Update
08-12-2013 – Update < 10% – เพิ่งได้นิดเดียว แต่แวะมาแปะ ๆ ไว้ก่อน เผื่อมีใครคิดถึง
08-12-2013 – Update 20% – แวะมาแปะเพิ่มอีกหน่อย
รักยม ตอนที่ 70 – ฝึกปรือ (<10%)
………………………………….
แสงไฟในห้องที่โดนเปิดจนสว่างโร่ขึ้นมาอย่างกระทันหัน ทำให้บอยสะดุ้งลืมตาตื่นจากฝันหวานขึ้นมา และเมื่อเขาหันไปมอง ก็เห็นแพรนางแบบสาวผิวสีน้ำผึ้งกำลังเดินตาปรือโซซัดโซเซเมาแอ๋เข้ามาในห้องพักอย่างหมดสภาพ ชายหนุ่มส่ายหัวน้อย ๆ ก่อนจะลุกขึ้นไปช่วยหิ้วปีกประคองนางแบบสาวที่มีสถานะเป็นคู่นอนแบบครั้งคราวขึ้นไปเกลือกกลิ้งบนเบาะนุ่ม
ความร้อนแรงของสุราที่ดื่มกินมาไม่น้อย และอารมณ์กลัดมันที่ติดพันมาจากการทำงาน ทำให้นางแบบสาวหุ่นอวบอัดสะลึมสะลือถอดเสื้อสายเดี่ยว และกระโปรงสั้นโยนทิ้งไป เหลือไว้ก็แต่เพียงยกทรงและกางเกงในตัวจิ๋ว แล้วขยับมือทั้งสองข้างมาบีบคลึงหน้าอกและโคกสวาท พร้อมทั้งส่งเสียงครางเรียกชื่อชายหนุ่มที่เธอหลงไหลในรสสวาทที่เขาเคยมอบให้
“อืมมม คุณเอกขา อืมมม เสียวจัง อืมมม”
งานของนางแบบสาวดาวรุ่งจะอย่างไรก็เป็นงานที่ไม่พ้นเรื่องเปลืองเนื้อเปลืองตัว การมาบางแสนในครั้งนี้ ตอนกลางวันเธอจะรับงานเป็นพริตตี้งานแข่งรถ ส่วนตอนกลางคืน เธอก็รับงานอวดเนื้อหนังมังสาในผับ ซึ่งแน่นอนว่าการอยู่ในสถานที่เช่นนั้นย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงการโดนชายหื่นแย่งกันสัมผัสเนื้อตัวจนอารมณ์กระเจิงได้
“เหอะ เหอะ ไอ้แพรเอ๊ย เป็นเอามาก”
หากเป็นผู้ชายคนอื่น เมื่อเจอเหตการแบบนี้ คงไม่แคล้วต้องถอดเสื้อผ้า แล้วกระโดดขึ้นไปคร่อมขย่มยัดเยียดความเป็นผัวให้นางแบบสาวสวยเสียแล้ว แต่สำหรับบอยนั้นแพรไม่ใช่ของใหม่สดซิงที่ไม่เคยลอง เขาจึงเพียงยิ้มน้อย ๆ แล้วเลือกเดินไปล้างหน้าล้างตาเสียก่อน จากนั้นค่อยกลับออกมาดูนาฬิกา ที่กำลังบอกเวลาตีสองครึ่ง
“เวรกรรมจริงกู อุตส่าห์มาถึงบางแสน ก็ดันเอาแต่นอน ตอนนี้ยังที่ให้ไปหม้อสาวมั้ยเนี่ย”
บอยส่งเสียงสบถด้วยความเสียดาย เพราะเมื่อเย็นที่ผ่านมาเขาก็เตรียมจะออกไปท่องราตรีหาสาว ๆ ลงท้องตามปกติ แต่กลับเจอเหตการณ์แปลก ๆ ที่อธิบายไม่ได้ไปหลายอย่าง จึงต้องตัดใจกลับมาตั้งหลักใหม่ที่ห้อง แล้วก็เผลอนอนหลับไปจนกระทั่งเพิ่งตื่นเอาตอนนี้
