เมืองลับแล 6

เมืองลับแล 6

หลังจากเนยและเอวาได้ผ่านพิธีกรรมประหลาดๆของเจ้าแม่มาแล้ว ทั้งสองได้ชวนกันไปเล่นที่ต้นไม้แต่เนยไม่กล้าปีนขึ้นไป เอวาจึงได้ชวนไปลอยแพเล่นกัน ระหว่างทางเนยคิดถึงน้องชายขึ้นมาจึงทำให้ซึมเศร้าไป เมื่อถึงแม่น้ำและกำลังลอยแพกันอย่างสนุกสนาน ก็พบเจอเด็กผู้ชายนอนสลบอยู่ด้วยความมีจิตสำนึกดีจึงรีบเข้าไปหวังช่วย แต่ก็เพราะความอยากรู้อยากเห็นทำให้สองสาวเล่นพิเรนท์จนเด็กชายผู้นั้นคืนสติขึ้นมา

เด็กชายได้ลืมตาขึ้นมาก็ต้องตกใจที่เห็นมนุษย์เพศหญิงสองคนกำลังรุมล้อมเขาทั้งยังดูของลับของเขาด้วย จึงได้รีบเอามือมาปิดไว้
“เฮ้ย..!! พวกเธอ….. มาดูของเราทำไม”

เอวาและเนยตกใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเอวาที่ใช้ทั้งมือทั้งสายตา ต่างคนต่างพูดไม่ออก หน้าแดงทั้งคู่ และอ้ำๆอึ้งๆตอบไปว่า
“พวกเรา… เห็นเธอนอนสลบอยู่ จึงเข้ามาดู…” เอวาตอบไปก่อน

หลังจากเด็กหนุ่มสงบสติอารมณ์ได้แล้ว จึงพูดขึ้น
“พวกเธอ.. เป็นผู้หญิงนี่… ใช่มะ”
“ใช่.. แล้วเธอก็คือผู้ชาย” เอวาตอบ

เนยฟังดูแล้วก็ตลกๆกับสิ่งที่ทั้งสองคนสนทนากัน แต่ก็เข้าใจถึงความจริงที่ว่าเด็กชายเด็กหญิงจะอยู่แต่ที่หมู่
บ้านของตน ถ้าไม่เจอกันที่วันนัดพบก็จะไม่เคยเห็นกันมาก่อน แต่จะรู้กันตามการเรียนการสอนที่ผู้ใหญ่เล่าให้ฟัง แต่สำหรับคนเมืองอย่างเนยก็ยังรู้สึกตลกอยู่ดี

“นี่ ทำไมมาไกลขนาดนี้ล่ะ แถวนี้มันจะเข้าหมู่บ้านพวกเราแล้วนะ” เอวาเอ่ยขึ้น
“เราหลงทางน่ะ เรากลับไม่ถูก นี่เรามาไกลขนาดนี้เลยเหรอ..”
“ใช่ แล้วพวกเราจะทำยังไงกับเธอดี เพราะเราก็ไม่รู้ว่าหมู่บ้านของเธอไปทางไหน จริงสิ เธอชื่ออะไรล่ะ”
“เราชื่อ อาล”
“เราชื่อเอวานะ และนี่เนย” เอวาแนะนำเสร็จสรรพ เนยได้แต่ยิ้มๆ

ดูท่าเอวาจะสนใจกับอาลเป็นพิเศษ ด้วยความที่ไม่เคยพบเจอกันมาก่อน ส่วนอาลดูท่าก็สนใจเอวาเช่นกัน ดูๆไปก็เหมาะสมกันดี อายุก็เท่ากัน แต่ข้อบังคับของที่นี่ทั้งสองคนคงไม่ได้สมหวังกันแน่
“เธอหลงทางมานานหรือยัง อาล..” เนยถามชวนคุย
“ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เรากลับไม่ถูก โชคดีจังที่ได้เจอพวกเธอ”
“เราคงต้องพาเธอกลับหมู่บ้านเรา ให้เจ้าแม่ตัดสินล่ะ” เอวาบอก
“ก็ได้…”

