ตำนานนักรัก ตอนที่ 92

ตำนานนักรัก ตอนที่ 92

“พี่มีเรื่องไม่สบายใจใช่มั๊ยคะ..บอกมะลิได้มั๊ยว่าเรื่องอะไร…”

มะลิแม่น้องจูนสู้เก็บเก็บคำถามที่เธออยากรู้ รอจนกระทั่งได้เวลานอน จึงขยับตัวเข้ามาเอื้อมมือกอดผมพร้อมลูบไล้ฝ่ามือ
นุ่มๆ ไปมาบนแผงอก แล้วเลียบเคียงสอบถาม

“ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะมะลิ…พี่คงเครียดๆกับงานนั่นแหละ..” ผมตอบอ้อมแอ้มเบาๆ ตาเหม่อมองเพดานห้อง

“พี่จะพูดปดหลอกใครก็ได้ แต่พี่หลอกมะลิไม่สำเร็จหรอกค่ะ…พี่กลุ้มใจเรื่องคุณเจนใช่มั๊ยคะ…พี่คิดถึงเธอแน่เลย..”
แม้มะลิจะคาดเดา แต่สิ่งที่เธอเดาออกมา มันทำให้ผมสะดุ้งโหยง เพราะมันช่างตรงกับความในใจของผมยิ่งนัก

“มะลิ….” ผมลากเสียงเรียกชื่อเมียเบาๆ พร้อมขัดใจเมื่อเธอล่วงรู้ความในใจของผม

“ป่านนี้ยังคิดอยุ่อีกหรือว่าพี่คิดถึงคุณเจนอยู่…เรามีน้องจูนด้วยกันแล้วนะ…”

เสียงผมเข้มขึ้นนิดหนึ่ง เพราะคิดว่ามะลิยังคงระแวงและหึงหวงผมกับ
เรื่องในอดีต จนเธอรีบผุดลุกขึ้นนั่ง แล้วใช้มือจับ
หน้าผมหันมามองจ้องตาก่อนจะพูด

“พี่เข้าใจมะลิผิดแล้ว..มองตามะลิสิคะ..สำหรับคุณเจน มะลิไม่เคยหึงหวงพี่เลยสักครั้ง..มะลิจะยินดีด้วยซ้ำถ้าพี่สามารถ
ทำให้คุณเจนกลับมารักพี่ได้อีกครั้ง…”

“ตกลงแม่น้องจูนนี่ไม่รักพี่ ไม่เคยหึงหวงพี่เลยหรือยังไง…”

ผมพูดพาลๆ เพราะเมื่อมองสบตากับมะลิแล้ว ก็พบแต่ความจริงใจอยู่ในดวงตาสวยใสทั้งคู่ ไม่มีสิ่งใดเคลือบแฝงไว้แม้
แต่น้อย

“หึงสิคะ..มะลิหวงพี่ด้วย..แต่สำหรับสาวคนอื่น..ไม่ใช่คุณเจน…พี่ก็รู้เท่าๆกับมะลิรู้ว่าพี่ผูกพันรักใคร่เธอมากแค่ไหน พี่จะ
ปฏิเสธตัวเองทำไม..ตกลงเรื่องที่มะลิสงสัยว่าพี่เครียดนั้น เป็นเรื่องของคุณเจนจริงๆด้วย…ใช่มั๊ยคะ..”

“อืมม..คุณเจนเธอกำลังจะกลับมาคืนนี้..คุณดาให้น้าทัดเทพมาชวนพี่ไปรับเธอที่สนามบิน..แต่พี่ปฏิเสธไปแล้วว่าไม่
สะดวก…จะไปรับ”

ที่สุดผมก็ต้องยอมรับความจริงบอกให้มะลิทราบ เธอถึงกับตกใจและดีใจไปพร้อมๆกันเมื่อทราบว่าอดีตลูกสาวของเจ้านาย
จะเดินทางกลับบ้านในคืนวันนี้

“ว๊าย..คุณเจนจะกลับมาคืนนี้หรือคะ..แล้วทำไมพี่ไม่ไปรับล่ะ..ไปเดี๋ยวนี้เลย..เดี๋ยวมะลิจะโทรไปสอบถามคุณดาว่า ไฟลท์
เธอถึงกี่ทุ่มกี่โมง…”

