ก้อย 43.0

ก้อย 43

พอขึ้นมาที่ออฟฟิตผมก็รู้ว่าวันนี้มีประชุมด่วนผมเลยต้องรีบขึ้นไปที่ห้องประชุมใหญ่ทันที พี่คมยืนคุยกับคุณไพศาลอยู่หน้าห้อง ผมเองเลยต้องยืนรอจนทั้งสองคนคุยกันเสร็จแล้วพี่คมก็เรียกผมให้ไปหา

“พี่ผมเห็นคุณวิบูลย์เมื่อเช้า”
“เออ นี่แหละเรื่องที่ประชุมเช้านี้แหละมึง” พี่คม
“ทำไมหละพี่”
“ก็ไอ้เรื่องสินบนนั้นแหละพอบอกให้ทุกคนรู้ปุ๊ข่าวก็รั่วทันที แม่งพวกผู้ถือหุ้นที่อยากจะเอาพี่ไพศาลออกก็เลยถือโอกาสส่งไอ้วิบูลย์เข้ามาอีกรอบ” พี่คม
“มาแทนเลยหรอพี่”
“ไม่หรอกแค่มาเป็นรองประธานแต่กูว่าแม่งมาคุ้ย
เรื่องสินบนต่อแน่ๆ แล้วค่อยหาทางเขี่ยพี่ไพศาลออก” พี่คม
“งั้นหรอพี่ ซวยจริงๆ แล้วซิแบบนี้”
“อืมทำไงได้ลูกสาวเค้าดันไปเอาคนแบบไอ้บิ๊กทำผัว เป็นไงหละ นี่กูว่านะคนที่ไปบอกพวกกรรมการที่ไม่ชอบพี่ไพศาลก็คงเป็นไอ้บิ๊กนี่แหละเห็นมาถึงก็ดึงมันขึ้นมาเป็นผู้ช่วยเลย”
“ผมก็ไม่รู้จะว่ายังไงเหมือนกันพี่ คงต้องดูกันต่อไปว่ามันจะมาไม้ไหน”
“เออ ตอนนี้ถ้ามีอะไรขึ้นมากูอาจจะต้องขอแรงมึงคุยกับเพื่อนมึงด้วย กูก็หวังว่าคงไม่ร้ายแรงถึงขนาดนั้น อ้าวแม่งมาแล้วเข้าห้องประชุมกันดีกว่าหวะ”

ผมกับพี่คมเข้าไปในห้องประชุม แล้วก็เป็นอย่างที่พี่คมบอกเนื่องจากมีกลุ่มผู้ถือหุ้นบางคนไม่ไว้ใจการทำงานของคุณไพศาลเลยตั้งรองกรรมการขึ้นมาเพื่อคอยตรวจสอบการทำงาน แล้วก็มีคำสั่งแต่งตั้งไอ้บิ๊กขื้นมาเป็นผู้ช่วยรองกรรมการบริษัท

“มึงดูมันทำหน้าซิ น่าเอาตีนไปจอดบนหน้ามันจริงๆ กูว่าฝีมือมันแน่เรื่องนี้” พี่คม
“คงแบบนั้นแหละพี่ ตอนนี้เราคงได้แต่รอว่ามันจะมาไม้ไหน แต่สำหรับผมนะมันก็คงมาเรื่องเดิมแน่ๆ”
“อืมพี่ไพศาลก็คิดแบบนี้เหมือนกัน แต่มันคงยังไม่กล้ารีบร้อนแบบคราวที่แล้ว เราต้องรอดูมันไปก่อนว่ามันจะเอายังไง” พี่คม
“ครับพี่”

หลังจากเลิกประชุมไอ้บิ๊กก็ขอคุณวิบูลย์ว่าอยากจะกลับมานั่งที่ออฟฟิตเดิม ผมเริ่มเซ็งอีกรอบ แต่โชคดีที่พี่คมคุยกับคุณไพศาลให้ไม่ยอม อ้างว่ามันเพิ่งจะโดนปลดจากต่ำแหน่งถ้ายอมให้กลับไปเร็วแบบนี้กลัวว่าพนักงานคนอื่นจะคิดว่าเล่นเส้นสายแล้วทำให้พนังงานหมดกำลังใจที่จะทำผลงาน ผมค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อยไม่งั้นผมคงเจอไอ้บิ๊กมันมากวนประสาททุกวันแน่ๆ หลังจากคุยกันจบผมก็เดินตามพี่คมออกจากห้องประชุม

“กูช่วยมึงแล้วนะ กูรู้ว่าถ้าไอ้บิ๊กกลับไปนั่งชั้นมึงอีก มึงคงรำคาญมันแน่ๆ” พี่คม
“ขอบคุณครับพี่ที่ช่วย”
“กูขอพี่ไพศาลให้ช่วยมึง ก็หวังว่าถึงตอนที่มึงมีโอกาสก็จะช่วยพี่เค้าตอบบ้างก็เท่านั้น” พี่คม
“ครับพี่ผมช่วยเต็มที่อยู่แล้ว ถ้าปล่อยให้คนแบบวิบูลย์กับไอ้บิ๊กอยู่ต่อไปบริษัทคงไม่เจริญ”
“อืมเรื่องเสื้อสูทเอ็งไปดูหรือยัง” พี่คม
“ไปดูแล้วครับ”
“เอออย่าลืมหละเรื่องน้องๆ ไปรับแขกด้วย” พี่คม
“เรียบร้อยพี่ เดี๋ยวผมให้แคทมันประสานงานกับพี่นุ่นครับ”
“อืม เออถ้าไม่มีปัญหาอะไรอีกหน่อยมึงคงต้องดูทั้งสองฝ่ายเลยนะ ตอนนี้มึงก็ดูๆ เรื่องรองผู้จัดการไว้บ้าง” พี่คม
“ครับพี่ ก็ดูๆ อยู่”
“เออไม่ต้องรีบให้มันพ้นเรื่องนี้ไปก่อนค่อยคิดแล้วกัน” พี่คม
“ครับพี่”

ผมแยกกับพี่คมกลับลงมาที่ออฟฟิต จากนั้นผมก็ให้แคทเอาเอกสารประวัติของน้องใหม่ทั้ง 3 คนมาให้ผมดู

“แคท แต่แกต้องไม่ให้ใครรู้นะว่าพี่ขอ เดี๋ยวน้องเค้ารู้แล้วเค้าจะเข้าใจผิดว่าพี่ตรวจสอบคุณสมบัติเค้า”
“ได้เลยพี่เดี๋ยวจัดให้ ว่าแต่นอกจากคุณสมบัติแล้ว สัดส่วนนี่ต้องตรวจสอบด้วยไหม” แคท
“มึงนี่ไปเลยไป ไปเอาเอกสารมา”
“จ้าๆ ไปแล้ว” แคท

