เรื่องเสียว น้าหงษ์
ผมจำความได้ตั้งแต่เล็กว่ามีแค่ฉันกับพ่อ อยู่กันสองคนในบ้านไม้หลังน้อยหลังสวนอาหาร พ่อปลูกมันไว้เพื่อให้เรามีที่พักพิง ไม่ต้องเช่าใคร ไม่ต้องเป็นหนี้เป็นสินใคร ส่วนแม่ฉันไม่เคยเห็นหน้าเลยสักครั้ง พ่อบอกว่าแม่ไปตั้งแต่ฉันอายุได้แค่สองขวบ ไม่มีข่าวคราวอีกเลย ฉันไม่เคยถามซ้ำ เพราะทุกครั้งที่พูดถึงแม่ พ่อจะเงียบไปนาน ดวงตาลอยไปทางไหนสักแห่งที่ฉันเอื้อมไม่ถึง
พ่อมีสวนอาหารเล็กๆ ในจังหวัด เปิดสาย ปิดไม่เกินสามทุ่ม ไม่มีดนตรี ไม่มีนักร้อง พ่อบอกว่ามันวุ่นวาย แถมเราจะได้พักผ่อนเต็มที่ พนักงานมาเช้ากลับมืดทุกวัน ฉันไม่ค่อยได้ช่วยอะไร เรียนเสร็จก็ไปเที่ยวกับเพื่อน เข้าบ้านอีกทีก็เย็นย่ำ บางคืนกลับมาดึก เห็นไฟหน้าร้านยังเปิดอยู่ เลยเดินไปปิดให้ เพราะพนักงานมักลืม
ตั้งแต่แม่ไป พ่อไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนอีกเลย พ่ออายุเกือบห้าสิบ แต่ยังดูหนุ่ม กระฉับกระเฉง จนมาปีที่แล้ว มีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นพนักงานธนาคาร มาที่ร้านเป็นประจำ ตอนใกล้จะปิด ฉันเห็นเธอหลายครั้ง แต่คิดว่าเธอมาหาลูกค้าฝากเงิน จนคืนหนึ่งฉันกลับบ้านค่ำ ร้านปิดแล้ว เห็นพ่อนั่งคุยกับเธอคนนั้นอยู่ ฉันจะเดินอ้อมไปข้างหลัง แต่พ่อเรียกให้เข้าไปแนะนำ ฉันมองเธอ อายุราวสี่สิบกว่า ผิวขาว รูปร่างดี สง่า พ่อดูสนใจเธอมาก
พอเธอกลับไป พ่อก็ถามฉันว่า “เป็นอะไรมั้ย ถ้าพ่อจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น”
ฉันตอบทันทีว่าไม่เป็นไร ยิ่งดีด้วยซ้ำ จะได้มีคนช่วยพ่อทำงาน พ่อเลยแต่งงานกับเธอแบบเรียบง่าย เธอย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังสวนอาหาร ฉันขอเรียกเธอว่าน้าหงษ์
ตั้งแต่น้าหงษ์มาอยู่ พ่อดูมีความสุขขึ้นมาก เธอขยัน เช้าไปทำงาน กลางวันกลับมาช่วยที่ร้าน เลิกงานก็รีบมา ช่วยพ่อจนดึก ตื่นเช้ามาทำความสะอาดบ้านก่อนไปทำงานทุกวัน ฉันสบายไปเลย ตื่นมาก็มีข้าวกิน ไม่ต้องทำอะไร
อยู่กันมาไม่ถึงปี เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น พ่อขับรถไปงานเลี้ยงวันเกิดผู้ว่าจังหวัดใกล้ๆ ไปคนเดียวเพราะน้าหงษ์ต้องดูแลร้าน รถพลิกคว่ำ พ่อเป็นอัมพฤกษ์ตั้งแต่เอวลงไป ไม่มีความรู้สึก แขนก็ไม่มีแรง หลังจากออกจากโรงพยาบาล พ่อต้องนั่งรถเข็น น้าหงษ์ลาออกจากงานทันที มาดูแลพ่อและสวนอาหารอย่างเต็มตัว ฉันเหลืออีกปีเดียวจะจบ ช่วยอะไรไม่ได้มาก พ่อซึ่งพอพูดได้บ้าง ก็บอกให้น้าหงษ์หาพยาบาลมาดูแลไปเช้าเย็นกลับ เพราะสงสารเธอ
