพท์มือถือผมดังขึ้น
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ หงษ์นะค่ะ ที่คุยกับพี่ที่ร้านอาหารจีน”
“ครับพี่จำได้ครับ”
“พี่ช่วยหงษ์ได้จริงๆ ใช่ไหมค่ะเรื่องงาน”
“จริงครับแต่ว่าหงษ์เข้าใจนะว่านายพี่อยากได้อะไรตอบแทน”
“ค่ะหงษ์เข้าใจค่ะ หงษ์อยากเจอพี่ค่ะ คือหงษ์แอบโทรอยู่หนะค่ะคุยอะไรไม่สะดวก”
“อืมงั้นพรุ่งนี้ดีไหมครับ เราทานข้าวเย็นกัน แล้วคุยกันเรื่องนี้”
“ค่ะได้ค่ะ”
“งั้นพี่จะโทรไปหาพรุ่งนี้เย็นนะว่าเราจะให้พี่ไปรับที่ไหน”
“ได้ค่ะหงษ์จะรอนะค่ะ”
“ครับบายแล้วเจอกัน”

อืมเอาแล้วซิผมก็ชอบน้องเค้าเหมือนกันจะกดเองซักสองสามครั้งก่อนส่งดีไหมนะผมคิด แต่น้องเค้าก็น่าสงสารนะ เอาเป็นแล้วแต่น้องเค้าดีกว่าแล้วพี่คมดันจะให้มาเป็นลูกน้องเราอีก เออสงสัยได้แหกกฎกันอีกแล้วคราวนี้

ผมทำงานต่อจนถึง 4 โมงครึ่ง โทรศัพท์มือถือดังอีกแล้ว ผมคิดใครวะโทรมาอีกและ คิดว่าวันนี้ชีวิตจะสงบๆ ซะหน่อย อ้าวพี่ยุทธ แล้วผมก็นึกว่าได้แกโทรมาครั้งที่แล้วผมยังไม่โทรกลับเลย พี่ยุทธจริงๆ เป็นรุ่นพี่ผม เรารู้จักกันเพราะแกมาลงวิชาเรียนเดียวกับผมทำให้รู้จักกันสนิทกับเหมือนเพื่อนกินเหล้าเที่ยวด้วยกัน แต่ผมก็เรียกแกพี่

“ว่าไงท่าน หายหัวบอกจะโทรกลับไม่โทรเลยนะ”
“ขอโทษพี่ยุ่งมากๆ ลืมไปเลย”
“เออ แหมอุตสาห์ จะโทรมาชวนไปกินเหล้าเคล้านารี มึงดันหายตัวอีก”
“ขอโทษจริงๆ พี่ยุ่งมากเสาร์อาทิตย์ก็ทำงาน”
“เออ กูไปเปิด member ร้านใหม่มากับพวกไอ้เขียวไอ้ชัย เด็กน่ารักเพียบ เลยอยากเชิญท่านบีมาช่วยพิจารณาหน่อย”
“โหพี่ผมไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดพี่ต้องเชิญหรอก”
“เออ ก็เห็นชวนดีๆ มึงหายหัวเลยต้องเชิญเผื่อจะไป”
“แล้วมีเด็ดๆ จริงหรอแหมจีบพวกนี้เหนื่อยหวะพี่บางคนแม่งรวยกว่าเราอีกขับ Benz ขับ BM มาทำงาน”
“เออมาแล้วกันมึงจะสนใจทำไมมันขับอะไร รู้แค่ถ้ามันให้มึงขี่ก็มันส์แล้ว” พี่ยุทธหัวเราะ
“แหมพี่คนนะไม่ใช่ มอไซด์” ผมหัวเราะ
“เออพรุ่งนี้นะกูนัดไอ้เขียวกับไอ้ชัยไว้แล้ว”
“พรุ่งนี้หรอผมมีนัดดิ”
“เห้ยบีไม่มาแล้วจะมันส์ได้ไงวะ”
“งั้นผมไปช้าหน่อยนะ”
“เออกูจะกินข้าวร้านเดิมกันก่อน คงไปร้านนั่นประมาณ 5 ทุ่ม มึงรีบมาแล้วกันอย่าเบี้ยวหละ”
“น่าเคยเบี้ยวที่ไหนหละ”
“เออแค่นี้ก่อนแล้วพรุ่งนี้เจอกัน”
“บายพี่”

ผมคิดว่าจะไปดูด้วยว่าร้านดีแค่ไหนเผื่อจะได้พาพวกญี่ปุ่นมาที่นี่ด้วยเลย เลิกงานผมชวนแนนไปกินไอครีมเอาใจเธอ แล้วชวนเธอเดินซื้อของกินมาเก็บไว้ในตู้เย็นกัน แนนดูร่าเริงขึ้นทำให้ผมหายเป็นห่วงเธอ คืนนั้นผมก็แกล้งแหย่เธอแกล้งไปแกล้งมา ผมก็เลยฉีดยาเธอไปสองเข็มแล้วเราก็นอนกอดกัน