จากนั้น ทั้งสามคนจึงได้นั่งแพกลับมาที่เดิม เอวาพาอาลไปกินผลไม้ก่อน ระหว่างทางก็คุยกันไปถึงเรื่องต่างๆ ทางหมู่บ้านนั้นมีอะไรเป็นยังไงบ้าง เนยและเอวาสนใจฟังมาก แต่รู้สึกอาลจะคุยกับเอวาเป็นส่วนใหญ่ เนยคิดในใจว่าสงสัยสองคนนี้ได้เจอรักแรกพบไปแล้วแน่ๆ

เมื่อถึงหมู่บ้าน อาลดูเงียบๆไป เพราะความกลัวนั่นเอง ก่อนจะเข้าตัวหมู่บ้าน จะถึงบ้านของเจ้าแม่ก่อน เนยและเอวาตัดสินใจพาอาลเข้าไปพบเจ้าแม่เพื่อให้เจ้าแม่ชี้แนะแนวทางต่อไป เมื่อไปถึง เจ้าแม่นั่งอยู่บนบัลลังก์ในห้องโถงพอดี สายตาของเจ้าแม่ยังคงนิ่งและเรียบเย็นเช่นเดียวกับน้ำเสียงที่เอ่ยออกมา

“เจ้าเป็นใคร..”
เสียงที่แฝงไปด้วยอำนาจนี้ทำให้ทั้งสามคนกลัวไม่น้อย แต่ในฐานะผู้ชายและต้นเหตุจึงได้ตอบออกมาก่อน
“ผม… ชื่ออาลครับ … หลงทางมา พอดีเอวาและเนยไปเจอเข้า… ก็เลยพามาหาเจ้าแม่ครับ..” อาลระล่ำระลักตอบ
“งั้นหรือ…”

ความเงียบปกคลุมทั่วห้องอีกครั้ง เอวาและเนยหลังจากผ่านพิธีที่นี่ไป ก็แทบไม่อยากมาเจอเจ้าแม่อีก แต่เพราะความจำเป็นถึงต้องมา และนี่ยังไม่รู้จะต้องเจออะไรอีก
“เจ้าเป็นชาย จะอยู่ที่นี่ไม่ได้ เห็นทีจะต้องส่งเจ้ากลับไป หากเราส่งเจ้าไปที่ลานนัดพบ เจ้าจะกลับบ้านเองได้หรือไม่”

อาลยังคงเป็นเด็ก และไม่เคยไปที่ลานนัดพบ ฉะนั้นถึงแม้อยู่ที่นั่นก็กลับบ้านเองไม่ได้อยู่ดี จึงได้ตอบเจ้าแม่ไปตามตรง
“ไม่ได้ครับ คือผม…ไม่รู้จักทางครับ”
“เช่นนั้นไม่เป็นไร เราจะติดต่อไปยังหมู่บ้านของเจ้า ให้ส่งคนมารับที่ลานนัดพบ เจ้าจะกลับไปภายในเช้าวันพรุ่งนี้ เจ้ามีสิ่งใดจะกล่าวหรือไม่”
“ไม่มีครับ…”
“ดี… งั้นตกลงตามนี้”
“ขอบคุณครับ..” อาลกล่าว พร้อมเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก เนยและเอวาลุ้นแทบตายกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้ แต่ทันใดนั้น

“เดี๋ยว! พวกเจ้าจะไปไหนกัน” เจ้าแม่เรียกดักไว้
“คือ.. พวกเราจะไปข้างนอกอ่ะค่ะ…” เอวาตอบบ้าง
“เมื่อเขามาอยู่ที่หมู่บ้านเราเป็นการชั่วคราว จะให้เขาไปเดินเล่นตามใจนั้นไม่ได้ กฎของหมู่บ้านเรามีไว้ เขาจะอยู่ในการควบคุมของที่นี่ จนกว่าจะส่งกลับไป”