“เอาไงดีหว่า … ยิ่งกำลังอยาก ๆ อยู่ด้วย … หรือจะลักหลับไอ้แพรอีกรอบดี อยากนอนยั่วดีนัก”
หนุ่มเพลย์บอยพูดพลางนั่งลงบนเตียงขนาบข้างนางแบบสาว มือข้างหนึ่งขยับวูบสอดเข้าไปในยกทรง แล้วบีบขยำหน้าอกคัพใหญ่ด้วยความรุนแรงพอประมาณจนแพรตัวกระตุก ซึ่งความจริงนั้นบอยเองก็กำลังรู้สึกหื่นอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะเพิ่งตื่นจากฝันแสนหวาน ว่าได้ขึ้นเตียงแบบสุขเสียวกับสามสาวสวยพร้อมกัน
สาวคนแรกก็คือน้องเมย์เด็กสาวแสนสวย ที่บอยเกือบจะได้ยัดเยียดความเป็นสามีให้ในห้องน้ำปั๊ม สาวคนที่สองคือสาวสวยผิวขาวผุดผ่องชื่อฝ้าย ที่เขาเจอหน้าเพียงครั้งเดียวตอนเฝ้าโรงแรมม่านรูด ส่วนสาวสวยคนที่สามนั้น คือผู้หญิงที่บอยกล้าใช้คำว่าสวยสมบูรณ์แบบเหมือนนางฟ้า เสียดายก็แต่เขาไม่รู้จักชื่อของเธอ เห็นก็แต่คลิปลีลาการยั่วเย้าในโทรศัพท์มือถือของเพื่อนเกลอคนล่าสุด และสาวสวยทั้งสามนางนี้ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้หญิงของไอ้เกลอเอก ที่แสนจะน่าอิจฉาคนนั้นนั่นเอง
ความหื่นที่เก็บกดค้างคามาจากความฝัน ปลุกเร้าให้เขาขยับร่างขึ้นไปคร่อมบนร่างของนางแบบสาว ยกทรงและกางเกงในสีสวยโดนถลกออกไปอย่างรวดเร็ว เขาจับสองขาขาวเพรียวถ่างออกจนสุด แล้วเดินหน้ายัดเยียดแก่นกายกระแทกซอยเข้าใส่อย่างไม่มียั้ง แต่สาวสวยกลับร้องครางส่งเสียงซี้ดซ้าดเรียกชื่อไอ้เกลอของเขาออกมาทั้งที่ยังหลับไหล
บอยได้ยินเต็มหูแต่ก็ไม่ได้รู้สึกน้อยใจแต่อย่างใด เพราะในหัวของเขาตอนนี้ก็กำลังจินตนาการว่ากระเด้าใส่นางฟ้าเดินดินแสนสวยบริสุทธ์ที่ไม่รู้จักชื่อคนนั้นเช่นกัน นอกจากนั้นยังฝันหวานไปไกลลิบ ว่าบนเตียงนั้นมีฝ้ายและน้องเมย์นอนฉีกแข้งฉีกขารอคอยให้เขาระบายความใคร่ใส่อยู่ด้วย
จินตนาการอันแสนเร้าใจนี้ สร้างความสุขให้กับชายหนุ่มได้อย่างล้นเหลือจนแทบไม่น่าเชื่อ ทั้งที่เป็นเพียงแค่ความฝัน แต่ก็เร่งเร้าอารมณ์จนบั้นเอวกระแทกใส่ร่างของแพรแบบไม่มียั้ง และเพียงเวลาไม่นานนักเขาก็ตัวเกร็งระเบิดน้ำกามพุ่งปรี๊ดออกไปจนแทบหมดก๊อก … ชายหนุ่มจึงได้แต่ทิ้งตัวลงไปนอนซบอกของแพรเพื่อพักเหนื่อย และได้แต่คิดในใจว่าเพียงความฝันก็เร้าใจขนาดนี้ หากได้นอนกอดเสพสุขกับบรรดาสาวสวยทั้งสามคนพร้อมกัน จะสุขสุดยอดขนาดไหน
………………………………….
