เจาะเวลาหาฉิมพลี(ภาคยุทธจักร) ตอนที่ 17

เจาะเวลาหาฉิมพลี(ภาคยุทธจักร) ตอนที่ 17 คู่หมั้นจำเป็น

       “นี่เรียกว่าประตูสวรรค์มีไม่เดิน หึหึหึ” มารหัตถ์มรณะถึงกับหัวเราะออกมา หลังได้ยินชื่อยูอันจากมารเหินหาว

แล้วพูดต่อว่า “นี่เราจะทำยังไงกับ เจ้ายูอัน ผู้ชาญฉลาดนี่ดี”

ถึงตอนนี้มารเหินหาวก็รู้แล้วว่า ที่แท้ เจ้าเด็กหนุ่มนี่ คือตัวสร้างปัญหาให้พวกตนสามพี่น้อง

ต้องหันมาดูยูอันอีกรอบ และเป็นความโชคร้ายหรือความซวยก็ว่าได้ มุมที่มารเหินหาวนั่งอยู่ มองเห็นใบหน้า

ของอ๋องไต้อี้เข้าพอดี ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยูอันเลือกวางอ๋องไต้อี้ในมุมที่สองมาร จะมองไม่เห็นใบหน้าที่สวยสะคราญ

แล้วแท้ๆ แต่มารเหินหาวที่มาถึงทีหลังนี่เป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือการคาดการณ์

ตาของมารเหินหาวเบิกกว้างทันที ที่เห็นใบหน้าของอ๋องไต้อี้ ถึงแม้จะเป็นเวลากลางคืน แต่ด้วยแสงจันทร์ที่ส่องสว่าง

ทำให้มองเห็นใบหน้างาม
สะคราญของอ๋องไต้อี้ชัดเจน ปอยผมที่ตกมายุ่งๆอยู่ข้างแก้ม ปลิวไปมาเล็กน้อย

ยิ่งทำให้ดูราวกับเทพธิดาที่กำลังหลับอยู่ มารเหินหาวที่แต่ก่อนก็มีความชื่นชอบในการเที่ยวไปตามหอนางโลม

ก็ถึงกับมองจนตาค้าง สายตามองไล่ๆตั้งแต่ช่วงคอ ไล่มาตามส่วนเว้าส่วนโค้ง หัวไหล่ ช่วงอก เอวบางๆแต่

สะโพกกลับผายงอนเต่งตึง ดวงตาของมารเหินหาวมองไล่ขึ้นๆลง อย่างลืมตัว

“นี่มันสินค้า ชั้นเลิศ… ” มารเหินหาวบ่นพึมพัมๆ

“โรคเก่าของพี่รองกำเริบอีกแล้ว” มารหัตถ์มรณะพูดขึ้นมา ที่จริงในสามมาร มีมารเหินหาว

ทีค่อนข้างชอบเด็กสาวๆเป็นพิเศษ ผ่านไปเมืองไหนเป็นอันต้องแวะค้างคืน ร่วมหลับนอนกับคณิกาชื่อดัง

ประจำหอนางโลมเป็นประจำ เนื่องจากมีวิชาตัวเบาเป็นเลิศ การแอบเข้าไป หยิบยืม เงินทองจากบ้านเศรษฐี

จึงไม่ใช่เรื่องยาก ดังนั้นเมื่อเข้าไปยังหอนางโลมก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีทุกครั้ง

แต่เมื่อ 5ปีก่อน หลังพิธีประลองกระบี่ ทั้งสามมารต่างเก็บตัวเพื่อฝึกวิชา ดังนั้นเรียกได้ว่า มารเหินหาว

ไม่ได้หลับนอนกับหญิงใดมากว่า 5ปีแล้ว ตอนนี้มาเจอสุดยอดหญิงงามของยุทธจักรนอนเหยียดยาว

ให้ชื่นชมเช่นนี้ ทำเอาความต้องการที่หลับไหลมานานตื่นขึ้นทันที

“พี่ใหญ่ ถ้าข้าจะขอเด็กสาวคนนี้จะได้หรือไม่ ?” ยิ่งมองดูรูปร่างของอ๋องไต้อี้ ในใจมารเหินหาวยิ่งคันยุบยิบๆ

จึงต้องเอ่ยปากขอกับมารกระบี่

มารกระบี่ หันหน้าไปสบตากับมารหัตถ์มรณะแว๊บหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