มะลิพูดเสร้จ รีบผุดลุกขึ้นทำท่าจะเดินลงไปจากเตียงเพื่อหยิบโทรศัพท์ ผมจึงรีบคว้าเอวที่เคยคอดกิ่วของเธอยึดดึงไว้
แล้วร้องปรามเบาๆ

“อย่าทำแบบนั้นเลยมะลิ…พี่รู้พี่เข้าใจว่ามะลิปรารถนาดีกับพี่..แต่มะลิจะให้พี่ทำหน้ายังไงถ้าเห็นเธอเดินลงจากเครื่องพร้อม
หน้าลูกหน้าผัวของเธอ…”

“พี่ฟังมะลิพูดก่อน…คุณเจนน่ะอาจจะแต่งงานกับคุณเอ็มไปจริงๆ แต่คุณเพชรต้องไม่ใช่ลุกคุณเอ็มอย่างแน่นอน ปากคอคิ้ว
คางเหมือนพี่ยังกับแกะ…เธอต้องเป็นลูกของพี่ เป็นพี่ชายของน้องจูน…”

มะลิพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและมั่นใจจนผมเกิดความสงสัยว่าเธอไปล่วงรู้ได้อย่างไรว่าหน้าตาเด็กคนนั้น ที่ชื่อเพชรนั่นจะ
เป็นลูกชายของผม

“ก็ตั้งแต่พี่ทราบเรื่องคุณเจนท้อง และแต่งงานกับคุณเอ็ม พี่ก็ไม่เคยสนใจดูรูปต่างๆที่คุณเจนส่งมาให้คุณดาเลยนี่คะ..แต่
มะลิขึ้นไปดูรูปที่คุณดานำมาอวดตลอด..แล้วเราก็สันนิษฐานกันว่า คุณเพชรต้องเป็นลูกชายของพี่แน่นอน..”

“แล้วยังไงล่ะ..ถ้าสมมุติเด็กนั่นเป็นลูกของพี่ แต่คุณเจนไม่ยอมรับ…ยังคงยืนยันว่าเป็นลูกของเธอที่เกิดจากนายเอ็ม มะลิ
จะให้พี่ทำอย่างไร ไปฟ้องร้องแย่งชิงกระนั้นหรือ..ครอบครัวของเขาก็จะแตกแยกเดือดร้อน ทำให้เด็กสับสน มีปมด้อยอีก
ต่างหาก..เชื่อพี่เถอะ..ลืมเรื่องคุณเจนกับน้องเพชรเสีย…ในหัวมะลิขอให้มีเรื่องของพี่กับน้องจูนเท่านั้นพอ”

ผมตัดบทพูด พร้อมพลิกตัวหันข้างให้เมียสาว ทำเหมือนต้องการจะหลับพักผ่อน แต่ในหัวกลับคิดวุ่นวายกับเรื่องที่มะลิบอก
ให้ฟัง ทั้งเรื่องของคุณเจน และเรื่องของลูก จนผ่านไปนานมากจึงได้ยินเสียงลมหายใจของมะลิแผ่วๆ แสดงว่าเธอกำลัง
หลับ ผมจึงพลิกตัวนอนหงายเอามือก่ายหน้าผาก ในหัวยังคงมีเรื่องเหล่านี้รบกวนวนเวียนซ้ำซาก จนทั้งคืนนั้นแทบไม่ได้
นอนหลับเลย

จวบจนรุ่งเช้า เมื่อมะลิมาเขย่าตัวปลุกผมให้ตื่นออกไปทำงาน พร้อมๆกับพี่สาลี่อุ้มน้องจูนขึ้นมาคลานเล่นบนเตียงนั่นแหละ
ผมจึงยอมลืมตาตื่นขึ้นมาบิดขี้เกียจ พร้อมความรุ้สึกว่าเช้าวันนี้ ไม่มีอารมณ์ไปทำงานเอาเสียเลย คงเพราะไม่ใช่ผมเริ่มเบื่อ
กับงานที่ต้องทำเป็นแน่ แต่ที่ผมไม่อยากไปทำงาน เพราะรุ้ดีว่าพรุ่งนี้คงได้ยินแต่เรื่องของคุณเจนและครอบครัวเธอ จาก
ปากน้าทัดเทพทั้งวันเป็นแน่