แคทเอาประวัติของทั้งสามคนมาให้ผม พลอย กับ แป้ง ไม่สะดุดใจผมเท่าไหร่ แต่นกนี่ซิจบมาจากสถาบันเดียวกับผมและบิ๊กด้วย ผมรู้สึกแปลกใจหรือว่านกจะรู้จักกับบิ๊กก่อนจะมาทำงานที่นี่หรือเปล่านะ

หลังจากอ่านประวัติเสร็จผมก็ทำงานต่ออีกนิดหน่อยจนเที่ยง จากนั้นผมก็ลงไปทานข้าว พวกสาวๆ หายไปกันหมดแล้ว ผมลงลิฟท์ไปที่ชั้นล่างเห็นนกกำลังยืนเหมือนรอใครอยู่ผมเลยเข้าไปทัก

“อ้าวมายืนทำอะไรอยู่ไม่ไปทานข้าวกับเพื่อนๆ หละ”
“ไม่หรอกค่ะ วันนี้เค้าไปทานกันที่ตลาดนัดค่ะ มันไกลร้อนด้วยนกเลยไม่ไป” นก
“แล้วนี่ทำอะไรอยู่ทำไมยังไม่ไปทานข้าวหละ”
“คือนกไม่รู้จะไปทานที่ไหนดีค่ะ ไปคนเดียวแล้วหาที่นั่งลำบาก นกก็ไม่อยากไปนั่งกับคนอื่นด้วย เลยกะว่าจะรอให้เที่ยงครึ่งก่อนค่อยเดินออกไป” นก
“งั้นหรอ งั้นมาทานกับพี่ซิ สองคนคงหาร้านนั่งได้นะ คงไม่ต้องนั่งกับคนอื่น”
“ค่ะ อืมก็ดีค่ะนกก็หิวแล้วเหมือนกัน” นก

ผมพานกไปนั่งทานข้าวที่ร้านประจำผม ระว่างทานผมก็คุยกับนกหลายเรื่องผมเองก็ถือโอกาสถามเธอเรื่องที่เรียนมหาลัยเดียวกับผม

“อืมน้องจบมหาลัยเดียวกับพี่ด้วยหรอ”
“ค่ะใช่ค่ะ” นกสีหน้าเปลี่ยนไป
“อืมแต่นกคงไม่รู้จักพี่มาก่อนใช่ไหมครับ พี่จบมาตั้งนานแล้วนกเพิ่งจบนี่นะ”
“อืมนกเคยเจอพี่ค่ะ พี่สาวนกเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับพี่” นก
“หรอแล้วพี่นกชื่อ…” โทรศัพท์มือถือผมดังขึ้นพอดี
“ฮาโหลว่าไงแคทมีอะไร”
“คือพวกหนูจะกลับช้าหน่อยนะค่ะพอดีมาทานข้าวกันไกลออกฟฟิต” แคท
“อืมก็อย่าให้สายมาก”
“ขอบคุณค่ะพี่เดี๋ยวพวกหนูจะซื้อขนมไปฝากนะ” แคท
“อืมปิดปากซิ เอาที่อร่อยๆ หละไม่อร่อยจะหักเงินเดินที่กลับมาสาย”
“โหยพี่บีเคี้ยวหวะ ได้เดี๋ยวหาขนมที่อร่อยๆ ไปให้แค่นี้นะ” แคท

แคทวางสายไปผมจะถามชื่อของพี่สาวนกอีกครั้งแต่นกก็ชวนผมคุยเรื่องอื่นไปแล้ว ผมคิดว่าเธอคงเป็นน้องสาวของคนที่ไม่สนิทกับผมตอนเรียนมั้งผมเลยรู้จักเธอในตอนนั้น

ทานข้าวเสร็จผมก็แวะซื้อกาแฟที่ร้านเดิม พอตอนนี้ไม่มีลิซอยู่แล้วทำให้ผมเองรู้สึกเหงายังไม่ไม่รู้ตอนเข้ามาในร้านนี้ นกเองก็เข้ามายืนรอผมด้วย ซื้อกาแฟเสร็จผมก็ชวนนกกลับขึ้นไปที่ออฟฟิตกัน

ถึงออฟฟิตผมกลับเข้าไปในห้องทำงาน นกขอตามเข้ามานั่งคุยด้วยเพราะพวกสาวๆ ยังไม่กลับมากันเลยซักคน เรานั่งคุยกันไม่กี่คำนกก็บ่นว่าร้อนแล้วเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ๊ตยกขาขึ้นไขว่ห้างจนเห็นโคนขา ผมรู้ได้ทันทีว่านกพยายามอ่อยผม แต่ที่แปลกคือดวงตาของเธอมันดูเศร้าและกำลังฝืนใจทำ ทำให้ผมเองก็ไม่เกิดอารมณ์ตามที่เธอยั่ว ถึงนกจะสวยหุ่นดีแค่ไหนแต่พอผมมองเข้าไปในดวงตาเธอผมก็รู้กสึกว่าเธอไม่ได้รู้สึกอย่างเดียวกับที่เธอทำอยู่

“ร้อนหรอครับ ร้อนก็ไปล้างหน้าล้างตาซิจะได้สบายตัวขึ้น”
“มันไม่ใช่ร้อนกายซะค่ะ แต่ที่นกร้อนมันร้อนที่ตรงนี้” นก

นกลุกขึ้นแล้วยกเข่าขึ้นนึงขึ้นมาวางบนโต๊ะแล้วโน้มตัวโชว์ร่องอกที่เธอปลดกระดุ้มเสื้อให้ผมดู หุ่นเธอดีมากจริงๆ นี่ถ้าเป็นปรกติผมคงรีบจัดการกำเธอไปแล้ว แต่ก็อีกนั่นแหละ พอผมมองตาเธอ นกก็เอาแต่หลบสายตา ผมเลยรู้สึกว่าเธอทำแบบนี้ต้องมีอะไรแอบแฝงแน่ๆ

ผมเลยตัดสินใจลุกขึ้นแล้วไปที่อื่นซะเพื่อจะได้ตัดปัญหาเกิดเธอแก้จนหมดตัวผมอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้