เช้าผมไปส่งแนนที่มหาลัย แต่แวะรับพิสต้าก่อน พิสต้าดูร่าเริงเหมือนปรกติ ผมค่อยสบายใจหน่อยเธอคงรับพี่คมไหว ไม่ช้ำเหมือนเด็กคนอื่นๆ ที่ผมส่งให้แก

บ่ายโมงผมโทรหาหงษ์เรานัดกันว่าผมจะไปเธอที่หน้าร้านตอน 6 โมงเย็นแล้วไปหาร้านอาหารทานกัน วันนี้เงียบๆ ผมพยายามจะไม่ไปแผนกอื่น พี่ผึ้งโทรมาคุยเรื่องรูปผมก็ให้พี่ผึ้งตัดสินใจไม่ยอมไปหาเธอที่แผนก ผมกลัวว่าไปแล้วจะมีเสียวเก็บน้ำไว้ดีกว่าท่าทางวันนี้จะมีเรื่องให้เสียน้ำตอนเย็น อิอิ

ห้าโมงผมเก็บของเดินออกจากห้องโทรหาแนนบอกว่าจะกลับดึกไม่ต้องรอทานข้าว แนนไม่ว่าอะไรบอกว่าพิสต้าจะมาค้างกับเธอ ไม่ต้องรีบกลับก็ได้

ผมไปถึงหน้าร้านอาหาร หงษ์ยืนรองอยู่แล้วเธอใส่เสื้อยืดรัดรูปกางเกงยีนส์ หงษ์เปิดประตูขึ้นมาบนรถ เราคุยกันว่าจะกินอะไรกันดี แล้วเราก็ตกลงกันว่าจะกิน MK หงษ์อยากกินเป็ดย่าง เห็นแขกสั่งเลยอยากทานบ้าง ผมพาเธอไปที่ห้างแห่งนึง

เราเข้ามาใน MK แล้วผมสั่งเป็ด 1 ตัวให้เธอกินให้หาอยาก ผมเองก็ชอบกินเหมือนเธอ ใจก็แอบคิดว่ากินเป็ดเสร็จแล้วคืนนี้จะได้กินเนื้อหงษ์ไหมนะ ผมให้หงษ์ทานให้อิ่มก่อนแล้วค่อยเริ่มคุยกัน

หงษ์อิ่มแล้ว ผมสั่งผลไม้กับ ไอครีมมาให้เธอทานแล้วเริ่มคุยเรื่องงานของเธอ

“น้องหงษ์จบเอกอะไรครับ คราวที่แล้วพี่ยังไม่ได้ถามเลย”
“การตลาดค่ะ”
“อืมก็มาอยู่กับพี่ได้นะ”
“จริงหรือค่ะพี่ หงษ์ก็อยากได้งานที่มันมั่นคงนะค่ะจะได้ส่งเงินใหม่แม่ได้ทุกเดือน”
“อ้าวแล้วที่ร้านนี่ได้เงินเดือนน้อยหรอ”
“ค่ะก็แค่ค่าแรงขั้นต่ำนะค่ะ มีทิปบ้างแต่ว่าก็ต้องแลกกับการโดนจับโน้นจับนี่”
“อืมหรอครับ”
“ค่ะแถมบางคนจับซะแรงแถมไม่ให้ทิปอีก”
“ครับ พี่รับหงษ์มาทำงานได้นะ แต่ว่าเรื่องเงินเดือนถ้าอยากได้เยอะ คงต้องให้พี่คมช่วย” ผมเริ่มยื่นข้อเสนอให้เธอ
“ค่ะพี่ หงษ์รู้ค่ะว่าหมายถึงอะไรหงษ์เองก็ไม่ใช่สาวซิงเรื่องนี้หงษ์เข้าใจค่ะ แค่อยากให้แน่ใจก่อน”
“ครับได้ซิถ้าอยากให้แน่ใจหงษ์มาเขียนใบสมัครที่บริษัทฯ พี่ไว้ก่อนก็ได้ แล้วพี่จะพาไปหาพี่คม จะได้เชื่อว่าเค้าใหญ่จริงๆ”
“เปล่าค่ะไม่ใช่ไม่เชื่อแหมกินข้าวกันวันนั้นก็หลายพันแถมยับทิปเยอะอีก แค่หงษ์อยากเออ”
“หงษ์ติดอะไรหรอครับ บอกพี่ก็ได้นะเผื่อจะช่วยได้”
“คือก่อนหงษ์จะตอบแทนพี่คม หงษ์อยากตอบแทนพี่ก่อนค่ะ” เธอทำหน้าอายๆ
“คือไม่เป็นไรนะ อย่าคิดว่าถ้าไม่ตอบแทนพี่แล้วพี่จะไม่ช่วยนะ พี่ไม่ใช่คนแบบนั้น”

