ความสุขของกะทะ ตอน 20 ฝันในฝันของพี่พลอย [จบปฐมบท]

ความสุขของกะทะ ตอน 20 ฝันในฝันของพี่พลอย [จบปฐมบท]โดย kankan

        30 วันก่อนการเดินทางไกล

กะทะเดินทางไปเชียงราย โดยไปเช่าโฮมเสตย์ เพราะกะทะรู้สึกว่าชัยภูมิตรงนั่นเหมาะ
กับการที่เขาจะฝึกให้ถึงองค์คุณแห่งกสิณทั้ง 10 ประการให้บริบูรณ์
พอดีช่วงนี้นักเดินทางมีน้อย แถวนั้นคงมีแต่กะทะเพียงคนเดียวเท่านั้นที่พักอยู่

ตื่นเช้าประมาณ 5 ตี กะทะเริ่มต้นทำสมาธิจิตทันที โดยเขาเข้าสมาธิจิตแบบมีรูป
ไปตามลำดับ 1-2-3-4 แล้วไล่ลง 4-3-2-1 จากนั้นก็วนขึ้น 1-2-3-4 สงบตั้งมั่น
จิตดำรงอยู่ในระดับนั้นนิ่งและนาน เมื่อกะทะถอยลงมาที่ระดับ 1
จิตใจของเขาปลอดโปร่งแจ่มใสแต่เด็ดเดี่ยวมั่นคงหนักแน่นเหมือนหินผา

กะทะกำหนดจิตให้เข้าสมาธิแบบไร้รูปที่อาจเรียกว่าเป็นสมาธิระดับ 5-6-7-8
แล้วถอยกลับ 8-7-6-5-4-3-2-1 กะทะไล่สมาธิขึ้นๆลงๆ
จากนั้นเข้าสลับไปมาเพื่อความคล่องตัวในการนำกำลังของสมาธิจิตออกมาใช้งาน
แล้วกะทะทรงอยู่ในระดับ 8 อันว่างเปล่าไร้รูปไร้นามที่เป็นสภาวะของอนันต์กาล

….”เมื่อเธอถูกเล้าโลม เจ้าหญิงสุดที่รักของข้าเอย
ขอเธอจงเข้าสู่ภายในการของการเล้าโลมนั้นเถิด
และเพียงเธอตระหนักถึงชีวิตอันเป็นนิรันดรเท่านั้นเอง”….

กะทะเข้าใจกระจ่างยิ่งขึ้น
…ขอเธอจงเข้าสู่ภายในของการเล้าโลมนั้นเถิด
..และเพียงเธอตระหนักถึงชีวิตอันเป็นนิรันดร…เท่านั้นเอง…”

สภาวะนั้นก็คือตรงนี้นี่เอง….

“ออออ…โอมมมมมมมม……”
สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งมหาจักรวาล

กะทะอยู่ในสภาวะนั้นจนเต็มอิ่ม
แล้วก็ถอยออกมาสู่สภาวะปกติ
กะทะรู้สึกได้ด้วยปราณที่เข้มแข็งเต็มพลัง
กระจายไปตามชีพจรน้อยใหญ่นับแสนๆจุด
เขาทราบดีว่ายิ่งนานวันเส้นทางของสายปราณ
รวมจุดต่อเชื่อมต่อต่างซึ่งเดิมมองไม่เห็น
ตอนนี้เขาเห็นกระจ่างชัด นอกจากเห็นยังสามารถรวมและแยก
พลังปราณของเขาไม่ใช่สีแดง สีรุ้ง อีกต่อไปแล้ว
ตอนนี้พลังปราณของกะทะกระจ่างพราวเป็นประกายพฤกษ์
ดุจดั่งเพชรถูกแสงแดดยามเที่ยงวัน

นอกจากกำลังของปราณแล้วกะทะยังรู้อีกว่า
ความต่อเนื่องและสืบต่อของสายปราณดุจน้ำทะลักทะลาย
ประหนึ่งเหมือนไม่มีวันหมดวันสิ้น

กะทะโคจรพลังปราณให้กระจายไปทั่วร่างอีกรอบ
ขณะนี้จิตก็คือคือพลัง จิตเคลื่อนพลังเคลื่อน
จิตหยุดนิ่ง พลังหยุดนิ่ง ต่างก็เป็นหนึ่ง ละหนึ่งนั้นคือความว่างอันนิรันดร์

กะทะเข้าสมาธิจิตจากรูปสู่ไร้รูป หยุดนิ่งที่ไร้รูป
ถอยกลับมาที่ธิจิตขั้นต้นที่มีรูปอีกคราว