“นกไม่ไปงั้นพี่ขอไปห้องน้ำก่อนนะครับ ร้อนก็ไปเร่งแอร์ก็ได้นะ”
นกเข้ามากอดผมเอาหน้าอกถูแขนผม
“จะไปไหนหละค่ะ มาช่วยนกดับร้อนก่อนซิค่ะ” นก

ผมจับแขนนกแล้วดึงเธอเข้ามาจนชิดกับตัวแล้วค่อยๆ ก้มลงจะจูบที่ปากเธอ นกตกใจพยายามหันหน้าหนีน้ำตาเธอไหลเอ่อออกมา ผมขยับปากห่างออกจากปากนก นกเริ่มร้องไห้

“พี่ไม่รู้นะว่านกทำแบบนี้ทำไม อะไรที่ทำแล้วมันฝืนความรู้สึกก็อย่าทำเลย ไม่หยั่งงั้นนกจะต้องกลับมาเสียใจภายหลังนะ”

ผมปล่อยแขนนก เธอรีบแต่งตัวกลับเหมือนเดิม แต่เธอยังยืนทำตาแดงไม่พูดอะไร ผมคิดว่าเธอคงกลัวผมจะซักถามเหตุผลและคงกลัวว่าผมจะไล่เธอออก

“เอาเป็นว่าพี่จะลืมเรื่องเมื่อกี่ซะ เอาหละเราไปล้างหน้าล้างตาซะ พี่หวังว่านกคงไม่ทำแบบนี้อีกนะ”

นกไม่ตอบผมรู้สึกว่าได้ว่าเธอรู้สึกโกรธผม แต่ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าเธอโกรธผมเรื่องอะไร ร่วมถึงทำไมเธอต้องทำเป็นอ่อยผมทั้งๆ ที่เธอไม่ได้อยากจะมีอะไรกับผมเลย ผมได้แต่เก็บความคิดนี่ไว้ ผมเองก็ไม่เคยรู้จักเธอมาก่อนทำไมเธอถึงเหมือนแค้นผมนักนะ

เลิกงานผมพาแนนกับหงส์ไปซื้อของใช้ที่ห้างกัน

“เรามีรองเท้าสีแดงหรือยังหละอีกแค่สามวันเองนะ” ผมถามแนน
“ยังค่ะใส่คู่เก่าก็ได้นี่” แนน
“จะแต่งสวยทั้งทีก็ใส่ให้ครบชุดซิ”
“ไม่เอาหรอกไม่อยากได้” แนน
“กลัวเปลืองก็หาที่ไม่แพงมากก็ได้แต่เอาที่สวยหน่อยแล้วกัน”
“ก็ได้ค่ะ”
“แล้วหงส์หละมีชุดหรือยังพี่ลืมถามเราไปเลย”
“ได้แล้วค่ะ พี่แคทพาไปซื้อแล้ว” หงส์
“หรอแล้วรองเท้าหละ ถ้ายังก็ดูพร้อมๆ กันแนนเลยซิ”
“ค่ะขอบคุณค่ะพี่” หงส์

ผมพาพวกเธอเข้าไปในร้านขายรองเท้า ทั้งคู่ช่วยกันเลือกรองเท้า ผมนั่งดูทั้งสองคนคุยกันยิ้มแย้มกัน ทำให้ผมเองก็รู้สึกมีความสุขไปด้วย ทั้งสองเลือกรองเท้าเสร็จผมก็พาพวกเธอไปซื้อของใช้อีกนิดหน่อยแล้วก็หลับคอนโดกัน

วันรุ่งขึ้นผมก็ไปทำงานตามปรกตินี่วันพุทธแล้วอีกแค่สองวันก็วันงานแต่งพี่คมแล้วซินะ ระหว่างนี้ขออย่าให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาเลย ผมทำงานจนเที่ยงก็ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ผมลงไปทานข้าวตามปรกติ แต่ที่ไม่ปรกติก็คือ นกมายืนรอผมอยู่เหมือนเมื่อวาน ผมเองก็ไม่อยากให้เธอคิดว่าผมโกรธเธอ ผมก็เลยชวนเธอไปทานข้าวด้วยกันอีก

“อ้าวมายืนรอร้านว่างอีกแล้วหรอ”
“ค่ะ” นก
“งั้นไปทานกับพี่อีกไหมจะได้ไม่ต้องรอ” ผมก็กะว่าเธอคงไม่กล้าไปกับผมแล้ว
“ค่ะ” นก

ผมตกใจเหมือนกันที่เธอตอบตกลงแต่ก็ดีใจเธอคงพยายามจะปรับตัวให้เข้ากับผม เราไปทานข้าวกันสองคนอีก นกไม่ค่อยพูดอะไรเลยนอกจากที่ผมถาม ผมเลยไม่กล้าถามเธอเรื่องพี่สาวอีก เราทานข้าวกันเสร็จผมก็ไปซื้อกาแฟ เหมือนทุกครั้งนกก็ตามไปยืนรอผมอีก เราเลยกลับขึ้นออฟฟิตมาพร้อมกัน วันนี้ผมเลยต้องแกล้งนั่งอยู่ที่โต๊ะแคทไม่เข้าไปในห้อง ผมกลัวว่านกจะทำแบบเมื่อวานอีก ผมเองก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนเดี๋ยวเจอเธอยั่วมากๆ จะเผลอใจทำอะไรขึ้นมา

ผมเลยนั่งคุยกับนกจนพวกแคทกลับมาจากทานข้าว ผมถึงจะกลับเข้าไปในห้องทำงาน ผมอยากรู้เรื่องนกจากคนอื่นๆ บ้างผมเลยเรียกแนนเข้ามาหาเพื่อถามว่าพอรู้เรื่องอะไรของนกบ้างหรือเปล่า แนนบอกว่านกเองก็มาคุยถามเรื่องผมกับแนนด้วยแล้วรุ้สึกว่าก็ถามพี่ๆ คนอื่นๆ ด้วยเหมือนกัน

ผมเองก็ยังงงอยู่ดีกว่าทำไมนกถึงแค้นผมนักนะ แต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ วันนี้ทั้งวันก็ไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นมาเลย ผมค่อยสบายใจหน่อยอีกแค่สองวันขอให้มันสงบจนถึงวันนั้นหน่อยเถอะ แล้วก็เป็นอย่างที่ผมหวังไว้วันพฤหัสก็ไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่นกก็ยังรอผมกินข้าวเหมือนเดิมวันนี้ยังมีข่าวดีอีกเรื่องคือพี่คมหางานให้น้องต่ายได้แล้วผมรีบโทรบอกเธอให้วันจันทร์เธอไปเริ่มทำงานที่บริษัทใหม่ได้ น้องต่ายดีใจมากเธออยากเจอผมเพื่อขอบคุณแต่ผมยุ่งมากไม่มีเวลาว่างไปหาเลยได้แค่สัญญาว่าจะไปหาเธอเมื่อว่าง ตอนเย็นผมไปรับก้อยมาค้างด้วยเพื่อพรุ่งนี้เธอจะได้ขับรถผมไปทำงานตามที่ตกลงกันไว้