แต่นานวันเข้าฉันสังเกตว่าพ่อดูไม่ค่อยมีความสุข สีหน้าเหี่ยวแห้ง คล้ายเก็บอะไรบางอย่างไว้ แต่ฉันไม่ได้ถาม คิดว่าพ่อคงกลุ้มใจที่ขยับตัวไม่ได้
จนคืนหนึ่ง ฉันกลับบ้านดึก ไปกินเหล้าบ้านเพื่อนมา เพิ่งอาบน้ำเสร็จจะนอน ฝนตกลงมาหนักมาก ฉันรีบลงไปปิดหน้าต่างชั้นล่าง ห้องนอนพ่อกับน้าหงษ์อยู่ชั้นล่างเพราะพ่อขึ้นไม่ได้ ประตูปิดแต่ไฟลอดออกมา หน้าต่างทุกบานปิดหมดแล้ว แต่ฉันมองผ่านกระจกออกไปเห็นโต๊ะหลายตัวในสวนอาหารตากฝนอยู่ เลยรีบออกไปเก็บ
พอกลับมาเห็นหน้าต่างห้องพ่อด้านนอกเปิดอยู่ ฉันเดินเข้าไปจะปิด แต่เมื่อเหลือบมองเข้าไปในห้อง ความตั้งใจทั้งหมดหยุดชะงัก
บนเตียง พ่อสวมกางเกงแพรนอนอยู่ ข้างๆ น้าหงษ์นอนเปลือยเปล่า มือของพ่อข้างหนึ่งถูกเธอยกไปถูไถบนเนินเนื้อนุ่มนวลของเธอ พ่อเหลือบตามาเจอฉัน สายตาชะงักค้าง แต่ไม่พูดอะไร ฉันมองตาพ่อแล้วรู้สึกจุกแน่นในอก พ่อไม่สามารถทำอะไรได้เลย แม้แต่จะขยับตัว ไม่มีเรี่ยวแรงด้วยซ้ำ ฉันเข้าใจความรู้สึกของพ่อในวินาทีนั้น ราวกับอะไรบางอย่างแตกสลายลงตรงหน้า น้าหงษ์หันหลังให้ พอดีไม่เห็นฉัน ฉันจึงรีบกลับเข้าบ้านอย่างเงียบๆ
เช้าวันเสาร์ฉันตื่นสาย อาบน้ำแต่งตัวเสร็จลงมาข้างล่าง เห็นพ่อนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร น้าหงษ์คงไปดูแลร้านแล้ว พ่อเรียกให้ไปนั่งกินกาแฟด้วยกัน แล้วพ่อก็พูดขึ้นเบาๆ
“นนท์…ช่วยทำอะไรให้พ่อสักอย่างได้มั้ย”
ฉันมองพ่อ แล้วตอบว่าทุกอย่างที่พ่อต้องการ ฉันจะทำให้
พ่อหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง สายตาละห้อย มือสั่นเล็กน้อย แล้วพูดต่อ “ช่วยปฏิบัติน้าหงษ์แทนพ่อด้วยนะนนท์ ก็เห็นแล้วใช่มั้ยเมื่อคืน…น้าหงษ์เค้ายังมีความต้องการมาก พ่อไม่อยากให้เค้ามีชู้ พ่อจะคุยกับน้าหงษ์เอง ถ้านนท์ตกลง มีเรารู้กันแค่สามคนเท่านั้น ไม่ต้องกลัวเรื่องท้องเพราะน้าหงษ์เป็นหมัน”
ฉันพยักหน้าให้พ่อ เห็นตาพ่อแดงก่ำ คล้ายจะร้องไห้ แล้วพูดเบาๆ ว่า “ขอบใจมากลูก”
ตั้งแต่นั้นมา น้าหงษ์ก็มีท่าทางแปลกไปทุกครั้งที่เจอฉัน หลบตา ไม่กล้าสบ ฉันเลยรู้ว่าพ่อคงบอกเธอเรื่องที่คุยกันแล้ว
คืนวันศุกร์ ฉันไปดื่มเหล้ากับเพื่อนจนเกือบเที่ยงคืน พอกลับมาเปิดประตูบ้าน เห็นน้าหงษ์นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟา ฉันถามว่าน้ายังไม่นอนอีกหรือ เธอบอกว่ายังไม่ง่วง พ่อนอนหลับตั้งแต่สี่ทุ่มแล้ว แล้วถามกลับว่านนท์ไปไหนมา ฉันบอกไปดื่มกับเพื่อน แล้วขอตัวไปอาบน้ำ
