เมืองลับแล 12

เมืองลับแล 12

อาลซึ่งกำลังเล้าโลมเอวาอยู่นั้น เมื่อเห็นว่าได้เวลาสมควรแล้ว จึงสอดใส่แท่งเนื้อของเขาทันที แต่ก็ไม่อาจทำได้สำเร็จ เพราะเอวาร้องขอผลักเขาออกมา จนอาลต้องยอมหยุด ทั้งสองเข้ากอดกัน เมื่อเอวาไปส่งอาลที่ห้อง ที่ซึ่งเขาจะต้องถูกคุมตัวอยู่ เอวาได้ฝากคำพูดสุดท้ายไว้ให้อาลได้จำไปตลอด 3 ปี และวันรุ่งขึ้น อาลจึงถูกส่งตัวกลับไป และในเวลาสายของวันนั้น เนยและเอวาได้ลอยแพออกนอกเส้นทางเดิม และหลงทางไปยังที่ที่ไม่รู้จัก ที่ซึ่งไม่อาจพายแพสวนทางน้ำกลับมาได้ ทางเลือกคือต้องเดินกลับมาในปาที่มีบรรยากาศน่าสะพรึงกลัวนี้

เอวาและเนยเดินเคียงข้างกันอย่างไม่กล้าแยกกันไปไหน ป่านี้ค่อนข้างทึบ แทบมองไม่เห็นทางภายหน้า สิ่งที่ต้องดูไว้คือลำน้ำที่จะพากลับไปยังเส้นทางที่รู้จักเท่านั้น สองสาวเดินอย่างค่อนข้างรีบ เพราะไม่อยากอยู่ในป่านี้นานๆ

“ว๊าย!!!!” เนยร้องลั่น เอวาหันมาในทันทีที่ได้ยินเสียง
“เนย!!!”

สาวน้อยเนย เธอเดินไปตกหลุมลึกที่ถูกขุดไว้ มันเหมือนเป็นกัปดักสัตว์
และเนยผู้น่าสงสารก็ถูกขังไว้ที่ก้นหลุมซึ่งลึกเกินกว่าเธอจะปีนขึ้นมาได้
“โอ๊ย… เจ็บอ่ะ…” เนยร้องไห้ออกมา เธอตกลงมาอย่างแรง ทำให้เจ็บที่บริเวณข้อเท้า
“ตายแล้ว แล้วนี่จะขึ้นมายังไงล่ะ” เอวาเป็นเดือดเป็นร้อนอยู่ปากหลุม
“เดี๋ยวเราไปหาอะไรมาช่วยดึงเธอก่อนนะ”
“เร็วๆนะ!!” เนยตะโกนกำชับเพื่อนสาว เธอไม่อยากอยู่ในนี้นานๆเลย เธอชักใจไม่ดีเสียแล้ว

เอวาหายไปนาน และนานมากในความรู้สึกเนย เธอลองตะโกนเรียกเพื่อนอย่างดัง แต่ก็ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาเลย ยิ่งสร้างความหมดหวังให้แก่เนยมากขึ้น เธอใจเสียอย่างแรง เธอคิดขึ้นมาได้ว่า นี่มันเหมือนกับหลุมดักสัตว์ เวลานายพรานเขาล่าสัตว์กัน แสดงว่าแถวนี้ก็ต้องมีสัตว์ และก็ต้องมีคนล่าสัตว์ ถ้าคนล่าสัตว์เป็นผู้หญิงในหมู่บ้านก็คงดี แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะ แล้วนี่มันก็ไกลจากหมู่บ้านเธอมามากแล้วด้วย คงไม่มีใครมาล่าสัตว์ไกลขนาดนี้แน่ แล้วสัตว์แถวนี้มันคืออะไรกัน เอวาจะปลอดภัยไหม ยิ่งคิดเธอยิ่งใจเสียหนักขึ้น เนยผู้น่าสงสารนั่งร้องไห้ที่ก้นหลุมเพียงลำพัง

เวลาผ่านไป เนยได้ยินเสียงคล้ายกับฝนตก แล้วฝนก็ตกลงมาจริงๆ ทั้งยังตกหนักเสียด้วย และไม่มีวี่แววว่าเอวาจะกลับมา หรือว่าเอวาทิ้งเธอเสียแล้ว เนยรู้สึกหมดหวังขึ้นมาอย่างแรง อากาศในยามฝนตกท่ามกลางป่าเช่นนี้ มันช่างหนาวเสียจริงๆ เนยนั่งกอดเข่าซุกหน้าน้ำตาเช็ดหัวเข่า เครื่องแต่งกายของเธอที่น้อยชิ้นอยู่แล้ว ไม่พอต่อการทำให้ร่างกายอบอุ่น เธอนั่งคุดคู๊อยู่นาน ความหนาวและความเหนื่อยประกอบกับความกลัว ทำให้เธอสลบไปในที่สุด