วันศุกร์แล้วตอนเช้าพวกสาวๆ ก็แทบจะไม่ค่อยได้ทำงานกันเลยเอาแต่คุยกันเรื่องแต่งตัวแต่งหน้าทำผม เวลาผ่านไปจนถึงเที่ยงก็ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ผมนัดลุงชิดให้เอารถตู้มารับสาวๆ ตอนบ่ายโมงเพื่อให้พวกสาวๆ ได้ทานข้าวซื้อขนมไปทานรอระหว่างที่ไปแต่งตัวที่โรงแรม วันนี้นกก็ยังมารอผมทานข้าวอีกเหมือนเดิม เราไปทานอาหารด้วยกัน

“พี่บีค่ะ” นก
“มีอะไรหรอครับ”
“คือวันนี้นกมีเรื่องจะคุยกับพี่หน่อยค่ะ” นก
“ครับได้ซิครับ มีเรื่องอะไรครับ”
“อืม คือตอนนี้นกยังพูดไม่ได้ค่ะ อืมหลังงานเลิกพี่พอจะว่างไหมค่ะ” นก
“คือพี่คงต้องอยู่จนเที่ยงคืนนะครับ นกจะรอไหวหรอ มีอะไรบอกพี่มาเลยก็ได้นะ”
“ไม่เป็นไรค่ะนกรอได้ค่ะ” นก
“ครับถ้าน้องนต้องการแบบนั้น”

เราทานข้าวกันเสร็จผมก็ไปที่ชั้นใต้ดินเพื่อดูว่าพวกสาวๆ มาขึ้นรถกันครบหรือยัง พอทุกคนมาครบผมก็ให้ลุงชิดขับรถไปส่งพวกเธอ ลุงชิดบอกว่าจะมารอรับผมตอนห้าโมงเย็น พอพวกสาวๆ ไปโรงแรมกันแล้วผมก็กลับขึ้นมาที่ออฟฟิตคนเดียว

ผมทำงานต่อจนห้าโมงก็หยิบชุดสูทแล้วลงไปที่ชั้นใต้ดินผมกะจะไปเปลี่ยนชุดที่โรงแรม จะได้อาบน้ำด้วย ไปถึงโรงแรมผมก็โทรหาแคทถามว่าห้องที่แต่งตัวกันอยู่ที่ไหน พวกแคทแต่งตัวเสร็จแล้วตอนนี้อยู่ที่งานกันหมดแล้ว ผมเลยนัดให้แคทเอากุญแจห้องมาให้ที่ล๊อปปี้แล้วผมก็ขึ้นไปแต่งตัวคนเดียว ผมฝากน้ำหอมกับของอย่างอื่นให้แนนถือมาทิ้งไว้ในห้องแล้ว อาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็ออกจากห้องไปที่งานทันที

พวกแคทเห็นผมก็กรี๊ดกราดกันใหญ่แย่งกันมาขอถ่ายรูปคู่ แต่ผมยังไม่เห็นแนนเลย แนนไปไหนนะ

“แคทแนนหละพี่ไม่เห็นเลย”
“ไปห้องน้ำมั้งพี่สงสัยอายชุดมั้ง” แคท
“หรออืม อายอะไรฉันว่าแกยังใส่โป๊กว่าเลย”
“แหมเรามันคนนอกว่าเอาว่าเอานะ นั่นเดินมาแล้วไง คนในของพี่” แคท

แนนเดินมาทางผมท่าทางเขิลอาย ชุดเธอผมเคยเห็นแนนใส่แล้ว แต่ทรงผมกับใบหน้าที่แต่งเติมนี่ซิผมไม่เคยเห็นร้องเท้าสีแดงที่ซื้อก็เข้ากับชุดเธอมากๆ ทำเอาผมยืนมองตาค้าง

“เอ้าพี่บียืนนิ่งเลย แหมตะลึงหรือไงค่ะ มาๆ ถ่ายรูปคู่กันหน่อยสองคนนี้” แคท

แคทจับผมกับแนนมายืนถ่ายรูปคู่กัน แล้วยังจับให้แนนคล้องแขนผมด้วย ถ่ายรูปเสร็จก็มีก็มีมารมาผจญ

“นี่เธอแต่งตัวอะไรเนี่ย เป็นแค่นักเรียนมาแต่งตัวโป๊ยั่วผู้ชายหรอไง” มิ้น

มิ้นในชุดสีชมพูเด่นทั้งเว้าทั้งผ่าข้าง ผมว่าชุดเธอไม่เหมาะสมมากกว่าของแนนเยอะ เธอจับแขนแนนแล้วดึงเธอออกไปจากผม แล้วเธอก็มาคล้องแขนแทน ผมเห็นแนนทำหน้าโกรธผมต้องทำหน้าดุเธอไม่ไห้พูดอะไร แนนเลยหนีไปนั่งที่โต๊ะรับของขวัญ

“อ้าวเร็วซิถ่ายรูปซิเดี๋ยวพี่บีเค้าต้องไปยืนคู่ฉันแล้วนะ ยืนทำอะไรกันอยู่หละ” มิ้น

ช่างถ่ายภาพรีบถ่ายรูปกันใหญ่เสร็จแล้วมิ้นก็ลากผมไปยืนตอนรับแขกอย่างกับเป็นตัวเอง โชคดีที่ไม่นานพี่คมกับพี่นุ่นก็แต่งตัวกันเสร็จแล้วมาที่หน้างาน

“อ้าวมาแล้วหรอบีขอบใจมากนะ” พี่คม
“ขอบใจมากนะบี แล้วก็ฝากขอบใจพวกสาวๆ ด้วยนะ” พี่นุ่น
“ไม่เป็นไรครับ งานพี่ทั้งสองคนแบบนี้ยังไงผมก็ต้องช่วยเต็มที่”
“พวกสาวๆ ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ เจ้านายมีงานก็ต้องมาช่วยอยู่แล้ว นี่มิ้นเองจริงๆ ก็มีนัดสำคัญนะค่ะ แต่เห็นเป็นงานพี่นะค่ะเลยยอมผิดนัดมาช่วย” มิ้น