ขึ้นไปชั้นบน ผลัดผ้า ใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันตัวแล้วเข้าห้องน้ำ พออาบเสร็จเปิดประตูเข้ามาในห้อง กลับต้องชะงัก
น้าหงษ์นั่งอยู่บนเตียงผม
ฉันยิ้มออกมาแบบไม่รู้จะพูดอะไร เธอก็นิ่งเช่นกัน มือเผลอไปหยิบหนังสือบนหัวนอนขึ้นมาดูแก้เขิน แต่หนังสือที่เธอหยิบกลับเป็นหนังสือโป๊ที่ฉันซ่อนไว้ เธอก้มดูแล้วหัวเราะเบาๆ “แหม ชอบดูหนังสือแบบนี้ด้วยเหรอ”
“ผู้ชายทุกคนชอบดูแบบนี้ทั้งนั้นแหละครับ” ฉันตอบ แล้วหยิบอีกเล่มมาเปิดให้ดู เป็นหน้าโฆษณาขายของเทียมผู้ชาย มีรูปประกอบพร้อมคำบรรยายใต้ภาพ น้าหงษ์ดูสนใจมาก สายตาเป็นประกาย ถามว่าเคยเห็นของจริงมั้ย
“เคยครับ เพื่อนมันสั่งมาให้แฟนมันแล้วเอามาให้ผมดู เหมือนของจริงมาก สั่นได้ด้วย”
น้าหงษ์ยิ้มกริ่ม “เพื่อนนนท์มีแต่หนุ่มๆ ไม่สู้แล้วเหรอ”
“มันบอกว่าแฟนมันชอบหลายที มันเอาไม่ไหว เลยต้องซื้อน้องชายมาช่วยพี่ชาย”
เธอหัวเราะชอบใจ แล้วยืนขึ้น ในขณะที่ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะ มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันรอบกาย น้าหงษ์เดินเข้ามาใกล้ ยืนตรงหน้าฉัน แล้วถามเสียงอ่อนโยนแต่แฝงความหมายลึกซึ้ง “แล้วนนท์ล่ะ พร้อมแล้วยัง”
มือเธอยกขึ้นมาจับไหล่ฉัน ฉันจึงใช้สองมือโอบกอดเอวเธอ ตอบกลับไป “น้าหงษ์ล่ะ พร้อมแล้วยัง”
เธอไม่ตอบ แต่เอามือโน้มหัวฉันเข้าไปแนบอก แล้วกระซิบข้างหู “น้าพร้อมมานานแล้ว ไม่เห็นนนท์เริ่มสักที น้าทนไม่ไหวเลยต้องบุกถึงที่ รังเกียจน้าหรือเปล่าล่ะ”
“ไม่เคยเลยครับ”
สองมือฉันลูบไล้แผ่นหลังของเธอ เลื่อนลงมาจนถึงแก้มก้นที่ทั้งงอนและใหญ่ ใบหน้าฉันซุกไซ้อยู่ระหว่างเต้านมทั้งสอง ได้ยินเสียงเธอครางเบาๆ ซี๊ด… มือฉันรั้งก้นเธอเข้ามาแนบจนท้องของเธอแตะหน้าอก ฉันรู้สึกถึงเนินนุ่มๆ ที่กระทบกับตัวเธอส่ายก้นเบาๆ ถูไถโหนกนั้นไปมาบนหน้าอกฉัน มือเธอเลื่อนจากหัวฉันไปปลดสายชุดนอน ผ้าผืนบางหล่นผ่านมือฉัน กองอยู่ที่ปลายเท้า
ฉันใช้มือทั้งสองเลื่อนจากก้นมาด้านหน้า ลูบคลำเต้านมทั้งสอง ลิ้นของฉันเลียวนที่หัวนมทีละข้าง มือซ้ายเลื่อนลงไปด้านล่าง หยุดที่เนินซึ่งมีขนดกดำ แล้วขยี้เบาๆ นิ้วกลางชอนไชเข้าไปในร่องระหว่างแคมทั้งสอง มันชื้น เปียก รู้สึกถึงความร้อนและความชุ่มฉ่ำ ปลายนิ้วสัมผัสเม็ดละมุด ฉันแตะเบาๆ แล้วคลึงวนไปมา ส่วนอีกมือบีบคลึงเต้านมที่ยังตั้งเต้า