แม้จะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ผู้คนค่อนข้างพลุกพล่าน แต่เมื่อเวลาล่วงเลยไปจนเกือบถึงตีสาม ผู้คนก็พากันกลับเข้าที่พักกันเกือบหมด บรรยากาศของเลาจ์เครื่องดื่มริมสระว่ายน้ำจึงค่อนข้างเงียบเหงาไร้ผู้คน หลงเหลือก็แต่บอยที่ข่มตานอนไม่หลับ เพราะนอนกินบ้านกินเมืองมาแล้วแทบจะทั้งวัน
ขณะที่กำลังเพลิดเพลินไปกับรสชาตของฟองเบียร์นุ่มลิ้น และกำลังคิดหาสถานที่เกี้ยวสาวสวยมารองท้องสักคน สายตาของบอยก็เหลือบแลไปเห็นร่างงามเปล่งปลั่งระยิบระยับตาของสาวสวยนางหนึ่งเข้าเสียก่อน สาวผิวขาวหน้าตาดีใส่แว่นคนนั้น นั่งอ้อยอิ่งอยู่ริมสระว่ายน้ำอยู่เพียงลำพัง เธอสวมใส่เสื้อยืดคอเว้าลึกสีขาวเนื้อบาง และกางเกงขาสั้นเต่อถึงโคนขา
บอยเพ่งมองร่องอกของเธอแทบไม่กระพริบตา ในใจก็ส่งเสียงร้องอื้อฮือไปกับความสวยน่ารักของหญิงสาวหน้าตาดีคนนั้น แม้ว่าเธอคนนี้จะไม่ได้สวยเลิศเลอแบบนางฟ้าเดินดินคนนั้น หรืออาจเทียบไม่ได้กับน้องเมย์และฝ้าย แต่เธอคนนี้ก็จัดได้ว่าสวยเซ็กส์ซี่น่ากินไปทั้งตัว ตั้งแต่หัวยันปลายเท้า … สาวสวย เซ็กส์ซี่ นั่งเหงาเพียงลำพังคนเดียวในยามดึกแบบนี้ … ขอแค่กล้าลุย โอกาสมีชัยมากกว่าครึ่ง
หนุ่มเพลย์บอยย่อมไม่ขลาดเขลาจนไม่กล้ารุกเร้า แต่เขาก็รักษาเชิงไม่เปิดฉากรุกจนทำให้เหยื่อตื่นกลัว บอยจับจ้องมองรอคอยจนกระทั่งเธอคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาทางเขา เขาส่งยิ้มให้พร้อมกับยกแก้วเบียร์เป็นการทักทายหยั่งเชิง และตอนนี้เขาจึงค่อยรู้สึกคุ้นหน้าเธออยู่บ้าง แต่ไม่ทราบว่าเคยพบเห็นที่ไหน
สาวแว่นแสนสวยคล้ายจะคุ้นเคยกับการเกี้ยวพาราสีอยู่บ้าง เธอยิ้มและยกแก้วไวน์ในมือขึ้นแทนการทักทายตอบ คล้ายกับจะเปิดทางให้เขาเข้าไปหา แต่ในขณะเดียวกันเธอก็มิได้มองสนใจเขานานเกินไป เหมือนจะบอกว่าเธอพร้อมสนทนา แต่ไม่ใช่ของง่ายให้เขาเคี้ยวเล่น
กิริยาของสาวแว่นสุดสวยยิ่งปลุกเร้าความสนใจให้บอยมากกว่าเดิม เขาไม่ชื่นชอบผู้หญิงที่สร้างกำแพงจนหนาเตอะยากเข้าหา และในขณะเดียวกันก็ไม่นิยมผู้หญิงที่ปล่อยตัวปล่อยใจจนเรียกว่าง่าย ดังนั้นเมื่อได้เจอกับกิริยากึ่งยั่วเย้ากึ่งท้าทายจึงทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกระสันอยากลิ้มลองสาวแว่นนางนี้ขึ้นมาทันที
“มาเที่ยวเหรอครับ? หรือมาทำงาน?”