พี่คมกับพี่นุ่นทำหน้าตาแปลกๆ พี่คมแอบมากระซิบผม

“มีนัดทำไมไม่ไปวะ กูเห็นพอรู้ว่าเพื่อนเจ้าบ่าวเป็นมึงนะระริกระรี้ขอมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวเชียว” พี่คม
“ช่างเค้าเถอะพี่เดี๋ยวก้อยมาผมก็จะบอกว่าก้อยเป็นแฟนผมที่จะแต่งงานกัน เค้าคงเลิกทำแบบนี้ไปเอง”
“เออ ก็ดี เหอดูแต่งตัวใส่สีชมพูซะเมียกูด้อยไปเลย” พี่คม
“เอาน่าพี่วันมงคลอย่าคิดอะไรไม่ดีเลย มีความสุขดีกว่า”
“เออกูก็ว่างั้นแหละ” พี่คม

พอหนึ่งทุ่มผมก็เห็นก้อยเดินขึ้นบันไดเลื่อนแล้วเดินตรงมาที่หน้างาน พอเข้ามาใกล้ผมถึงเห็นชุดก้อยชัด เธอใส่ชุดราตรียาวสีม่วงยาวแต่ผ่าข้างเหมือนกับของแนน สีผิวเธอตัดกับชุดดูสวยมากหน้าที่คมของเธอพอแต่งเติมเข้าไปยิ่งทำให้หน้าของก้อยคมยิ่งขึ้น พอก้อยเดินมาถึงผมก็แนะนำเธอกับพี่คมและพี่นุ่น

“ก้อย นี่พี่คมและนี่ก็พี่นุ่นรุ่นพี่ที่ทำงานและก็เป็นพี่ที่พี่นับถือด้วย”
“สวัสดีค่ะ พี่บีเล่าเรื่องพี่ๆ ให้ก้อยฟังบ่อย” ก้อย
“สวัสดีครับ” พี่คม
“สวัสดีค่ะ สวยจังนะเราบีนี่ตาแหลมจริงๆ” พี่นุ่น
มิ้นทำท่าไม่พอใจจะเหมือนจะเข้ามาหาก้อยผมเลยต้องรีบพูดตัดบทซะ
“ครับก็คนนี้แหละครับที่ผมบอกว่าจะมาแนะนำในฐานนะน้องสะใภ้พวกพี่”
“หรอเออดีแต่งกันเมื่อไหรก็เชิญพี่ด้วยนะ” พี่คม
“ดีแล้วบีจะได้เลิกทำตัวลอยชายไปวันๆ ซะที” พี่นุ่น
“ครับพี่แต่งแล้วจะรีบแจ้งทันทีเลย”
“ใครบอกว่าจะแต่งด้วยกันหละ” ก้อย

ก้อยคล้องแขนผมแน่นเธอคงอายที่ผมแนะนำตัวเธอว่าเป็นคนที่จะแต่งงานด้วยกับพี่คมกับพี่นุ่น มิ้นโกรธมากอยู่ๆ เธอก็เดินหนีไป ก้อยเองก็แปลกใจแต่พี่นุ่นพูดขึ้นมาซะก่อน

“สงสัยมิ้นเค้าไม่สบายนะ เห็นบ่นๆ อยู่ อืมน้องก้อยมายืนแทนได้ไหมค่ะ” พี่นุ่น
“เออ ค่ะได้ค่ะพี่” ก้อย

สรุปก้อยก็เลยกลายเป็นเพื่อนเจ้าสาวแทน ผมเห็นมิ้นไปนั่งที่โต๊ะประธานกับคุณไพศาลแล้วก็เอาแต่กินเหล้าจนเมา ที่โต๊ะนั้นมีไอ้บิ๊กกับคุณวิบูลย์อยู่ด้วย พอถึงเวลาสองทุ่มพิธีกรก็เชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นมากล่าว เนื่องจากพี่คมกับพี่นุ่นตอนนี้ไม่มีญาติผู้ใหญ่แล้วก็เลยให้คุญไพศาลขึ้นไปพูดในฐานะเจ้านายและญาติผู้ใหญ่แทน พอคุณไพศาลพูดจบอยู่ๆ ไอ้บิ๊กก็ขึ้นไปแย่งไมค์ของพิธีกรแล้วก็เชิญคุณวิบุลย์ขึ้นไปกล่าวอะไรกับพนักงานบริษัท ผมพี่คมและคุณไพศาลมองหน้ากันด้วยความงุนงงว่านี่พวกมันกำลังทำอะไรกัน

คุณวิบูลย์ขึ้นไปพูดเรื่องงานแต่งแค่ไม่ถึงนาทีแต่นอกนั้นก็เป็นเรื่องของตัวเองกับการที่จะมาดูแลบริษัทจนใกล้เวลาสามทุ่ม ผมเห็นแคทไปกระซิบกับพิธีกร แล้วเดินไปที่คนควบคุมเครื่องเสียง อยู่ๆ ไมค์ที่คุณวิบูลย์ก็เงียบไป แล้วพิธีกรก็บอกว่าถึงเวลาฤกษ์ดีแล้ว ขอให้ทุกคนยืนขึ้นอวยพรเจ้าบ่าวเจ้าสาว จากนั้นเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็เริ่มเดินถ่ายรูปตามโต๊ะผมเองก็เลยถือโอกาสไปนั่งที่โต๊ะที่แนนกับพวกแคทนั่งอยู่

“ดีมากแคท ไม่งั้นกูคงต้องนั่งฟังมันบ่นอีกนาน”
“โหยพี่ แคทนะอยากจะทำทั้งแต่ตอนมันขึ้นไปแล้ว” แคท
“เออขอบใจมากพี่นุ่นเองก็ฝากขอบใจมาด้วย”
“ขอเป็นอย่างอื่นได้ไหม ขอบใจไม่เอา” แคท
“เอาเป็นได้พักงานเป็นไง จะได้อยู่บ้าน”
“อู้ยย ไม่ได้นะ แคทมีภาระ” แคท
“ผัว 7 ลูก 8 ของแกหนะหรอ”

ทั้งโต๊ะหัวเราะแคทกัน

“พี่ก้อยสวยจังเลยวันนี้” แนน
“แนนก็สวยนะแต่งหน้าแต่งผมแล้วสวยขึ้นเยอะเลยนะเรา” ก้อย