“สอบถามให้ชัดเจนก่อน”

ที่จริงความงามของอ๋องไต้อี้ไม่ได้มีผลทางด้านความต้องการทางเพศของมารกระบี่เลย เนื่องจากมารกระบี่

สนใจแต่กระบี่เท่านั้น ยิ่ง5ปีที่เก็บตัว จิตใจแทบหลอมรวมกับกระบี่ ในอารมณ์ไม่มีความต้องการทางเพศอีก

แต่เห็นอ๋องไต้อี้สวยงามน่ารัก ก็นึกเอ็นดูอยู่บ้าง ไม่อยากให้น้องรองของตน อุ้มไป จัดการ เท่าไหร่นัก

แต่จะห้ามตรงๆก็ไม่ได้ เพราะรู้ว่าน้องรองของตน ชื่นชอบ เรื่องแบบนี้

ยูอันเองนี่ ยิ่งหัวปั่นแล้วตอนนี้ ชีวิตตนเองก็ไม่รู้จะรักษาไว้ได้รึเปล่า แล้วนี่ยังมีสวัสดิภาพของอ๋องไต้อี้อีก

ที่ดูท่าจะอันตรายร่อแร่ – –

อ๋องไต้อี้แม้จะขยับตัวไม่ได้ แต่ก็ได้ยินชัดเจนทุกประโยค ถึงแม้จะไม่ประสาเรื่องพวกนี้ แต่ก็เข้าใจว่า

ที่มารเหินหาว ขอ ตัวเองแบบนี้ มันหมายถึง ขอ ไปทำอะไร ทำเอาในใจแตกตื่นไปหมด

ยามค่ำคืนกลางป่าเช่นนี้ จะมีใครมาช่วยอะไรได้ ยูอันที่แบกตัวเองมาก็เป็นคนไม่มีวรยุทธ

แต่ถึงจะมีวรยุทธก็จะไปสู้อะไรกับสามมารคีเลี้ยงที่จัดเป็นระดับยอดฝีมือชั้นสูงได้

นึกถึงพี่ใหญ่อ๋องยู่ซัว ก็ยังนอนบาดเจ็บอยู่ที่บ้าน จะทำอย่างไรดีๆ อ๋องไต้อี้ร้องคร่ำครวญในใจ

“เจ้าหนุ่ม เด็กสาวนี่ชื่ออะไร และเป็นอะไรกับเจ้า” มารเหินหาวถามขึ้นมา

ยูอันได้ยินคำถามแต่ยังไม่ได้ตอบในทันที ในสมองยังทำงานอย่างหนัก ไม่รู้ว่าควรตอบแบบไหน

“พวกเราสามมาร มีกฏอยู่ว่า ไม่ฆ่าผู้ไม่มีวรยุทธ ไม่แตะต้องหญิงที่มีสามี” เสียงมารกระบี่พูดลอยๆมา

หือ…ยูอันรู้สึกเหมือนมารกระบี่ จะบอกใบ้ให้เป็นนัยๆ แต่ไหงอยู่ดีๆเกิดความปรารถนาดีกับเราได้ละเนี่ย

หลังคิดวูบวาบๆในสมองรอบหนึ่ง จึงหันหน้าไปตอบมารเหินหาวว่า

“นี่คือคุณหนูอ๋องไต้อี้ หนึ่งในสองสะคราญลี่เจียง ที่ชาวยุทธเรียกหากัน เป็นบุตรสาวของท่านเจ้าเมืองลี่เจียงขอรับ”

ยูอันตอบไปยืดยาว พยายามเน้นคำว่า ลูกสาวเจ้าเมืองลี่เจียงเข้าไปด้วย เผื่อว่า มารเหินหาว จะเกรงใจขึ้นมาบ้าง

“สองสะคราญลี่เจียง นี่มันคืออะไรกัน” มารเหินหาวถามอีก เพราะไปเก็บตัวฝึกวิชมาตั้ง 5ปี ตอนนั้นอ๋องไต้อี้

ย่อมอายุเพียง 11-12 ยังไม่มีฉายาสองสะคราญลี่เจียงแน่นอน

“เอ่อ…” ยูอันอ้ำอึ้งๆ แต่ก็คิดว่าพยายามพูดถ่วงเวลาไว้ก่อนน่าจะดี จึงตอบมารเหินหาวไปว่า