ชายหนุ่มไม่ยอมพลาดโอกาสทอง เขาจัดเสื้อผ้าหน้าผมพอเป็นพิธี ก่อนจะเดินเข้าไปหาแล้วถือวิสาสะนั่งลงบนเก้าอี้โดยมิได้ขออนุญาต พร้อมทั้งฉวยโอกาสเปิดฉากพูดคุยไปพร้อมกัน
“… มาเที่ยวกับแฟนค่ะ”
เธอหันมาตอบด้วยรอยยิ้มที่ยากคาดเดาความคิด หากแปลความตามประโยคโดยตรง ก็อาจมองได้ว่าเป็นการประกาศตัวว่าเธอมีเจ้าเข้าเจ้าของแล้ว แต่อากัปกิริยาท่าทางที่ไม่มีท่าทีรังเกียจ ทั้งยังมองกลับมาด้วยสายยั่วเย้านั้นกลับทำให้บอยแปลความหมายได้อีกแบบว่า เธอมีเจ้าของแล้ว แต่ก็พร้อมเปิดโอกาสให้เขาอยู่ในที บอยจึงถามหยั่งเชิงไปอีกครั้ง
“แฟนหลับไปแล้วเหรอครับ?”
“เปล่าค่ะ … แฟนของนิคกี้ มีธุระสำคัญ ต้องกลับไปกรุงเทพก่อน คืนนี้นิคกี้ก็เลยต้องนั่งเหงาอยู่คนเดียว”
คำตอบของเธอทำให้บอยยิ้มร่าออกมา เพราะการเปิดเผยชื่อตัวเองทั้งยังบอกว่าเหงานั้น ย่อมแปลความได้ว่าเธอกำลังมองหาใครสักคนเพื่อคลายเหงา และเขาเองก็อยู่ในข่ายที่เธอคิดพิจารณาเลือกด้วย
“งั้นก็ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณนิคกี้ ผมชื่อบอย เป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรม กำลังเหงาเหมือนกัน งั้นผมขอนั่งเป็นเพื่อนคุยด้วยก็แล้วกันนะครับ”
“เหงาจริงเหรอคะ? นิคกี้นึกว่าคุณบอยจะเป็นพวกผู้ชายเจ้าชู้ ฝากรักกับผู้หญิงไปเรื่อยซะอีก”
เธอถามพร้อมทั้งก้มโน้มตัวลงมาวางแก้วไวน์บนโต๊ะ คล้ายตั้งใจคล้ายไม่ตั้งใจ แต่นั่นทำให้เสื้อคอเว้าที่สวมใส่ห้อยตกลงจนบอยแลลอดเข้าไปเห็นสองเต้าขาวอวบเกือบเต็มสองตา … สำหรับเขาแล้ว ผู้หญิงคนนี้กำลังตั้งใจยั่วเขาชัด ๆ
“ไม่ใช่หรอกครับ คุณนิคกี้เข้าใจผิดแล้ว ผมไม่ใช่พวกผู้ชายเจ้าชู้หรอก ผมน่ะแค่ยังหาตัวจริงไม่เจอ”
“คิก คิก งั้นผู้หญิงที่หลับอยู่ในห้อง ก็เป็นตัวสำรองเหรอคะ?”
บอยชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเธอทิ้งท้ายคำถามที่ไม่แน่ใจว่า เธอเพียงคาดเดาไปเรื่อย หรือว่ารู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเขา บอยจึงไม่คิดจะพูดโกหกไปแบบตรง ๆ
“หมายถึงคนไหนเหรอครับ?”