เรานั่งทานอาหารกันคุยกันจนงานเลิกผมเดินไปส่งก้อยกับแนนหน้างานหงส์เองก็ขอกลับไปด้วย ผมลืมไปเลยหงส์เองก็ใส่ชุดสวยเหมือนกันสีเหลืองอ่อนเข้ากับหุ่นอวบๆ ของเธอ

“เอ้าสามคนกลับกันดีๆ นะเดี๋ยวพี่คงกลับไปตีสองตีสามพี่จะรออยู่จนถึงฤกษ์ส่งตัวก่อน แล้วอย่าช่วยพี่ๆ เค้าซนหละตัวเล็ก”
“เฮอคนไม่อยู่ ก็อดแล้วกัน วันนี้แต่งตัวสวยทุกคนด้วย เรารีบไปกันเถอะแนนอยากกลับแล้ว” แนน

แนนดึงมือก้อยกับหงส์ให้เดินออกจากงาน

“พี่ฝากดูน้องด้วยหละอย่าตามใจน้องจนเคยตัวหละ” ผมบอกก้อย
“ค่ะ แล้วพี่กลับยังไงค่ะ” ก้อย
“อืมเดี๋ยวมีรถไปส่งนะ”
“ค่ะงั้นก้อยไปแล้วนะค่ะ แนนเดินไปโน้นแล้ว” ก้อย
“บายแล้วเจอกันนะ”

ก้อยเดินตามแนนกับหงส์ที่เดินนำไปก่อน ผมเองก็กลับไปยืนช่วยพี่คมส่งแขกจนแขกทุกคนกลับไปหมด ผมเห็นมิ้นที่ท่าทางเมามากถูกไอ้บิ๊กประคองออกจากงานไปน้องนกก็ยังนั่งรอผมอยู่ กว่าจะส่งแขกหมดก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว ห้องจัดงานก็ปิดแล้ว พวกเราขึ้นไปรอกันที่ห้องที่โรงแรมจัดใว้ให้พี่คมกับพี่นุ่นเข้าหอกันคืนนี้ นกไม่ได้ตามขึ้นมาด้วยมีเพียงเพื่อนพี่คมกับพี่นุ่นและญาติเท่านั้น พอ 23.59 พวกเราก็ทำการส่งตัวพี่นุ่นกับพี่คมเข้าหอเป็นอันจบพิธีการแต่งงานในวันนี้

ผมโทรหานกเพื่อถามเธอว่ายังรอผมอยู่หรือเปล่า นกบอกว่าเธอรออยู่ที่ห้องที่ใช้เป็นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมลงลิฟท์แล้วไปหาเธอที่ห้องถึงหน้าห้องผมเคาะประตูนกเปิดประตู เธอเปลี่ยนชุดเป็นสีชมพู เอ๋มันเหมือนกับของมิ้นเลยนี่ แล้วก็มีเสียงเหมือนคนกดชัตเตอร์ผมกำลังจะหันไปมองนกก็จับแขนผมแล้วดึงเข้าไปในห้อง

ผมรู้สึกว่ามีอะไรซักอย่างเย็นทาอยู่ที่มือนก แต่ก็ไม่ทันจะได้ถามเธอก็ปล่อยแขนผม ผมนั่งลงบนเตียงพวกสาวๆ เก็บช้าวชองกลับไปจนหมดแล้ว

“น้องนกมีอะไรจะคุยกับพี่หรอครับทำไมต้องคุยตอนนี้ด้วยหละ นี่ก็ดึกมากแล้ว ที่บ้านไม่เป็นห่วงหรอ”
“อืมนกขอตัวแป๊บนะค่ะ เดี๋ยวนกมาคุยด้วย” นก

นกเดินเข้าห้องน้ำไปผมคิดว่าเธอคงทำธุระสวนตัวผมเลยเปิดโทรทัศน์ดูในห้องแล้วนั่งรอบนเตียง ผมรอประมาณ 10 กว่านาที ผมเริ่มรู้สึกแปลกๆ แล้วผมก็นึกถึงครั้งที่ผมโดนเจ๊กุ้งมอมยา ผมกำลังรู้สึกอย่างเดียวกับตอนนั้นเลย ผมรู้สึกร้อนไปทั้งตัวจนต้องถอดเสื้อสูทออกปลดเน็กไท ส่วนล่างผมก็เริ่มตื่นตัวขึ้นมา ผมรู้สึกว่าถ้าอยู่ต่อผมคงทนไม่ไหวแล้วทำอะไรไม่ดีกับนกแน่ๆ

“น้องนก อืมดึกมากแล้วพี่ขอตัวก่อนนะครับ แล้วค่อยมาคุยกันวันอื่นแล้วกันนะ”
“เดี๋ยวซิค่ะ นกจะออกไปแล้ว” นก

นกเปิดประตูห้องน้ำเดินออกมาพร้อมกับนุ่มผ้าขนหนูผืนเล็กจนมันปิดสัดส่วนเธอแทบไม่มิด ตอนนี้ควยผมแข็งเต็มที่แล้ว ผมกำลังจะห้ามใจตัวเองไม่อยู่แล้ว นกมานั่งข้างๆ ผมสายตาเธอยังดูเศร้าและเครียดแค้นผมเหมือนเดิม แต่พอผมได้กลิ่นหอมจากตัวเธอผมก็ยิ่งกลั้นใจตัวเองไม่ไหว ผมอยากก้มไปดมกลิ่นหอมที่ออกมาจากตัวนกจนทนไม่ไหว

“อืมพี่ว่านกใส่เสื้อผ้าดีกว่านะ แบบนี้มันไม่ดีหรอก”
“ไม่ดีจังไงค่ะ พี่ทำแบบนี้บ่อยไม่ใช่หรอค่ะ เหมือนกับที่ทำกับพี่สาวนกไง” นก

น้ำเสียงนกเหมือนกำลังประชดผม พี่สาวเธอหรอ ผมเคยมีอะไรกับพี่สาวเธอด้วยหรอถ้าเคยผมต้องจำได้ซิ แล้วผมก็ต้องรู้จักนกมาก่อนหน้านี้ซิแต่นี่ผมไม่เคยรู้จักเธอจริงๆ

“นกเข้าใจผิดแล้วหละ พี่ไม่เคยรู้จักนกมาก่อนนะ แล้วพี่สาวนกคือใครหละ”