เอวาและเนยตกใจโดยเฉพาะอาล ที่เจ้าแม่พูดแบบนี้คล้ายกับจะขังเขาไว้หรือควบคุมตัวไว้ ซึ่งมันก็ไม่ดีทั้งสองอย่าง
“อย่าห่วงเลย ข้าไม่ได้จะขังเจ้าไว้หรอกนะ.. แต่แค่ควบคุมไว้นิดหน่อย แต่ก่อนอื่น เจ้าในฐานะชายคนแปลกหน้า เมื่อเข้ามาในอนาเขตนี้แล้ว ต้องชำระร่างกายให้สะอาดก่อน”

เอวาและเนยนึกถึงบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ด้านหลังทันที

“พวกเจ้าสองคน ไปเจอเขามา ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ข้าควรให้พวกเจ้าชำระด้วย ฉะนั้นพวกเจ้าทั้งหมด ไปชำระร่างกายที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ด้านหลัง”

ว่าแล้วไม่มีผิด เอวาและเนยต้องเจอแบบนี้อีกแล้ว แต่อาลกลับรู้สึกดี เพราะจะได้อาบน้ำกับหญิงสาว นั่นหมายถึงเขาจะได้เห็นสาวๆพวกนี้เปลือยกาย ชายใดไม่รู้สึกยินดีก็คงไม่ใช่ชายแท้เป็นแน่ เอวาและเนยเดินคอตกทำหน้าเซ็งๆเดินนำไป ส่วนอาลนั้นเดินธรรมดาแต่ยิ้มอยู่ในใจ เมื่อถึงบ่อน้ำด้านหลังแล้ว ต่างฝ่ายต่างอายไม่กล้าถอดผ้าออก จนเจ้าแม่เดินตามมาถึง

“เจ้าทำไมยังไม่ถอดเสื้อผ้าลงไปอีก เร็วๆเข้า” เจ้าแม่หันมาพูดกับอาล เสร็จแล้วจึงหันไปหาเอวาและเนย
“พวกเจ้าเป็นหญิง ข้าอนุญาตให้พวกเจ้าใช้ผ้าเช็ดตัวนุ่งลงอาบได้ ไปเปลี่ยนผ้าด้านใน”

อาลผิดหวังในทันที แต่เนยและเอวากลับยินดีแทน สองสาวเดินเข้าไปผลัดเปลี่ยนผ้าที่ด้านใน และนุ่งออกมา เนื่องด้วยผ้าเช็ดตัวนั้นมีขนาดไม่ใหญ่ จึงพันรอบกายได้เพียงรอบเดียว ทั้งยังสั้น ปกปิดร่างกายได้หมิ่นเหม่หัวนมมากๆ และสั้นเหนือเข่าถึงหนึ่งฝ่ามือ นับว่าฉิวเฉียดมาก

สองสาวเดินปิดๆออกมา เพราะเบื้องหน้าเป็นชาย ถึงยังไงสัญชาตญาณความเป็นหญิงก็ยังคงมีอยู่ในสายเลือด
คราวนี้ถึงตาอาลแล้ว เขาไม่มีทางเลือก เมื่อเจ้าแม่ไม่อนุญาตเขาบ้าง สิ่งที่เขาต้องทำคือแก้ผ้าออก