“ยุทธจักรตอนนี้ มีสุดยอดหญิงงามอยู่ 4 คน ที่ชาวยุทธให้การชื่นชมว่า งดงามราวเทพธิดามาจุติ … สองสะคราญลี่เจียง

เป็นสอง ในสี่สุดยอดหญิงงามของยุทธจักรขอรับ”

“มิน่าเล่าๆ …” มารเหินหาวบ่นพึมพัมๆ สายตายังมองเรือนร่างและใบหน้าของอ๋องไต้อี้อยู่ตลอด เหมือนว่าจะหักห้ามตัวเองไม่ได้อยู่รอมร่อๆ

“แล้วเด็กสาวนี่ มีคู่หมั้น หรือมีพันธะแต่งงานกับใครหรือยัง ?” มารเหินหาวถามอีก

“อ๊ะ ใช่แล้ว…” ยูอันเริ่มแน่ใจว่า ที่มารกระบี่พูดว่า สอบถามให้ชัดเจนก่อน กับที่บอกใบ้เมื่อกี้หมายถึงอะไร

จึงหันไปมองอ๋องไต้อี้นิดหนึ่งก่อนจะตอบไปว่า

“คุณหนูมีคู่หมายแล้วขอรับ ผู้มีอาวุโส”

“เจ้าอย่าคิดว่าจะหลอกเราได้ง่ายๆ ถึงเจ้าจะไม่มีวรยุทธ เราไม่อยากจะฆ่าเจ้าก็จริง แต่ยังมีวิธีอื่นจัดการเจ้าอีกมาก หึหึ”

มารเหินหาวพูดเสียงเหี้ยม

ยูอันก็รู้ว่าจะหลอกมารเหินหาว ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทว่าก็ไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ พูดถ่วงๆเวลาไปก่อน ยื้อเวลาไว้

เผื่อจะมีใครผ่านมาเจอ

“ความจริง ผู้เยาว์แอบหลงรักคุณหนูอ๋องไต้อี้ มาตั้งแต่งานเลี้ยงที่สำนักคุ้มกันภัย…เพียงเห็นหน้าแว๊บแรก ผู้เยาว์ก็ตกหลุมรักเข้าไป

ทันที….” ยูอันพยายามร่ายยาวถ่วงเวลา แต่คนฟังที่นอนนิ่งๆอยู่ เริ่มรู้สึกเขินๆขึ้นมา ในใจก็คิดว่านี่เค้ากำลังหาทางช่วยเราจึงแต่ง

เรื่องขึ้นมา หรือเค้าตกหลุมรักเราจริงๆกันแน่

“เรื่องนี้มันจะแปลกอะไร เด็กหนุ่มวัยอย่างเจ้า ได้เจอสาวงามราวเทพธิดาแล้วตกหลุมรักมันเรื่องปรกติ แต่ที่มันไม่ปรกติคือ

นางจะเป็นคู่หมั้นของเจ้าได้อย่างไร เหอะ เหอะ หน้าตาของเจ้า เป็นแค่คนหามเกี้ยวของนางยังไม่คู่ควร ” มารเหินหาวพูดเสียงเหี้ยม

แน่นอนว่าไม่ได้เชื่อที่ยูอันพูดเลยสักนิด

มารกระบี่หันมามองยูอันนิดหนึ่ง สายตาเหมือนจะบอกว่า จะโกหกอะไรให้มันเป็นไปได้กว่านี้หน่อย อะไรแบบนั้น

ยูอันแกล้งถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะพูดว่า

“ในงานเลี้ยงวันนั้น หลังจากท่านผู้มีอาวุโสทั้งสามจากไปแล้ว….สองเทวราชก็……” ยูอันจึงเล่าเหตุการณ์ในงานเลี้ยงอีกรอบ

ซึ่งก็ตรงกับที่มารเหินหาวไปสืบข่าววมา

“พอผู้เยาว์โดนพิษล้มลง คุณหนูอ๋องไต้อี้ก็แวะมาเยี่ยมเยือนดูแล จนกลายเป็นความรัก ผู้เยาว์ก็ไม่ได้คาดคิดว่า