นกไม่ตอบอะไรเธอปลดผ้าขนหนูที่ปิดเรือนร่างไว้แล้วโยนไปที่ข้างเตียง นกนอนลงบนเตียง ผมมองเรือนร่างอันปราศจากเสื้อผ้าของเธอแล้วต้องกลืนน้ำลาย หน้าอกกลมเล็กกำลังสวยหัวนมสีชมพูอ่อน เอวคอดขาเรียวยาวสะโพกกลมกลึง นกแยกขาออกทำให้ผมเห็นกลีบสาวเธอ ถึงแม้จะดูออกว่าเคยโดนไปแล้วแต่มันก็ยังสีชมพูสวยกลีบมีร่องรอยการโดนล่วงล้ำมาบ้างแต่ก็ยังไม่หนักมาก นกนอนทำตาเหมือนคนไม่มีอารมณ์และกำลังจะร้องไห้แต่ท่าทางชวนเชิญของเธอมันทำเอาผมทนต่อไปไม่ไหว

ผมถอดเสื้อผ้าออกจนหมดแล้วขึ้นไปทาบบนตัวของนก เธอหันหน้าหนีผมแต่ก็ไม่ขยับตัวหนีเลย ผมพยายามฝืนใจเอาแขนจะดันตัวขึ้นให้เพื่อลุกออกจากตัวเธอ แต่นกกลับกอดผมไว้แน่นไม่ยอมให้ผมลุกขึ้น กลิ่นตัวหอมๆ ของเธอทำเอาผมกลั้นใจไม่ไหวก้มลงไปหอมที่ซอกคอนก กลิ่นตัวเธอมันช่างเย้ายวนใจผมมาก ผสมกับฤทธิ์ยาทำให้ผมพรมจูบและดูดไปทั่วลำขอยาวเนียนขาวของเธอ นกครางเบาๆ แต่ยังหันหน้าหนีทุกครั้งที่ปากผมเข้าไปใกล้กับปากเธอ ผมดูดกินกลิ่นสาวนกจนเต็มอิ่ม แล้วก็เริ่มดูดต่ำลงมาจนถึงเนินออก นกจับหัวผมไว้เหมือนจะหยุดไม่ให้ผมทำอะไรเธอมากกว่านี้ ผมเองพอเธอเริ่มรู้สึกฝืนผมก็เริ่มจะพยายามห้ามความรู้สึกตัวเองบ้าง

นกก้มมองหน้าผมสายตาเธอเหมือนกำลังเริ่มเสียใจกับสิ่งที่เธอกำลังทำ มันทำเอาผมหยุดทำเธอต่อเหมือนกัน แต่แล้วก็เริ่มกลับมามีความแค้นในแววตาของเธอ นกกดหัวผมลงบนหน้าอกเธอแล้วจับบดไปมาทั่วหน้าอกเธอ ปากกับจมูกผมสัมผัสไปทั่วหน้าอกนกไม่ว่าจะเป็นเต้าขาวอวบหรือหัวนม ผมเริ่มมีอารมณ์อีกครั้ง ผมเริ่มดูดเลียไปทั่วหน้าอกนกแล้วก็ดูดหัวนมเธอแรงๆ นกร้องครางเบาเหมือนพยายามฝืนความรู้สึก ผมเองก็หลุดโลกไปแล้วรู้แค่ว่าอยากกินร่างที่นอนอยู่ตรงนี้ให้หมดทั้งตัว

ผมดูดเลียไปทั่วหน้าอกนกจนเธอเกร็งไปทั้งตัวเริ่มแอ่นอกตอบสนองผม ผมเลียแล้วก็กัดเบาๆ ไปตามฐานเต้า นกคราง อ้า อ้า อ้า แล้วแอ่นอกเป็นจังหวะ ตอนนี้ด้านล่างผมเองก็แข็งจนเริ่มทนไม่ไหวเลยต้องเอามันถูไปตามหน้าขานก นกเองก็แยกขาแอ่นเอวเหมือนต้องกราให้แท่งของผมมันถูไปให้ถูกที่ซะที หัวบานผมถูไปทั่วโคนขาอ่อนนกทั้งสองข้าง ปากผมก็ดูดเลียหน้าอกเธออย่างหื่นกระหาย

หลังจากผมลิ้มรสสองเต้ากลมของนกจนพอใจผมก็เริ่มลากลิ้นต่ำลงมาเลื่อยๆ จนถึงหน้าท้องแบนราบของเธอ นกปิดตาครางเสียวอย่างลืมตัว เธอเอามือลูบหัวผมเหมือนพอใจในความเสียวที่ผมทำให้เธอ ผมลากลิ้นไปทั่วหน้าท้องนกก่อนจะลากต่ำลงมาที่ทุ่งหญ้าสีดำของเธอ นกแอ่นโคกอูมอัดหน้าผมไม่หยุดผมเลียไปทั่วทุ่งหญ้าอันบางเบาของเธอจนลงไปถึงรองแยกที่ตอนนี้เริ่มมีน้ำเยิ้มออกมาแล้ว

ผมค่อยเอาลิ้นแตะไปที่ร่องสาวนก เธอซูดปากเบา ผมเลียไปทั่วกลีบและแคมทั้งสองข้าง นกทำท่าเหมือนกำลังทรมานเกร็งไปหมดทั้งตัว ผมทรมานเธอมากพอแล้วผมจับกลีบเธอแหวกออกมันยังแน่นมาก ข้างในสีชมพูสด ผมแหย่ลิ้นเข้าไปแล้วเลียหนักๆ ไปหลายที นกครางลั่นแอ่นหีอัดหน้าผมไม่หยุด บ้างครั้งเธอก็เผลอกดหัวผมให้เลียเธอลึกๆ ขึ้นด้วย

ผมลากลิ้นหนักขึ้นและเร็วขึ้นจนนกเด้งเอวรับลิ้นผมไมหยุด ผมเลียจนเธอกดหัวผมแน่นแอ่นตัวร้องกรี๊ด ผมปล่อยให้นกเกร็งตัวสุขสมให้เสร็จก่อนแล้วเดี๋ยวผมจะขอมีความสุขกับเธอบ้าง ไม่นานนกก็นอนลงบนเตียงหายใจหอบหน้าแดงตัวสั่นไปหมด ผมเริ่มเลียให้เธออีกรอบแต่ครั้งนี้มันผมแค่วอมอัพร่องเธอให้พร้อมรับกับเอ็นขนาดใหญ่ของผมเท่านั้น ผมเลียไปตามแคมและกลีบเบาๆ เพื่อเรียกน้ำรักให้เริ่มไหลออกมาอีกรอบ จากนั้นนั้นผมก็งับไปที่แตดนกที่กำลังแข็งเป็นก้นเล็กๆ ผมดูดมันเล่น นกเสียวจนร้อง อู้ย อู้ย พอร่องสาวนกเริ่มขยายตัวและอ้าออกผมก็เลื่อนตัวขึ้นมาที่หน้าเธอ นกรีบหันหน้าหนีผม