เนยฝันไปว่า เธอได้อยู่กับพ่อแม่ ได้อยู่บ้าน เธอได้แต่งตัวสวยๆ ไปเที่ยวห้าง นอนดูหนังอยู่บ้าน ชีวิตช่างสวยงามดี เปิดเทอมเธอก็ได้ไปโรงเรียน ได้ไปเจอเพื่อนๆ เธอหัวเราะ มีความสุข นี่คือชีวิตที่ปรกติของเธอ แต่แล้วความสวยงามนั้นก็อันตรธานหายไป แล้วเธอก็ลืมตาขึ้น

“เนย…”
“เอวา…”
เนยได้พบกับเอวาอีกครั้ง เนยดีใจมาก แต่แล้วเมื่อมองสภาพภายนอก ที่นี่มันไม่ใช่ก้นหลุมนี่
“ที่นี่ที่ไหนเอวา… แล้วพวกเรามาที่นี่ได้ไง”
“นี่คือบ้านของนักล่าสัตว์ เขามาเจอเราน่ะ เลยพากลับมาที่บ้านเขาก่อน ข้างนอกมันอันตราย มีสัตว์ดุร้ายเต็มไปหมด ดีนะที่เราไม่เป็นอะไร”
“เหรอ… ดีจัง.. โอ๊ะ!!” เนยร้องออกมาเพราะเจ็บข้อเท้า
“เขาทำแผลให้ด้วยล่ะ”
“เหรอ… ดีจริง แล้วเขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ” เนยถาม
“ผู้ชาย…”
ไม่ทันที่เอวากล่าวจบ ชายหนุ่มเจ้าของบ้านก็เดินเข้ามา
“ว่าไงสาวน้อย เจ้าเป็นอะไรมากไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะ… แค่เจ็บข้อเท้า เดี๋ยวคงหาย ขอบคุณนะคะที่ช่วยพวกเราไว้” เนยกล่าวขอบคุณแก่นายพรานผู้นี้
“ไม่เป็นไร… พักผ่อนไปก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าจะไปหาอะไรมาให้กินนะ” แล้วเขาก็เดินออกจากห้องไป

เนยนอนอยู่บนเตียงที่สร้างจากไม้ ห่มผ้าเพราะอากาศหนาวอยู่ ในห้องนั้นก่อไฟไว้เพื่อสร้างความอบอุ่น เอวาก็ห่มผ้าไว้ด้วยเช่นกัน
“อุ๊ย… เสื้อผ้าเราล่ะ” เนยอุทานขึ้น หลังจากตรวจพบว่าตนเองนั้นเปลือยอยู่ภายใต้ผ้าห่ม
“เขาบอกว่ามันขาดและสกปรกน่ะ เลยทิ้งไปแล้ว ตอนนี้เลยให้ผ้ามาห่มก่อนน่ะ ของฉันก็ถูกทิ้งไปเหมือนกัน นี่ก็เหมือนเธอแหล่ะ ทั้งตัวมีแต่ผ้าห่ม”
“ว๊าย… แล้วเขาทำอะไรกับฉันบ้างเนี่ย ตอนสลบไปน่ะ” เนยหน้าแดงอายขึ้นทันที

“ก็นะ เขาไปเจอฉัน ฉันเลยพาเขามาหาเธอในหลุม ก็พบว่าเธอสลบไปแล้ว เขาจึงพาเธอขึ้นมา แต่เธอคงสลบลึกจึงไม่รู้สึกตัว เขาอุ้มเธอและพาฉันกลับมาที่นี่ เขาบอกว่าให้ไปอาบน้ำกันก่อน เพราะว่าข้างนอกสกปรก แต่อากาศมันหนาว เขาเลยก่อไฟไว้ให้ และเอาเสื้อผ้าขอพวกเราไปทิ้ง แล้วหาผ้าห่มมาให้ จริงๆแล้วเขาแค่อาบน้ำให้เธอเองนะ ฉันก็อยู่ด้วย”
“ว๊าย… มาอาบน้ำให้ฉัน ไม่อยากจะนึกเลย…”
“เอาน่า มันผ่านไปแล้ว ฉันยังอายเลย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร”

ส่วนทางด้านนายพรานหนุ่มใหญ่ เขาชื่อ เกรดิส เป็นนักล่าสัตว์ ซึ่งเขาจะออกมาล่าสัตว์เช่นนี้ปีละ 4 ครั้ง เขาสร้างกระท่อมเล็กๆไว้ในป่าเพื่อเป็นที่พัก แล้ววันนี้เขาก็ได้มาเจอเด็กสาวสองคนหลงทางมา เขากำลังคิดอยู่ว่า จะทำอย่างไรกับสาวสองคนนี้ดี