สวรรค์จะเมตตาให้สาวงามอย่างคุณหนูจะลดตัวลงมารักเด็กรับใช้หน้าตาดูไม่ได้แบบผู้เยาว์” ยูอันพูดด้วยเสียงจริงจัง นุ่มๆ

ทำเอาคนฟังเคลิ้มๆไปเหมือนกัน

“หน้าตาก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นสักหน่อย…” อ๋องไต้อี้แอบค้านในใจ

“เหอะ เหอะ….มันมีเรื่องน่าขำแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย เหอะ เหอะ” มารเหินหาว ยังไม่เชื่อที่ยูอันพูดแต่ก็เริ่มแกว่งๆบ้างแล้ว

“ถ้าเจ้าเด็กสองคนนี่ รักกันก็แล้วกันไปเถอะ” มารกระบี่เอ่ยขึ้นมาลอยๆ

“พี่ใหญ่เชื่อที่เจ้าเด็กนี่มันพล่ามได้อย่างไร มันเป็นไปได้ที่ไหนกัน ” มารเหินหาวเริ่มเสียงดัง เพราะความหงุดหงิด

แล้วพูดต่อว่า “ต่อให้ทั้งสองรักกันจริงๆ แต่จะเป็นคู่หมั้นได้อย่างไร บิดาของเด็กสาวนี่เป็นเจ้าเมืองลี่เจียง

เจ้าหนุ่มนี่เป็นเด็กรับใช้ในสำนักคุ้มกันภัย เจ้าเมืองลี่เจียงจะยินยอมให้บุตรสาวตัวเองหมั้นรึไง”

ที่มารเหินหาวพูดมา มีน้ำหนักอย่างมาก มารกระบี่เอง ก็รู้สึกว่า คงยากที่จะช่วยเจ้าเด็กสองคนนี่จริงๆ

“ถ้าพี่ใหญ่ไม่มีอะไรคัดค้าน ข้าขอตัวล่วงหน้าไปก่อน ” มารเหินหาวพูดแล้วเดินเข้ามาอุ้มอ๋องไต้อี้ขึ้น

มารกระบี่เองก็ไม่รู้จะห้ามได้อย่างไร

อ๋องไต้อี้ตื่นตกใจจนแทบสิ้นสติ รู้ว่าความสาวของตัวเองที่รักษามา 17 ปีคงถูกทำลายไปในคืนนี้

ยูอันเองก็ใช้สมองคิดไปคิดมาหลายตลบ จะพูดอะไรออกมาก็รู้สึกว่าไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือพอ

คิดๆๆๆ

มารเหินหาวได้อุ้มร่างงดงามของอ๋องไต้อี้แล้วยิ่งเกิดความต้องการมากขึ้น มองด้วยสายตาก็ว่างดงามสุดยอดแล้ว

พอได้สัมผัสความเต่งตึง อวบอัดของวัยสาว แถมยังกลิ่นกายสาวที่หอมสดชื่น ยิ่งไม่อาจห้ามใจได้อีก

ในใจคิดแต่จะรีบพาอ๋องไต้อี้ไปยังกระท่อมที่พัก ที่สามมารใช้เก็บตัวฝึกวิชา ซึ่งอยู่ในหุบเขาทางใต้ของน้ำตกนี่เอง

ขณะกำลังจะดีดตัวจากไป เสียงยูอันก็ดังขึ้นมาว่า

“ไหนผู้มีอาวุโสบอกว่า สามมารไม่แตะต้องหญิงที่มีสามีแล้ว โปรดวางภรรยาของผู้เยาว์ลงด้วย !”

“หาาา ” เสียงมารเหินหาวร้องลั่นด้วยความโมโห

“เจ้าว่า ใครเป็นภรรยาเจ้า เหอะ เหอะ นี่เจ้าอยากให้เราแหกกฏ ฆ่าคนไม่มีวรยุทธจริงๆใช่มั้ยเนี่ย ”

มารเหินหาวที่กำลังมีความต้องการ พอไม่ได้ไปกระทำตามใจสักที ก็แสดงอาการโมโหขึ้นมา ร่างกายสั่นๆระริกๆ

อยากฟาดเจ้าเด็กนี่ให้ตายไปสะจริงๆ

“ถึงเราจะไม่ได้หมั้นกันตามคำยินยอมของญาติผู้ใหญ่ …แต่เราสองคน….เป็นสามีภรรยากันแล้ว” ยูอันพูดเสียงดังชัดเจน

ทำเอาทั้งสามมาร รวมถึงอ๋องไต้อี้ตกใจที่ได้ยินไปตามๆกัน

“จะ เจ้า หมายความว่า…” มารเหินหาวถามเหมือนละเมอ

“เราสองคนร่วมหลับนอนกัน เป็นสามีภรรยากันแล้ว” ยูอันตอบให้ด้วยเสียงหนักแน่น

………………………………………………………………………..