จิตสำนึกฝ่ายเลว <แล้วกูจะพูดให้ตัวเองอดทำไมเนี่ย>
จิตสำนึกฝ่ายดี <น้องเค้าน่าสงสารนะ ตกงานแล้วต้องเอาตัวมาแลกงานเนี่ย>
จิตสำนึกฝ่ายเลว <แล้วมึงไม่อยากได้น้องเค้าหรอไง>
จิตสำนึกฝ่ายดี <ก็อยาก แต่เราก็ต้องเห็นใจน้องเค้า ให้น้องเค้าเต็มใจดีกว่านะ>

“เป็นอะไรค่ะพี่เงียบเลย”
“เปล่าครับโทษที อืมหงษ์ไม่ต้องเกรงใจพี่นะ เอาที่หงษ์สบายใจดีกว่า”
“ค่ะยิ่งพี่พูดแบบนี้หงษ์ยิ่งมั่นใจค่ะว่าพี่อยากช่วยหงษ์จริงๆ หงษ์ก็อยากตอบแทนพี่”
“ครับขอบคุณครับ”

แล้วผมก็เช็คบิล หงษ์บอกว่าจะเดินซื้อของใช้ซะหน่อยผมก็เดินเป็นเพื่อนเธอ ผมยังมีเวลาอีกนาน ผมกะว่าจะไปหาพี่ยุทธซักห้าทุ่ม ผมเดินช่วยเลือกของใช้กับเธอจนเราเริ่มสนิทกับมากขึ้น หงษ์เดินเกาะแขนผมกลิ่นหอมจากตัวเธอทำเอาผมเริ่มคิดไม่ดี แล้วไหนจะหน้าอกอวบๆที่มาเบียดแขนอยู่อีก ผมต้องชวนเธอคุยให้ผมลืมเรื่องใต้สะดือ

ซื้อของเสร็จผมไปส่งหงษ์ที่ห้อง ผมจอดรถหงษ์นิ่งไปซักพักแล้วพูดว่า
“หงษ์อยากให้พี่ลงมาเป็นเพื่อนหงษ์ก็จังเลย แต่ห้องหงษ์เล็กๆ กลัวพี่จะไม่สะดวก”
“ไม่เป็นไรครับ อืมงั้นครั้งหน้าเราทานข้าวกันแล้วไปหาห้องใหญ่ๆ คุยกันนะ”
“ค่ะสัญญานะค่ะ”
“ครับ แล้วเจอกันพี่ไปก่อนนะ”

ผมขับรถออกมาจากหอของหงษ์ สามทุ่มครึ่งแล้ว ผมเลยตรงไปหาพี่ยุทธ ไปถึงร้านก็เจอพี่ยุทธ พี่เอ ไอ้เขียว ไอ้ชัย นั่งกันอยู่

“แหมได้ข่าวว่าระดับมึงต้องอัญเชิญถึงจะมาหาพวกกูได้เชียวหรอ” พี่เอตะโกนแหย่ผม
“ไม่หรอกครับพี่แหม ชวนดีๆ ผมก็มาไม่ดื่อหรอก” ผมนั่งลง พี่เอก็เป็นรุ่นพี่ผมที่มหาลัยแถมแก่ก็เคยเป็นหัวหน้าเก่าที่บริษัทฯ ผม เพราะแกได้งานใหม่ออกไปผมถึงขึ้นมาแทนต่ำแหน่งแก

พอนั่งปุ๊บตามนิสัยผม ผมจะมองรอบๆ ร้านหาสาวเล็ง

“ท่าน มาถึงก็เล็งสาวเลยนะ คุยกันก่อน หอยเดี๋ยวสั่งที่หลัง” พี่ยุทธแซวผม
“เปล่าพี่ผมมองโจทย์ต่างหากหละ จะได้ไม่โดนตีหัว” ผมแก้ตัว

แล้วเราก็คุยกันส่วนใหญ่จะเรื่องเด็กของแต่ละคนว่าใครมีเด็กใหม่ ยังไงบ้าง เมื่อก่อนพี่ยุทธแกจะชอบหาเด็กใจแตกอยากสวิงมาให้พวกผมรุมบ่อยๆ ตั้งแต่สมัยมหาลัยจนทำงาน ประสพการ์ณสวิงผมก็ได้มาจากแกนี่แหละ แต่หลังๆ ผมไม่ค่อยได้ไปเพราะว่าพอสวิงกันแล้วเด็กแกก็ดันมาติดผม ผมเกรงใจแกเลยพยายามเลี่ยงๆ เวลาแกชวน