ผมแซกขาตัวเองไปดันขานกจนมันแยกออก ผมค่อยๆ เอาปลายหัวบานถูไปที่ร่องสาวที่กำลังมีน้ำเยิ้มๆ ของเธอ นกครางกระเส่าแอ่นเอวตอบรับ ผมเอาหัวบานถูไปได้ไม่กี่ครั้งก็ทนไม่ไหวกดมันมุดร่องสาวนกเข้าไป แต่ร่องนกยังแน่นอยู่ผมกดควยเข้าไปได้แค่หัวก็รู้สึกถึงความคับแน่นทันที นอกเองก็กัดฟันแน่น ผมเลยต้องไซด์ไปตามซอกคอเธอ ผมพยายามจะประกบปากจูบกับ แต่นกเธอไม่ยอมพยายามหันหน้าหนี ผมเลยเปลี่ยนเป็นก้มมาดูดหน้าอกให้เธอแทน พอนกเริ่มเอามือมาปิดปากครางผมก็ถือโอกาสดันควยอย่างแรงจนมันมุดเข้าไปสุดด้าม นกถึงกับร้องโอ้ยยยยย กอดผมแน่น

ผมเริ่มสาวเอวยาวๆ ช้าๆ เพื่อให้ร่องสาวนกเริ่มชินกับขนาดของผม นกพยายามแยกขาออกให้มาที่สุดเพื่อลดความเจ็บที่ได้รับ ผมสาวควยซักพักนกก็เริ่มครางออกมาด้วยความเสียว รูปร่างที่สูงของเธอทำให้ผมยังรู้สึกว่าสอดใส่เธอได้ไม่สุดผมเลยจับขาสองขาเธอขึ้นพาดที่ไหล่แล้วเอาแขนรั้งมันไว้จากนั้นผมก็เริ่มกระแทกเอวเข้าออกแรงๆ เอาให้ควยผมมันเข้าไปในหีนกให้สุดลำ ผมกระแทกจนโหนกเรากระทบกันดัง ตับ ตับ ตับ นกร้องคางไม่หยุด หีเธอเองก็ตอดรัดควยผมแน่น ผมเริ่มโหย่งตัวกระแทกควย นกถึงกับแหง่นหน้าอ้าปากค้าง ผมรู้สึกได้ถึงกลีบของนกที่กำลังลูเข้าออกไปตามการกระแทกควยของผม ผมดันขาเธอไปด้านหน้าอีกนิดทำให้หีเธอแอ่นขึ้นมาให้ผมเย็ดถนัดขึ้น จากนั้นผมก็เริ่มกระเด้าเอวเร็วๆ ใส่นกจนเตียงสั่น นกเสียวจนร้องไม่ออก เธอเกร็งตัวพยายามจะขยับเอวหนีแต่ผมจับขาเธอยกไว้ทำให้เธอขยับเอวหนีควยผมไม่ได้

ผมกระแทกจนน้ำรักนกทะลักออกมา มันยิ่งลื่นจนผมเร่งจังหวะกระแทกได้เร็วขึ้น นกกำผ้าปูที่นอนแน่น ไม่นานเธอก็เกร็งตัวแล้วร้องกรี๊ดออกมา นกถึงอีกรอบหีเธอบีบรัดควยผมจนผมเองต้องหยุดกระแทกควยปล่อยให้หีเธอบีบรัดควยผมจนหนำใจซะก่อน นกนอนหน้าแดงใจเต้นรัว เธอตาเยิ้มเหมือนกำลังมีความสุขกับเซ็กที่ผมทำให้แต่เธอก็ยังไม่ยอมมองหน้าผม

พอหีนกเลิกตอดรัด ผมก็เริ่มสาวเอวช้าปลุกอารมณ์นกให้อยากขึ้นมาอีกรอบ ได้ผลไม่นานนกก็เริ่มครางอีกครั้ง พอนกเริ่มครางผมก็ชักควยออกมาจากหีเธอ นกลืมตามาดูว่าผมเอาควยออกทำไม จากนั้นผมก็จับให้เธอนอนคว่ำแล้วผมก็จับเอวเธอให้โกงโค้งขึ้นมาหาผม หีเธอคล้อยมาด้านหลังมันอันแน่นจะอูมเป็นก้อนน่าเย็ดมาก ผมค่อยดันควยเข้าไปอีกครั้งจนสุดลำ นกซูดปากตามจังหวะ จากนั่นผมก็เริ่มกระแทกควยใส่หีเธอ หน้าขาผมกระแทกกับกันเธอดังพับพับพับ นกเอาแต่ก้มหน้าซุกหมอนเพื่อลดความเสียว

หีนกนี่ลึกดีจริงๆ คงเพราะหุ่นเพรียวสูงของเธอทำให้ร่องสาวเธอลึกมากแบบนี้แน่ๆ ผมเร่งกระแทกควยอย่างเมามันส์ นกเอาหน้าซุกหมอนครางอืมอืมอืมตลอดเวลา ผมกระแทกจนเริ่มจะกลั้นน้ำกามไว้ไม่ไหว นกเองก็เริ่มขมิบหีแรงขึ้นเหมือนกำลังจะถึงเหมือนกัน ผมเร่งซอยควยดับพับพับพับ จนนกต้องแหง่นหน้าร้องกรี๊ด ผมเองก็ถึงแล้วเหมือนกันผมรีบชักควยออกจากหีนกแล้วปล่อยให้มันพ่นน้ำกามไปทั่วหลังเนียนขาวของเธอ นกดิ้นไปมาเพราะความร้อนของน้ำกามผมก่อนเธอจะหมดแรงล้มตัวลงนอน ผมเองพอได้ปล่อยน้ำออกก็เหมือนฤทธิ์ยาปลุกเซ็กจะหมดด้วยเหมือนกันผมเลยล้มตัวลงนอนข้างๆ นกแล้วก็กอดเธอไว้

ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมา มองด้านข้างนกไม่ได้นอนอยู่แล้ว ผมดูนาฬิกาตอนนี้ตีห้ากว่าแล้ว แล้วผมก็ได้ยินเสียงร้องไห้ ผมมองไปในความมืดเห็นนกนั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้ากระจกแล้วกำลังร้องไห้ ผมลุกขึ้นใส่เกงเกงแล้วไปกอดที่ด้านหลังเธอ นกสะบัดแขนผมออก

“อย่ามายุ่งกับฉัน”