น้าหงษ์ร้องเสียงซู่เบาๆ แล้วบอก “น้าทนไม่ไหวแล้ว เอากันดีกว่า”
เธอผละจากตัวฉัน ถอยหลังไปที่เตียง นั่งลง สองขาห้อย “ยังไม่เห็นของนนท์เลย เข้ามาหาน้าตรงนี้ซิ”
ฉันยืนขึ้น ดึงผ้าเช็ดตัวทิ้ง แล้วเดินไปหยุดตรงหน้าเธอ น้าหงษ์จ้องตาไม่กระพริบ มือค่อยๆ ยื่นมาลูบไล้แท่งเนื้อของฉันที่ตอนนี้แข็งชัน สู้มือเธออยู่ เธอพึมพำเบาๆ “ทำไมใหญ่ดีจัง อย่างนี้น้าก็หลงตายเลยสิ”
แล้วเธอก็นอนลงบนเตียง สะโพกชิดขอบ ขาทั้งสองแยกถ่างออก “งอแขนทั้งสองข้างไว้” เธอบอก แล้วเอาขาทั้งสองวางบนแขนฉัน เตียงสูงพอดี ทำให้ปลายท่อนเอ็นของฉันจ่อตรงร่องระหว่างแคม เธอขยับสะโพกเข้ามาหามือ จับท่อนเนื้อของฉัน เอาปลายถูไถในร่องที่แฉะไปด้วยน้ำ พร้อมส่ายสะโพกไปมา ปากก็คราง “มันจริงๆ เลย… นนท์ค่อยๆ กระเด้าให้ท่อนเนื้อเข้าไปทีละนิดนะ… เออ… แบบนั้นแหละ…ดีจังเลย ถูกใจน้าที่สุดเลย…ดูสิ มันเข้าไปจะหมดแล้ว อีกนิดเดียว…ค่อยๆ ดันเข้าให้มิดเลยนะนนท์…ดูสิ ขนพันกันหมดแล้ว… นนท์อัดให้แน่น แล้วส่ายก้นด้วยนะ… แบบนั้นแหละ… มันไปถูเม็ดละมุดของน้าเสียงดีจริงๆ… ค่อยๆ ชักออกนะ พอจะหลุดก็กระเด้าเข้ามาเลย… ช้าก่อน… แบบนั้นแหละ… เร็วขึ้นอีกหน่อยสิ… อุ้ย ดีจังเลยนนท์… ทีนี้กระเด้าแรงๆ เลย น้ำน้าจะออกแล้ว… แบบนั้นแหละ…”
ฉันจึงอัดเข้าเต็มที่ กระเด้าอย่างรุนแรงจนน้าหงษ์สะท้านไปทั้งร่าง น้ำของเธอไหลนองเต็มที่นอน ฉันค่อยๆ ชักท่อนเนื้อออก เอาผ้าชุบน้ำเช็ดที่ล้นออกมาจากหว่างแคมทั้งสองข้าง เห็นเธอนอนหอบ หน้าอกขึ้นลงเป็นจังหวะ ฉันจึงนอนลงข้างๆ
น้าหงษ์หันมามองหน้าฉัน สายตายังพร่ามัว “มีความสุขที่สุดเลย นนท์อย่าเพิ่งเบื่อน้าเลยนะ น้าไม่ผิดหวังเลย”
แล้วเธอก็เหลือบลงไปเห็นท่อนเนื้อของฉันที่ยังคงแข็งตัว “เอากับน้าเมื่อกี้นี้ น้ำยังไม่ออกเหรอ”
ฉันนอนหลับตาอยู่ ส่ายหน้าเบาๆ
เธอกระซิบข้างหู “ทนแบบนี้น้าชอบจังเลย เดี๋ยวน้าจะขึ้นขี่ให้นะ รอให้หายเหนื่อยก่อน”
คืนนั้นเราสองคนอยู่ด้วยกันจนฟ้าสาง
นี่คือเรื่องของฉัน ตอนนี้เรายังคงมีอะไรกันเป็นประจำ พ่อดีใจที่น้าหงษ์มีความสุข เธอยังคงรักและดูแลพ่ออย่างดี แต่ฉันก็อดถามตัวเองไม่ได้ทุกครั้งที่มองไปข้างหน้าว่า แล้วถ้าฉันอยากมีเมียเป็นของตัวเองสักวันหนึ่ง ฉันจะทำอย่างไร ถ้ามันต้องเป็นแบบนี้ตลอดไป
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM

Leave a Reply