………………

กะทะนึกถึงไฟ
ไฟในนิมิตปรากฎเป็นแก้วประกายพฤกษ์
กว้างใหญ่ไม่อาจกำหนดขอบเขตได้ว่าแค่ไหน

กะทะบีบย่อกลุ่มคุณสมบัติแห่งไฟให้ลงเล็กลง
บีดให้เล็กลงเรื่อยๆ จนเหลือเล็กกว่าปลายเข็ม
แต่ความสุกสว่างและคุณสมบัติของความเป็นไฟพ้นประมาณ

กะทะนำคุณสมบัติของไฟที่สร้างส่งออกจากปลายนิ้วชี้
ฉบับพลันปรากฎไฟสว่างวาบดวงสีน้ำเงินเข็ม
แสดงถึงความร้อนและพลังงานสูงออกมาจากนิ้ว

กะทะทดลองชี้ปลายนิ้วไปหนังสือขนาดใหญ่เล่มหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ
ประกายเจิดจ้าพุ่งออกจากปลายนิ้วพุ่งเข้าใส่หนังสือทันที
เขาเริ่มเข้าใจถึงการใช้พลังจากกสิณไฟอย่างกระจ่างแล้ว

กะทะลุกขึ้นหยิบหนังเล่มนั้นมาดูที่ปกหนังสือที่เป็นรูกลมขนาดเล็กมาก
เปิดไปที่กลางเล่ม จนถึงท้ายเล่ม ขนาดรูกลมสมบูรณ์
เป็นไปตามที่เขากำหนดให้หน้าหนังสือทุกหน้าทะลุ
แต่ปกหน้ากับปกหลังปราศจากร่องรอย

กะทะยกส่องเขาเห็นรอยทะลุเชื่อมกันสมบูรณ์
ใครก็ยากจะบอกได้ว่าเกิดจากอะไร

จากนั้นกะทะมานั่งขัดสมาธิบนเตียงอีกครั้ง
ทบทวนาฝึกการใช้พลังไฟไปทุกรูปแบบที่จะคิดและจินตนาการได้
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดเอาไว้
กะทะจึงหันไปฝึกกสิณน้ำต่อไป

แต่ในครั้งแรกนี้กะทะยังทำได้ไม่ดีนัก
ดีแต่ว่าตอนนั้นเป็นเวลาประมาณเกือบ ๆ ตี 2
ผู้คนเขานอนหลับกันหมดแล้ว

ไม่มีใครมาเห็นว่าน้ำในคลองของพวกเขา
ถูกใครก็ไม่รู้มายกสายน้ำทั้งสายหลายกิโลเมตรขึ้นไปไว้บนท้องฟ้า
ลำคลองทั้งสายแห้งขอดไปหมดไม่มีน้ำแม้หยดเดียว

ขณะที่กะทะคิดว่าจะทำอะไรต่อ
เสียงกังวาลก้องเข้ามาในมโนจิตของเขาทันที
“สัญชัย..เธอจงกำจัดขอบเขตของการฝึกเอาไว้ก่อน
กำหนกเขตการฝึกเอารัศมี 4 ก้าวก็เพียงพอ…”

กระแสเสียงหายไป
เขาไม่เคยรู้เรื่องการกำหนดเขต

กะทะจึงคลายพลังปล่อยสายน้ำกลับคืนสู่ลำคลองเหมือนเดิม
อธิบษฐานจิตกำหนดขอบเขตเช่นคุรุผู้ปราณีเตือน
กำหนดแล้วกะทะเห็นกรอบสี่เหลี่ยมขนาดแปดคูณแปดเมตรสว่างจ้าในมโนสำนึก
จากนั้นกะทะจึงเริ่มฝึกกสิณน้ำใหม่ทันที กะทะฝึกอยู่จนกระทั่งถึงเช้าก็ยังไม่คล่องนัก
เขาต้องการให้อิทธิที่เขาแสดงอยู่เพียงในขอบเขตนี้เท่านั้น

……………….

คืนที่สองกะทะฝึกกสิณน้ำต่อ
เขาใช้เวลาไม่นานนักก็สามารถที่ใช้คุณสมบัติของน้ำได้สมบูรณ์
ใช้น้ำในการชำระล้าง ให้ความเย็น แก้ไขพิษ และสร้างอานุภาพทำลายล้างอันยิ่งใหญ่ได้
จากนั้นกะทะก็ฝึกการใช้กสิณดิน ลม อากาศ

……………….