ความเงียบปกคลุมไปชั่วขณะ เสียงฟืนในกองไฟแตกดังเปรี๊ยะๆเบาๆ

อ๋องไต้อี้อดใจเต้นตึกตักไม่ได้ ตอนที่ยูอันประกาศว่า ทั้งสองร่วมหลับนอนเป็นสามีภรรยากันแล้ว

มารกระบี่เองก็อึ้งเหมือนกัน ทั้งๆที่เกือบจะมั่นใจ ว่ายูอันแต่งเรื่องขึ้นมาแน่นอน แต่พอได้ฟังยูอันพูดด้วยเสียงหนักแน่น

แบบนี้ ก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าเจ้าหนุ่มนี่ มันพูดเรื่องจริงรึเปล่า

มารหัตถ์มรณะที่เดินลมปราณรักษาตัวเข้าสู่ความสงบของจิต ไม่รับรู้เหตุการณ์รอบตัวไปสักพักแล้ว

“ผู้มีอาวุโส โปรดวางภรรยาผู้เยาว์ลงได้หรือไม่ ” ยูอันพูดเสียงเรียบๆ ดังขึ้นมาในความเงียบ

มารเหินหาวได้ยินแล้วยิ่งหงุดหงิด ใจไม่อยากจะวางร่างนุ่มนิ่มเต่งตึงของอ๋องไต้อี้สักนิด

ฮึดฮัดๆอยู่สักครู่ จึงวางร่างของอ๋องไต้อี้ลง

ยูอันรีบไปอุ้มร่างของอ๋องไต้อี้มากอดแนบอก ทำท่าเหมือนสามีที่ห่วงความปลอดภัยของภรรยาจริงๆ

อ๋องไต้อี้พอโดนยูอันกอดเข้าไปเต็มๆกลิ่นกายของยูอันที่คุ้นเคย ทำเอาสาวสวยใจเต้นไม่เป็นส่ำ

ยูอันเห็นสามมารนิ่งอึ้งกันไปหมด จึงอุ้มอ๋องไต้อี้แล้วยืนขึ้น ก่อนจะพูดว่า

“ผู้เยาว์ขออำลา” จากนั้นจึงเดินก้าวเท้าเดินออกมา ตัวเองไม่มีวรยุทธสามมารจึงละเว้น อ๋องไต้อี้ตัวเองก็แต่งเรื่องไปแล้วว่า

มีอะไรกันไปแล้ว ก่อนที่สามมารจะเปลี่ยนใจรีบเผ่นดีกว่า

“ไม่ง่ายดายเช่นนั้น” เสียงมารเหินหาวดังขึ้นก่อนจะพริ้วกายมายืนดักทางไว้

ยูอันใจหายวาบรู้สึกว่าเรื่องนี้คงไม่ง่ายอย่างที่มารเหินหาวพูดจริงๆ

แล้วก็จริงดังคาด มารเหินหาวยื่นมือมาวูบหนึ่ง สะกิดเบาๆบริเวณต้นคอของยูอัน ร่างของอ๋องไต้อี้ก็ร่วงตุบลงกับพื้น

“นี่…” ยูอันเอ่ยปากจะร้องถามว่า นี่มันอะไรกัน แต่ทว่ากลับไม่มีเสียงหลุดออกมาจากปาก

ยิ่งกว่านั้น อ๋องไต้อี้ที่ร่วงตุบลงกับพื้น กลับค่อยๆลุกขึ้นมานั่งได้ ตากลมโตสวยงาม ลืมขึ้นช้าๆ

ที่แท้มารเหินหาวสะบัดมือเพียงครั้งเดียวก็สามารถสกัดจุดใบ้ของยูอัน พร้อมทั้งคลายจุดให้อ๋องไต้อี้ไปด้วย