เกรดิสเป็นหนุ่มใหญ่วัย 38 ปีแล้ว เขาไม่มีลูกเมียเป็นหลักชัดเจน แต่เขาไม่เคยพลาดวันนัดพบที่จะได้เสพสมกับหญิงสาวที่มาเจอกันในวันนั้น วันนี้เขาได้เด็กสาวสองคนมาฟรีๆ และไม่มีทางที่เด็กจะหนีไปได้ในป่าแห่งนี้ เขารู้จักป่านี้ดีว่าจะมีทางหนีไปไหนได้บ้าง
จะว่าไป เขาก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง เป็นชายแท้ที่มีความต้องการทางเพศไม่ต่างจากคนทั่วไป เมื่อครู่เขาตั้งใจที่จะอาบน้ำให้เนย ทั้งๆที่เขาปล่อยให้เอวาอาบน้ำให้ก็ได้ มันเป็นกำไรเล็กๆน้อยๆที่เขากอบโกยได้
เด็กสาวรุ่นลูก ผิวขาวอวบ เต่งตึง นอนสลบสไลไม่ได้สติ ถูกเขาถอดเสื้อผ้าออกหมดทุกชิ้น แล้วอาบน้ำให้ ร่างกายสัมผัสแนบชิด ทำให้เจ้าโลกขนาดใหญ่ของเขาแข็งตัวขึ้น เอวาคงสังเกตเห็นได้ นั่นเป็นสิ่งที่เขาตั้งใจจะโชว์อยู่ด้วยแล้ว
เห็นเอวาหันมามองบ่อยๆด้วย ยิ่งทำให้เขาได้ใจ ระหว่างนั้นก็ลูบคลำหน้าอกเด็กสาวเบื้องหน้าที่นอนหลับตาพริ้ม ปลายนิ้วหยาบของเขาก็ลากเบาๆผ่านหัวนมชมพูคู่นี้ ถือโอกาสเอามือลูบคลำร่องหลืบที่เรียบเนียนของสาวน้อยด้วย เป็นความรู้สึกที่ไม่ได้พบเจอมา 2 ปีแล้ว
แล้วเขาจะอดใจกับเด็กสาวสองคนนี้ด้อย่างไร เขาหาอุบายที่จะทำลายเสื้อผ้าของเด็กสาวทั้งสอง เพื่อที่เขาจะได้เห็นของดีมากขึ้น แต่ด้วยอากาศที่หนาวในยามนี้ ทำให้เขาต้องทิ้งผ้าห่มไว้ให้

“นี่นะ ฉันก็อาบน้ำไป ก็พยามหลบหน้าเขาด้วยล่ะ พูดตรงๆก็ฉันอายนี่นะ จะมาดูนมดูหอยฉันได้ไง”
“แล้วเราล่ะ นอนเป็นเป้าสายตาอยู่ ทั้งนมทั้งจิ๋มเลยนะเธอ ไม่หนักกว่าเหรอ”
สองสาวนอนเมาท์กันเรื่องเมื่อครู่ ต่างคนต่างคุยกันสนุกสนาน

ไม่นานนักเกรดิสก็เดินเข้ามาพร้อมเนื้อย่าง 2 ชิ้น
“กินนี่ซะก่อนนะ จะได้อิ่มๆ เอ่อ..แล้วก็ ถ้าจะกินน้ำ มันอยู่ข้างนอกอ่ะนะ ต้องไปตักเอาในบ่อ”
“ค่ะ.. ขอบคุณค่ะ”
“แล้วถ้าจะออกไป อย่าเอาผ้าห่มไปด้วยนะ เดี๋ยวมันจะเลอะโคลนน่ะ ตอนนี้ฝนหยุดแล้วก็จริง แต่ดินมันเปียก คงเข้าใจนะ”
เนยและเอวาเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะรับคำ แล้วเขาก็เดินออกไป

เกรดิสเดินยิ้มออกมานั่งด้านนอก แล้วเขาก็นั่งกินเนื้อย่างส่วนของเขา และนั่งจับจ้องสายตาไปที่ประตู เขาคิดไว้แล้วว่า หากสองคนนั่นออกมากินน้ำด้านนอก โดยที่เขาสั่งไม่ให้นำผ้าห่มติดตัวมาด้วย นั่นหมายถึงพวกเธอจะต้องเดินแก้ผ้าออกมาแน่นอน แล้วเขาซึ่งนั่งอยู่ในที่ที่ใกล้กับบ่อน้ำ ก็จะเห็นชัดเจนทุกสัดส่วน นี่ก็เป็นอุบายเล็กน้อยที่ทำให้เขาพอใจ เขานั่งกินเนื้อย่างอย่างมีความสุขและรอคอยเวลา