“ท่าทางจะมีจริง ๆ ด้วยซินะคะ นิคกี้ไม่รู้หรอกค่ะว่าคนไหน นิคก็แค่เดาเอา ถึงนิคจะเป็นนางแบบ แต่นิคก็ชอบดูหมอน่ะค่ะ ชอบเดานิสัย เดาบุคลิกคน อย่างคุณบอย ดูหล่อ ๆ มีฐานะสักหน่อย นิสัยก็เหมือนจะใช้ได้ นิคก็เลยเดาว่าไม่น่าจะมานอนคนเดียว … นิคเดาถูกมั้ยคะ?”
เธอหัวเราะตอบด้วยน้ำเสียงสดใส ซ้ำร้ายยังแกล้งยั่วยวนซ้ำด้วยการสลับไขว้ขาขาว ๆ ตอนที่พูดว่าตัวเธอเองเป็นนางแบบ ให้เขากลืนน้ำลายเล่นไปอีกหนึ่งอึก
“คุณนิคดูแม่นนะครับ ผมสารภาพก็ได้ว่า ผมมากับผู้หญิงคนนึงจริง ๆ แต่ว่านั่นยังไม่ใช่ตัวจริงของผมครับ”
“แล้วตัวจริงของคุณบอย ต้องเป็นยังไงเหรอคะ?”
“ก็แบบ … ผู้หญิงผิวขาว ขี้เล่น ใส่แว่น เซ็กส์ซี่ … แบบคุณนิคกี้นี่ผมว่าเข้าข่ายเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลย”
บอยมองเธอด้วยดวงตาลุกวาว และตอบแบบเอาอกเอาใจตามแบบฉบับของหนุ่มเพลย์บอยโดยเน้นรุกคืบในทุกคำพูด แต่สาวแว่นแสนสวยกลับพูดตอบกลับมาแบบตรงไปตรงมาเกินเหต จนเขารู้สึกกระดากอยู่บ้าง
“คิก คิก ผู้ชายร้อยทั้งร้อย พูดแบบนี้เพราะอยากหลอกฟันผู้หญิงทั้งนั้นแหละ … คุณบอยก็เหมือนกันหรือเปล่าคะ?”
“อะแฮ่ม … เอ่อ … อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ เรียกว่าพูดคุยเพื่อสร้างความสนิทสนมดีกว่า”
“อืม เรียกแบบนั้นมันฟังดูดีกว่าซินะ … งั้น … นิคขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยคะ … ถ้าคุณบอยตอบถูกใจ … คืนนี้ทั้งคืนนิคจะยอมตามใจคุณบอยทุกอย่างเลย”
นิคกี้พูดพลางทำหน้าตาออดอ้อน มือข้างหนึ่งของเธอขยับวูบไปแปะบนลำคอขาวผ่องของตัวเอง แล้วก็ลากวูบลงไปเบื้องล่างอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วลากผ่านร่องอก ผ่านหน้าท้อง แล้วไปจบลงที่โคนขาอ่อน และนั่นก็ทำเอาบอยต้องกลืนน้ำลายลงคออีกหนึ่งอึก แล้วส่งเสียงถามด้วยลำคออันแห้งผาก
“งั้นถามมาเลยครับ”
“งั้นถามนะคะ … นิคกี้เคยคบกับผู้ชายมาหลายคน แต่นิคกี้ยังไม่เคยเจอใครที่จะมอบความสาวให้ … แต่แล้ววันหนึ่งนิคกี้ก็เจอผู้ชายที่นิคกี้ถูกใจ และอยากมอบความสาวให้เขา … เมื่อคืนวานนิคกี้ตั้งใจจะมอบความสาวให้ผู้ชายคนนั้นด้วยหัวใจระทึก … แต่แล้ว … กลับมีผู้ชายอีกคนมาชุบมือเปิบ ข่มขืนขยี้ครั้งแรกของนิคกี้จนพังยับเยิน … คุณบอยคิดว่า นิคกี้ ควรจะแก้แค้นผู้ชายที่ชอบฉวยโอกาสคนนี้ยังไงดีคะ?”