แล้วก็เป็นจริงตามที่นึกไว้เลย ทันที ที่ผมโผล่หัวเข้าไปในบริษัท น้าทัดเทพก็เดินเข้ามาในห้องทำงานผม แล้วเริ่มต้นพร่ำ
พูดอวดโอ่ ถึงคุณเจนและลูกชายของเธอ ว่าทั้งเก่งทั้งฉลาดยังไง โดนเฉพาะคุณเจนอดีตคู่ปรับเก่า ที่บัดนี้กลายเป็น
สาวใหญ่วัยสามสิบต้นๆนั้น ยังคงสวยน่ารัก และเซ็กส์ซี่เสียยิ่งกว่าตอนเป็นสาววัยรุ่นอีกแค่ไหน

“น้าก็ระวังตัวหน่อยนะครับ อย่าเผลอตัวไปชื่นชมคุณเจนจนออกนอกหน้าล่ะ..เดี่ยวคุณเอ็มสามีเธอจะลากปืนมายิงเอา….”
ผมเลยแกล้งร้องแซวไปขำๆ จนน้าทัดเทพสะดุ้งทำคอย่น

“เฮ้ย!…เรื่องเจ้าชู้ยักษ์นั่นน่ะ น้าเลิกหมดแล้ว..เอ็งวางใจได้…น้าขอมีแค่คุณดาคนเดียว ก็เหมือนฟ้ายังปราณีน้าแล้วว่ะ…
ว่าแต่เอ็งเถอะ..ไม่คิดจะไปเยี่ยมเยียนอดีตคนรักบ้างหรอวะ…”

น้าทัดเทพรีบปฏิเสธเสียงหลงว่า แกละเลิกนิสัยเจ้าชู้ไปหมดแล้ว พร้อมหันมาจ้องหน้าร้องถามผมด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
พอเห็นผมทำหน้าเฉยๆ แกก็ขมวดคิ้วเหมือนไม่เข้าใจ

“อย่าเลยครับน้า..คุณเจนเธอมีครอบครัวใหม่แล้ว..เรื่องความรักในอดีต ป่านนี้เธอก็คงลืมแล้วเช่นกัน ผมไม่อยากเอาตัว
เข้าไปพัวพันเป็นมือที่สามให้ครอบครัวคุณเจนมีปัญหาครับ สงสารเด็กเอ้อ..น้องเพชรมัน..”

แม้คำตอบนั้น จะไม่ตรงกับสิ่งที่ผมคิดร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่มันก็ใกล้เคียงเป็นอย่างมาก ลูกเขาเมียใคร ผมไม่กล้าไป
ยุ่งเกี่ยวด้วยแน่ มันเป็นบาปเป็นกรรมติดตามให้ชดใช้ไปอีกหลายชาติ สู้เก็บความรุ้สึกหอมหวานไว้กับอก ยามระลึกถึงใน
วันเหงาๆดีกว่า

“อืมมม..ประเสริฐแท้…ถ้าน้าคิดได้แบบเอ็งในตอนหนุ่มๆ…ก็ดีน่ะสิ…ไม่งั้นป่านนี้ ยัยหนูลูกของน้าคงกำลังน่ารัก..เห้อออ…”

ท้ายเสียงของทัดเทพ เขาถอนหายใจออกมาดังเฮือกใหญ่ แววตาหม่นเศร้าคงกำลังสำนึกกับความผิดพลาดที่ตนเองเป็น
ผู้กระทำ คงนึกเสียดายเวลาที่ผ่านมาเป็นแน่ แต่ใครเล่าที่ทำให้มันเป็นไป นอกเสียจากตัวเอง มานึกขึ้นได้ว่าไม่ควรทำ
มันก็สายไปเสียแล้ว และนี่กระมังที่มันเป็นบทเรียนชีวิต ที่ทำให้ผมคิดไตร่ตรองรอบคอบขึ้น ที่จะไปทำอะไรไปตาม
อารมณ์รัก หรือกิเลสตัณหา

“ผมออกไปพบลูกค้าก่อนนะน้า..เย็นๆเจอกันครับ…”