“นี่ มัน ….” อ๋องไต้อี้แตกตื่นเมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นสามมาร ใบหน้างามสะคราญ เต็มไปด้วยความตกใจ หวาดกลัว

ทำเอาทุกคนมองแล้วรู้สึกเวทนากันไปหมด กระทั่งมารเหินหาวที่กำลังโมโหก็ใจเย็นลงไม่น้อย

“เด็กน้อย เจ้าชื่ออ๋องไต้อี้” มารกระบี่เอ่ยถามขึ้น

อ๋องไต้อี้พยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะค่อยๆกวาดตามองไปรอบๆ เห็นยูอันมองมาด้วยสายตาเป็นห่วง แตกตื่นปนๆกัน

“เจ้ารู้จักเราหรือไม่ ?” มารกระบี่ถามอีก

“ท่านผู้อาวุโสมารกระบี่…” สาวงามตอบเสียงสดใสน่ารัก แต่ทว่าในน้ำเสียงก็ยังมีความตื่นกลัวแฝงอยู่

“ไม่ต้องกลัว เราถามอะไรเจ้าก็ตอบตามนั้น เข้าใจหรือไม่ ?”

อ๋องไต้อี้พยักหน้าตอบ

ยูอันเริ่มใจแป้ว ไม่รู้มารกระบี่จะช่วยหรือจะซ้ำเติมกันแน่ ถ้าถามอะไรไปแล้วอ๋องไต้อี้ ตอบมาไม่ตรงกับที่ตัวเองโม้ไปเมื่อครู่

อย่าว่าแต่ตัวเองจะไม่รอด อ๋องไต้อี้เองก็คงโดนมารเหินหาวอุ้มไปงาบแน่ๆ อยากจะส่งเสียงอะไรบ้าง แต่ก็โดนสกัดจุดใบ้อยู่

ได้แต่ยืนมองด้วยความอับจนปัญญา

“เจ้ารู้จักเจ้าหนุ่มนี่หรือไม่ ?” มารกระบี่ถามพร้อมหันหน้ามาทางยูอัน

อ๋องไต้อี้มองมาทางยูอันช้าๆแล้วมองนิ่ง ทุกคนเงียบกันไปหมด ยูอันได้แต่ร้อง ชีวิตหนอชีวิตในใจ

อ๋องไต้อี้ไม่รู้จะพอจำตัวเองได้รึเปล่า ถ้าโชคดีจำได้ก็ดีไป ….ไม่ทันได้คิดอะไรต่อเสียงอ๋องไต้อี้ก็ดังขึ้นว่า

“ยูอัน ”

“อ่อ เจ้ารู้จักกันจริงๆ ” มารกระบี่เอ่ย มารเหินหาวเองได้แต่มองอ๋องไต้อี้ด้วยความเสียดาย มือทั้งสองกำแน่นจนแทบจะระเบิด

“เจ้าทั้งสองไปได้แล้ว ” มารกระบี่พูดแล้วสะบัดมือมาทางยูอันเหมือนไม่ได้ตั้งใจ จุดใบ้ที่ถูกปิดอยู่ก็คลายออก

ยูอันรีบเดินเข้ามาหาอ๋องไต้อี้ พยายามส่งสายตาว่า อย่าพูดอะไรอีกเผ่นก่อนๆไรงั้น แต่ก็รู้สึกว่ามันเหมือนยืนอยู่ปากเหว

อ๋องไต้อี้ จะเข้าใจได้อย่างไร ที่อยู่ดีๆตัวเองมาโผล่กลางป่าแบบนี้ ที่อ๋องไต้อี้จำตัวเองได้คงเพราะที่งานเลี้ยง

ตัวเองสร้างวีรกรรมไว้นั่นเอง แต่การจะให้อ๋องไต้อี้ยอมเดินตามมามันคนละเรื่องกัน

เอ๊ะ ยูอันอดแปลกใจไม่ได้ อ๋องไต้อี้กลับลุกและเดินตามมาแต่โดยดี หรือเราสามารถส่งกระแสจิตไปให้สาวสวยตรงหน้า

เข้าใจเรื่องราวได้เนี่ย

“เดี๋ยวก่อน ” เสียงมารเหินหาวดังขึ้นมาอีก ก่อนจะพริ้วกายมาดักหน้าทั้งสองไว้อีก จากนั้นจ้องมองอ๋องไต้อี้แล้วถามว่า