และเมื่อเขาถอดผ้าเพียงชิ้นเดียวออก จู๋น้อยก็ออกมาชมโลกต่อหน้าต่อตาหญิงทั้งสาม อาลนั้นอายจนหน้าแดง เอามือปิดกุมเจ้าโลกไว้และเดินลงน้ำอย่างเร็ว
สองสาวก็เดินตามลงไป ระหว่างนั้นเอวาได้เดินไปเกี่ยวกับกิ่งไม้ที่ยื่นออกมา ไม่ทันที่เอวาจะรู้สึกตัว ผ้านุ่งของเธอก็ได้หลุดออก เสียงอุทานตามประสาเด็กสาวดังลั่น
อาลซึ่งนั่งดูอยู่ในบ่ออย่างตาไม่กระพริบก็ได้เห็นของลับเอวาไปชั่วแว๊บหนึ่ง แม้เพียงเสี้ยววินาทีที่จิ๋มน้อยๆของเอวาปรากฏ ก่อนที่เธอจะคว้าผ้ามาปิดได้ทัน
แต่เพียงเท่านี้ก็พอที่จะทำให้อารมณ์ของเขาพลุ่งพล่าน จนจู๋น้อยของเขาได้เปลี่ยนรูปร่างและขนาด มีความแข็งและโด่ขึ้นมาอย่างสกัดกั้นไม่ได้ แต่เนื่องจากอยู่ในน้ำ จึงยังไม่มีใครสังเกตเห็น

เจ้าแม่ยืนดูทุกเหตุการณ์อยู่ไม่ได้พูดอะไร รอแต่ให้เนยและเอวาลงน้ำไป สองสาวลงน้ำและนั่งอยู่ห่างจากอาล เนื่องจากว่าอาย โดยเฉพาะเอวาที่โชว์ของดีให้อาลดูไปแล้วโดยไม่ได้ตั้งใจยิ่งอายเป็นเท่าตัว ทั้งสามนั่งเงียบอยู่ในบ่อจนระยะเวลาหนึ่งผ่านไป

“พอแล้ว พวกเจ้าขึ้นมา”
เนยและเอวารีบลุกทันที โดยใช้มือจับผ้านุ่งไว้กันหลุด แต่อาลยังคงไม่ขึ้น
“เจ้าลุกขึ้นมาได้แล้ว” เจ้าแม่สั่งอีกครั้งเมื่อเห็นอาลยังคงไม่ลุก

แท้จริงแล้ว อาลยังเกิดอารมณ์เพศตามธรรมชาติอยู่ จู๋ของเขายังคงแข็งโด่ ทำให้เขาไม่กล้าที่จะขึ้นมานั่นเอง ถึงแม้จะเอามือปิด แต่ก็คงไม่มิด เอวาและเนยเห็นอาลยังไม่ยอมขึ้นก็สงสัย จึงยืนดูอยู่ด้านข้างประตู เจ้าแม่ทำเสียงเข้มขึ้น
“เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือ”

อาลนั่งก้มหน้าไม่พูดจา ในใจคิดว่าจะทำยังไงดี พอเงยหน้าไปเห็นเอวาและเนยยืนอยู่ ก็ยิ่งทำใจไม่ได้ เมื่อผ้านุ่งที่เปียกน้ำได้แนบเนื้อติดชิดกับร่างของเด็กสาว โดยที่เจ้าของร่างไม่ทันได้สังเกตและระวัง ก็เห็นเงาของหัวนมลางๆชูชันดันผ้าขึ้นมา สามเหลี่ยมกลางระหว่างขาก็อวบอูมเต็มตา แม้จะนอกผ้า แต่ก็เห็นได้ชัดไปกว่าครึ่ง แถมยังมีถึงสองคนให้เลือกชม อาหารสายตาที่ทรงอานุภาพนี้ยากที่ชายใดจะยับยั้งใจได้

ก่อนที่เจ้าแม่จะโมโหและพูดอีกครั้ง อาลตัดสินใจลุกขึ้นมา เอามือปิดอวัยวะลับของเขาที่บัดนี้แข็งแกร่งเต็มที่ ร่างเปลือยของเด็กหนุ่มโผล่พ้นจากน้ำมือทั้งสองของเขาปิดของลับไว้และเดินขึ้นมาประจัญหน้ากับสองสาว…