เธอถามด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น ดวงตาของเธอเหมือนจะแฝงแววแห่งความโกรธเกรี้ยวมากกว่าเดิม จนบอยเริ่มอึดอัดไม่แน่ใจว่าควรตอบอย่างไร เขาเพียงมั่นใจว่าเธอน่าจะพูดความจริง และนั่นก็หมายความว่าสาวแว่นแสนสวยคนนี้เพิ่งผ่านประสบการณ์เสียสาวมาเมื่อคืนวานแบบสด ๆ ร้อน ๆ ดังนั้นเขาจึงเน้นตอบแบบเอาใจเป็นหลัก ทั้งที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขาเลยด้วยซ้ำ
“ผู้ชายแบบนี้เลวมากครับ ต้องจับมาสับเป็นพันชิ้น แล้วโยนให้เป็ดกิน … แต่ยังไงถ้านิคกี้จะให้โอกาส ผมยินดีจะช่วยเยียวยาแผลใจครั้งนี้นะครับ”
“สับเป็นพันชิ้น … คิก คิก น่าสนใจนะคะ … ตอบถูกใจส่วนนึง แต่ไม่ทั้งหมด … งั้นเอาแบบนี้นะคะ … เรามาเล่นไล่จับกันดีกว่า”
“ไล่จับ?”
“ใช่ค่ะ ตอนเด็ก ๆ นิคชอบเล่นไล่จับกับเพื่อน นิคจะวิ่งหนีก่อน แล้วให้เพื่อนไล่ตาม ถ้าเพื่อนไล่ทัน นิคก็จะยอมทำตามที่เพื่อนบอกให้ทำ … ทุกอย่าง …”
สาวแว่นพูดด้วยน้ำเสียงเซ็กส์ซี่ยั่วยวนจนบอยตื่นกระสัน โดยเฉพาะเมื่อได้ยินว่าเธอจะยอมทุกอย่างหากเขาไล่ตามเธอทัน และเมื่อเธอพูดจบก็ก้มหน้าลงมาถอดรองเท้าเหมือนตั้งใจจะให้เขาเห็นร่องอก แล้วเริ่มเดินนวยนาดด้วยฝ่าเท้าอันเปลือยเปล่าไปตามริมสระว่ายน้ำอีกทางหนึ่ง
“มาซิคะ”
เธอส่งเสียงเชื้อเชิญออกมาคำหนึ่งเมื่อเดินออกไปได้ระยะพอประมาณ บอยจึงฉีกยิ้มกว้าง ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจไปกับเกมใหม่ ที่เขาอยากตั้งชื่อว่า ถ้าหนีไม่ทัน ฉันจะฟันเธอ
เขาเริ่มด้วยการเดินอย่างรักษามาด ไม่กระโตกกระตาก ไม่พยายามแสดงท่าทีหื่นกามมากเกินไป แต่เมื่อเธอเริ่มเร่งความเร็วจากเดินเป็นกึ่งเดินกึ่งวิ่งจนทิ้งระยะห่างออกไป บอยก็อดไม่ได้ต้องเริ่งฝีเท้าเร็วขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าร่างของเธอทำท่าจะมุดหายเข้าไปในพุ่มไม้หนาทึบหลังตึก เขาก็ซอยเท้าเร่งความเร็วโผกระโจนตามร่างอ้อนแอ้นเข้าไปในนั้น
บอยฉีกยิ้มด้วยความมั่นใจว่าเธอต้องเสร็จเขาแน่ เพราะโรงแรมแห่งนี้เขามาพักแล้วนับสิบครั้ง และจำได้เป็นอย่างดีที่ทิศทางที่เธอวิ่งนำไปนั้นเป็นทางตันไม่มีทางออก แต่แล้วเมื่อกระโจนพุ่งผ่านทะลุพุ่มไม้หนาทึบออกไปได้ บอยก็รู้สึกได้ว่าร่างตัวเองกำลังลอยคว้าง ไม่มีที่เหยียบเท้า
“เฮ้ยยยยยย !!!”