เพื่อให้ยุติการสนทนาเกี่ยวกับคุณเจนและลูกชายของเธอ ทำให้ผมต้องรีบชิ่งออกจากบริษัท โดยอ้างว่าจะไปพบลูกค้า
แล้วก็รีบออกมาทันที โดยยังไม่ได้รู้เลยว่าคุณเจนมาเมืองไทยครั้งนี้ เพื่อมาเที่ยวพักผ่อนเยี่ยมเยือนมารดาของเธอ หรือ
จะมาอยู่แบบถาวร อีกทั้งเธอมาตามลำพังกับน้องเพชร หรือว่าเหน็บเอาสามีมาด้วย ผมคิดได้เท่านี้ ก็รีบยกมือขึ้นไปตบ
หน้าผากตัวเองเบาๆ แบบขำๆ ขนาดตั้งใจว่าจะไม่ยุ่ง ไม่สนใจแล้ว ผมดันมีคำถามข้องใจอยากรู้มากมายไปทำไมกัน

เมื่อผมขับรถออกมาจากบริษัทแบบไม่จุดมุ่งหมาย ก็รู้สึกเคว้งคว้างไม่รู้จะไปที่ไหนดี ครั้นจะกลับบ้านก็คงถูกมะลิซักไซ้
ถามไถ่อีกอย่างแน่นอน แล้วแว๊บหนึ่งผมก็คิดถึงคุณวิ หลังจากที่ไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนเธอมาแล้วหลายเดือน ไม่รู้ว่าคุณวิ
จะสุขสบายดีแค่ไหน เพราะก่อนตายพ่อตาผมได้ฝากฝังให้ผมช่วยคอยดูแลเช่นกัน ผมจึงหยิบโทรศัพท์กดสายโทรไป
หาเธอ เพื่อเช็คดูให้แน่ใจเสียก่อนว่า วันนี้เธอไปดูแลคนสูงวัยที่ศูนย์ หรือว่าอยู่กับบ้าน [post]เพราะหลังจากที่พ่อตาเสียชีวิต แกก็แบ่งเงินส่วนตัวของแกส่วนหนึ่งให้สาลี่และคุณวิไว้ใช้ เพราะทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่
กว่า80เปอร์เซ็นต์นั้น แกทำพินัยกรรมยกให้คุณดาและคุณเจนไปหมดเรียบร้อยแล้ว แต่ไอ้ที่เหลือ20เปอร์เซ็นต์นั้น ก็มาก
โข พอที่จะทำให้คุณวิ และพี่สาลี่อยู่ได้อย่างสุขสบายไปชั่วชีวิต ส่วนผมนั้นแกไม่ได้ยกทรัพย์สินอะไรไว้ให้เลย เพราะ
คิดว่าผมคงอยู่กับคุณดาไปจนวันตาย แต่ผมก็ไม่ได้คิดอิจฉาริษยาอะไรกับคุณวิและสาลี เพราะหลังจากที่ผมเลิกลากับ
คุณดาไปแล้ว เธอแบ่งหุ้นหนึ่งในสามของบริษัทให้ผม แค่นี้ก็ถือว่าเป็นบุญคุณกับชีวิตของผมแล้ว

โชคดีที่วันนี้คุณวิไม่ได้ไปทำงานที่ศูนย์ ผมเลยขับรถไปหาเธอที่บ้าน ซึ่งที่จริงก็อยู่ย่านชานเมืองไม่ไกลจากบ้านพักของ
ผมเท่าไหร่นัก

“ว่างหรือไงคะ..ถึงจะมาหาวิ..ดีเลยกำลังเหงาๆ ไม่รู้จะทำอะไรดี…”

คุณวิทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ เมื่อรู้ว่าผมจะไปเยี่ยมเธอ จากนั้นก็วางสาย ผมใช้เวลาไม่นานนัก ก่อนเที่ยงวันก็ขับ
รถเข้ามาในหมู่บ้านจัดสรรที่คุณวิพักอยู่ แต่ก่อนจะถึงปากทางหมู่บ้านของคุณวิ มีร้านขายเป็ดย่างหมูแดงชื่อดังในเรื่อง
ความอร่อยอยู่ร้านหนึ่ง ผมเลยจอดรถแวะซื้อติดมือเข้าไปฝากเธอด้วย