“เจ้าหนุ่มนี่ เป็นอะไรกับเจ้า ?” คำถามที่ยูอันไม่อยากให้มีคนถาม ก็โผล่มาจนได้ ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าที่มารกระบี่

ชิงถามก่อนว่ารู้จักรึเปล่า เป็นการช่วยตัวเองอ้อมๆนั่นเอง เพราะแค่รู้จัก มีโอกาสที่อ๋องไต้อี้จะจำยูอันได้ จากเหตุการณ์ในงานเลี้ยง

เหมือนเวลาถูกหยุดไปชั่วขณะ ยูอันเองก็หมดปัญญาจะทำอะไรอีกแล้วตอนนี้ คิดอะไรไม่ออก คิดถึงพ่อแก้วแม่แก้วแล้วจริงๆ

ไหนจะพ่อกับแม่ที่อยู่ที่ยุคปัจุบัน ไหนจะเก๋ เอ สองสาวที่ตัวเองก่อเรื่องไว้ ไม่ต้องพูดถึงจางซินถงที่เหมือนเป็นเมียของตัวเองไปแล้ว

“เค้าเป็น…..คนรัก ของผู้เยาว์” เสียงอ๋องไต้อี้ตอบออกมา

ยูอันยังแปลความหมายของคำตอบนี้ไม่เสร็จ มันเป็นคำตอบที่ ไม่มีในความคาดหมายในสมองของตนสักนิด

พอรู้สึกตัวก็แทบอยากกระโดดตัวลอยสะจริงๆ มันเป็นไปได้อย่างไรๆ ยูอันได้แต่แตกตื่นเหลียวมองอ๋องไต้อี้ตาค้าง

เช่นเดียวกับมารกระบี่และมารเหินหาว ที่ฟังแล้วก็ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ

มารเหินหาว พึมพัมๆขึ้นมา “คนรัก คนรักงั้นเหรอ…”

“อันที่จริง…เราสองคน…เป็น…สามีภรรยากันแล้ว…” อ๋องไต้อี้กอดแขนยูอันแน่น แล้วตอบอย่างอายๆ

ทำเอายูอันแทบหัวใจวายตายไปเหมือนกัน ไม่รู้ตัวว่า ถูกอ๋องไต้อี้ดึงๆให้เดินออกมาตั้งแต่ตอนไหน

“เจ้าสองคนคิดว่า เรื่องโกหกหลอกเด็กแบบนี้ จะตบตาเราได้จริงๆรึไง !!!” มารเหินหาวตะโกนลั่น

“น้องรอง ” มารกระบี่เสียงเข้มขึ้น

“ก็ดี เจ้าเป็นสามีภรรยากันแล้วใช่มั้ย เหอะ เหอะ เหอะ ถ้าอย่างนั้นก็จงพิสูจน์มา” มารเหินหาวยังไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจ

เพราะอ๋องไต้อี้สวยงามยั่วใจเกินไปนั่นเอง

“ผู้อาวุโสจะให้พิสูจน์เช่นไร ?” อ๋องไต้อี้ถามขึ้นมา เพราะสมองยูอันตอนนี้ยังมึนๆงงๆอยู่

“ฮ่า ฮ่า ฮ่าา เรามีวิธีแน่นอน เราต้องมีแน่นอน เรื่องแบบนี้เราเป็นผู้เชี่ยวชาญ ฮ่า ฮ่า” มารเหินหาวเหมือนจะสติแตกไปแล้ว

พูดไม่ทันจบก็ยื่นมือคว้าอ๋องไต้อี้กับยูอันไว้คนละข้าง ก่อนจะดีดกายวูบหายไปในทันที

 +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 ติดตามตอนอื่นได้
 ภาคแรก http://uuuu69.blogspot.com/
 ภาคสอง http://story.niyay.com/story.php?story_id=54253

      คุยกันท้ายตอน

ที่จริงเขียนตอน 17 เสร็จตั้งแต่เมื่อวาน แต่ดูจากตอน 16 ไม่ค่อยมีคนคอมเม้นท์อะไรกันมาเท่าไหร่

คนเขียนเลยแอบ นอยๆ – – ดองไว้สะ1วัน ตอนนี้ก็เริ่มตอน 18 ไปแล้ว ดองกี่วันถึงจะกินอร่อย อิอิ