ชายหนุ่มร้องเสียงหลงเมื่อร่างของเขากำลังร่วงหล่นลงไปเบื้องล่าง แต่ยังดีที่เพียงแวบเดียว ร่างของเขาก็ร่วงลงไปกระแทกเข้ากับพื้นน้ำเสียงดังตูมสนั่น ระยะเหมือนจะไม่สูงมาก เขาจึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร มองไปมองมาด้วยความเป็นห่วงว่าสาวแว่นแสนสวยจะร่วงลงมาก่อนเขาหรือเปล่า ก็ไม่พบเจอใครอื่น นอกจากได้รับรู้ว่าเขากำลังอยู่ในบ่อขนาดเล็ก ที่มีน้ำเหม็นเน่าบรมบ่อหนึ่ง
“แหวะ โคตรเหม็น … คุณนิคกี้ เฮ้ คุณตกลงมาหรือเปล่า เป็นยังไงบ้าง?”
เขาส่งเสียงตะโกนด้วยความเป็นห่วง จนเสียงนั้นสะท้อนก้องไปก้องมาในบ่ออันเล็กแคบ รอคอยจนเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงค่อยได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักสดใสเหมือนพออกพอใจของหญิงสาวสักคน แต่เนื่องจากมีเสียงก้องสะท้อนไปมา เขาจึงไม่แน่ใจนักว่าเป็นเสียงของนิคกี้หรือเปล่า รู้แต่ว่าถัดมาอีกไม่นานนัก ก็เห็นเงาคนโผล่หัวมามองที่ขอบบ่อ แล้วตะโกนส่งเสียงลงมา ท่าทางเหมือนจะเป็นคนเห็นเหตการณ์แถวนี้พอดี
“คุณ … เป็นอะไรหรือเปล่า … อยู่ ๆ ก็วิ่งคนเดียว แล้วกระโดดลงมาในบ่อของเสียทำไม คุณ เฮ้ เป็นอะไรมั้ย เมาเหล้าหรือเปล่า?”
เมื่อได้ยินว่ากำลังอยู่ในบ่อของเสีย บอยจึงค่อยรู้สึกพะอืดพะอมมากกว่าเดิม เพราะตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่าไอ้เจ้าพวกก้อนเละ ๆ เหม็น ๆ ในความมืดพวกนี้คืออะไรกันแน่ ว่าแต่ที่อีกฝ่ายบอกว่าเขาวิ่งคนเดียว มันหมายความว่ายังไง ก็เขาวิ่งตามนิคกี้มาชัด ๆ
“มะ ไม่เป็นไร … เอ่อ ช่วยด้วย … แล้วช่วยดูด้วยนะครับว่า ผู้หญิงสวย ๆ นมใหญ่ ๆ ใส่เสื้อกล้ามอยู่แถวนั้นหรือเปล่า”
“ผู้หญิงอะไรที่ไหนครับ ผมไม่เห็น เป็นบ๋อยที่ซุ้มเบียร์ เห็นคุณไปนั่งริมสระคนเดียว แล้วอยู่ ๆ ก็วิ่งกระโดดเข้าไปในพุ่มไม้ ยังดีนะที่ไม่บาดเจ็บ รอแว้บนะครับ เดี๋ยวผมไปตามพวกมาช่วยก่อน”
ถ้อยคำของบ๋อยคนนั้นคล้ายฟ้าผ่ากลางแจ้ง บอยขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกงุนงงและเย็นเยียบ ทำไมบ๋อยถึงบอกว่าเห็นเขานั่งคุยคนเดียว แล้ววิ่งคนเดียว … นี่มันหมายความว่ายังไง?
………………………………….