ผมจอดรถอยู่หน้าบ้านเธอ ที่เป็นทาวน์เฮ้าส์สองชั้นแปลงหัวมุม พอมีเนื้อที่ปลุกอะไรเล่นได้บ้าง จากนั้นก็เปิดประตูรั้วเข้า
ไปอย่างคนคุ้นเคย โดยที่มีคุณวิออกมายืนรอรับอยู่หน้าเทอร์เรซหน้าบ้าน ทันที่ที่เธอเห็นผมก็ฉีกปากยิ้มต้อนรับอย่าง
อบอุ่นและดีใจ เนื่องด้วยนานหลายเดือนแล้วที่ผมไม่ได้พาครอบครัวมาเยี่ยมเยือนเธอเลย

“เป็นไงครับคุณวิ..สบายดีมั๊ยครับ..นี่ผมแวะซื้อเป็ดย่างมาฝากด้วยครับ..” ผมทักทายเธอจบก็ยื่นห่อเป็ดย่างยัดใส่มือคุณวิ
ทันที

“ต๊ายยยยย..ทองดีก็..ทำเป็นคนห่างไกลกันไปได้ คราวหลังไม่ต้องซื้ออะไรมาฝากวินะคะ..แค่มาเยี่ยมเยือนเฉยๆ วิก็ดีใจ
แล้ว..คิดถึงสมัยเก่าๆที่เคยอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวใหญ่แล้วเหงาจัง..อยุ่ตัวคนเดียวนี่มันไม่ดีเลยนะคะ..”

“คุณวิก็หาแฟนใหม่เสียสิครับ พ่อเหงี่ยมท่านก็เสียมาหลายปีแล้ว..คุณวิยังสาวยังสวยอยุ่เลย..ไม่มีผู้ชายมาจีบบ้างหรือครับ…
ฮ่าๆๆ..” ผมแซวอย่างกันเองแล้วต่างก็หัวเราะขำๆ ก่อนจะพากันเดินเข้าไปในห้องรับแขก

“มันก็มีอยู่บ้างแหละค่ะ..แต่วิดูแล้ว…มันยังไม่เจอคนจริงใจด้วย..ส่วนมากเข้ามาหาวิ เพราะเห็นว่าวิเป็นแม่ม่ายทรงเครื่อง
เสียมากกว่า…” คุณวิตอบยิ้มๆ ดูเหมือนว่าเธอก็ไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องไร้คู่ครองแต่อย่างใด

“แล้วมะลิกับสาลี่ล่ะ..สบายดีมั๊ยคะ…”

“ครับ..สบายดี ไม่ได้เจ็บได้ไข้..แต่ช่วงนี้วุ่นวายอยุ่กับน้องจูนนั่นแหละ..เธอกำลังซน..กำลังหัดพูด..”

การได้เพื่อนเก่าคุยเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว ทำให้ผมสบายใจขึ้น จนดูเหมือนลืมเรื่องที่อึดอัดคับใจไปชั่วขณะ จนกระทั่ง
ก่อนจะลากลับนั่นแหละ ที่จู่ๆคุณวิก็วกมาเข้าเรื่องของผมกับคุณเจน

“ว่าแต่นี่กี่ปีแล้วคะ..ที่คุณเจนเธอไม่กลับมาบ้านเลย…”

“เอ้อ..คงร่วมสิบปีแล้วมั้งครับ..คุณวิถามทำไมหรือครับ..”

“นานเหมือนกันนะคะ..เผลอแป๊บเดียว…ว่าแต่ทองดี ลืมคุณเจนได้แล้วหรือยังล่ะ..”คุณวิเล่นถามตรงๆจนผมสะอึก มัน
เหมือนเธอใช้ฆ้อนตอกย้ำหมุดให้มันจมเข้าไปในใจมากยิ่งขึ้น

“ผมขอโทษครับ..ผมไม่อยากตอบ…”

“นั่นแน่..วิรู้คำตอบแล้วว่า..ทองดีลืมคุณเจนเธอไม่ได้…”

คุณวิพูดยิ้มๆเสร็จ ก็หัวเราะอิอิๆ เสียงหัวเราะนั้นมันช่างบาดใจผมยิ่งนัก และบาดลึกเข้าไปในใจยาวไปจนกระทั่งผมขับรถ
กลับมาบ้าน..ไม่มีอารมณ์แวะไปที่ทำงานอีกแล้ว