(ยังเขียนไม่เสร็จนะครับ)
เนื่องจากที่นี่ มียอดการเปิดอ่านเรื่องนี้สูงที่สุดในเมืองไทย จึงควรเปิดกระทู้นี้ให้ท่านผู้แต่งได้เข้ามาอ่าน หรือ คุยกับท่านผู้อ่านได้สะดวกขึ้น
ผมขอเสนอท่านผู้อ่านทุกท่านว่า น่าจะแสดงความเห็นที่กระทู้นี้ (สั้นๆก็ได้) ท่านผู้แต่งจะได้รู้สึกหายเหนื่อย หรือ อยากแต่งตอนใหม่ให้จบเร็วยิ่งขึ้น
ท่านผู้แต่งอุตส่าห์เขียนให้เราอ่านยาวมาก ทั้งเนื้อความในแต่ละตอน และจำนวนตอนที่แทบไม่มีเรื่องอื่นมาเทียบได้ เราก็น่าจะเขียนอะไรตอบแทนท่านบ้าง
อย่างน้อยแค่คำขอบคุณก็ยังดี แต่ผมเชื่อว่า ท่านรักยม(Assasin 008) ต้องอยากอ่านอะไรจากท่านมากกว่านั้น ที่ส่งเสริมกำลังใจและจินตการซึ่งกันและกันนะครับท่าน
ตอนนี้ถ้าอยากอ่าน ” รัก ยม ” ตอนที่ 53 – 59 เชิญได้ที่ลิงค์ข้างล่างนี้นะครับทุกท่าน (บางหน้าต้องเลื่อนลงไปหาอ่านด้วยนะครับ)
ท่านรักยม (Assasin 008) ก็มีอัธยาศรัยที่น่ารักเป็นกันเองกับท่านผู้อ่าน เชิญทุกท่านเข้ามาพูดคุยกับท่านกันที่นี่ด้วยกันนะครับ นอกจากที่จะแสดงความคิดเห็น วิจารณ์ เสนอแนะ ให้กำลังใจหรือขอบคุณกันแล้ว
สำหรับท่านที่ยังไำม่เคย ตอบ (REPLY) ซักครั้งเลย น่าจะลองได้แล้วนะครับ ตรงที่เห็นคำว่า REPLY ( REPLY | NOTIFY | SEND THIS PRINT | PRINT )
เอาลูกศรของเม้าส์ไปวางตรงนั้นแล้วคลิกหนึ่งครั้ง เดี๋ยวจะมีหน้าใหม่ขึ้นมา ทางมุมซ้ายบนมีคำว่า Post reply ล่างลงมามีกรอบสี่เหลี่ยมว่างๆ ในกรอบนี้จะเห็นมีตัว l กระพริบอยู่ พิมพ์เข้าไปได้เลยครับตรงที่กระพริบนี้
เริ่มจาก ขอบคุณครับ หรือ ขอบคุณค่ะ ก่อนก็ได้ ต่อไปก็จะมีเรื่องอื่นอยากพิมพ็เพิ่มไปเองนะครับ
ลองทำกันดูนะครับทุกท่าน
ขอขอบพระคุณท่าน รักยม (Assasin 008) เป็นอย่างสูงอีกครั้งนะครับ ที่ทำให้เราได้มีเรื่องนี้ได้อ่านกันอย่างเพลิดเพลินและมีความสุขเลยสุดยอดไปอีกด้วย
เชื่อว่าเรื่องนี้คงยาวไม้แพ้ ” เพชรพระอุมา “ เป็นแน่เชียว
อีกแล้วนะครับ นอกจากจะมีท่านที่เข้ามาโพสท์แล้วน่าจะเป็นที่น่าพอใจของท่านผู้แต่ง จึงค่อยพิจารณากันใหม่
ผมต้องการที่จะเชิญท่านผู้แต่งมาทักทาย หรือตอบคำถามที่นี่ด้วย แต่เห็นยอดที่นี่แล้ว ต้องรอไปก่อนครับ

Leave a Reply