คืนที่สาม กะทะฝึกส่วนที่เหลือจนครบทั้งหมด
ฝึกจนสามารถใช้กสิณทั้งสิบได้อย่างแคล่วตามใจนึกได้ในเวลาเพียงสามวัน

จากนั้นกะทะก็ใช้การรวมกสิณ
เช่น ดินกับไฟ ไฟกับอากาศ อากาศกับน้ำ เป็นต้น
จากหนึ่งชนิดเป็นสองชนิด สามชนิด
ที่กะทะสามารถนำคุณสมบัติมาใช้รวมกันให้กลายเป็นหนึ่งได้

ขณะที่กะทะนั่งสมาธิเข้าถึงอนันตภาพบริบูรณ์
กะทะได้รับกระแสเสียงที่ส่งมายังเขาได้อีกครั้ง

“สัญชัย..ต่อไปเธอต้องรวมกสิณทั้งหมดให้เป็นหนึ่งเดียวกันนะ…”

เสียงคุรุบอกมาเพียงเท่านี้
กะทะเอามาคิดแล้วคิดอีกว่าจะรวมกสิณทั้ง 10 ให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้แบบไหน
เขาเฝ้าคิดแล้วคิดเล่าจนเผลอหลับไป
ในขณะอยู่ในอาการหลับรู้สึกเหมือนว่าเขาฝัน
แต่เป็นฝันที่ช่างเลือนลางเต็มที

ผ่านไปอีกพักใหญ๋กะทะสะดุ้งตื่นขึ้นใส
ในฝันเลือนลางนั้นเหมือนจะบอกอะไรบางอยู่
การรวมนั้นไม่ใช่เอามารวมกันแน่ๆ
แต่เป็นการนึกถึงคุณสมบัติทั้งหมดของกสิณ
แบบพรึบเดียวครบองค์ประกอบทั้งสิบประการ

แล้วจะทำยังไง….
กะทะหน้านิ่วคิ้วขมวด
ความง่วงหายไปหมดสิ้น

องค์ของกสิณทั้งสิบมันก็คือคุณสมบัติธาตุในธรรมชาติ
เป็นธาตุของมหาจักรวาลนี้ไม่ว่าจะเกิดดับอีกรอบก็ตาม

“เข้าใจแล้ว…เรา..เรา..เข้าใจแล้ว..แบบนี้..นี่เอง…เข้าใจแล้ว….”
กระแสเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดีและลิงโลด

“หนึ่งก็คือจิต รวมเป็นหนึ่ง
หนึ่งคือกสิณทั้ง 10 ให้อยู่ในขณะจิตเดียวกัน
แล้วใช้คุณสมบัติของธรรมชาติดั้งเดิมออกไปได้พร้อมๆกัน
ไม่ต้องไปแยกแยะว่าเป็นดิน น้ำ ลม ไฟ หรืออะไร…แบบนี้นี่เอง…”

กะทะลุกขึ้นมานั่งสมาธิ ระลึกองค์คุณแห่งกสิณทั้ง 10 ให้ปรากฎขึ้นในจิต
ตอบแรกๆรางเลื่อน เพราะมันเคยชินกับการแยกประเภท
กะทะเพิกทั้งหมดออกไปก่อน

เข้าสมาธิจิตใหม่
จากสมาธิมีรูปไปสู่สมาธิไร้รูป
จิตตั้งมั่นที่ระดับสูงสุดก่อน
จนจิตเปี่ยมไปด้วยความมั่นคงหนักแน่นม

กะทะถอยสภาวะจิตลงมาแล้วจับองค์คุณแห่งกสิณทั้ง 10 ขึ้นมาใหม่
จับโดยไม่เลือกว่าเป็นกสิณกองไหนสำเหนียกทั้ง 10 พร้อมๆกัน

จากนั้นกะทะเข้าสมาธิจิตอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง
หยั่งถึงแหล่งพลังที่ศูนย์กลางมหาจักรวาล
ได้สัมผัสถึงพลังงานอันนั้นยิ่งใหญ่บริบูรณ์

ทุกตำแหน่งพลังที่กะทะสัมผัสแปร่งประกายเจิดจ้า
ต่างคล้ายคอยแนะนำและถ่ายทอดหลายสิ่งหลายอย่าง
ไม่สามารถจะบอกออกมาเป็นคำพูดได้

………………..

วันนั้นทั้งวันสภาวะจิตของกะทะทรงบริบูรณ์อยู่ในองค์คุณรวมของกสิณ
เมื่อกะทะถอนจิตออกมาลืมตา

กะทะนึกถึงพี่พลอยขึ้นมาในทันที
มันน่าแปลกภาพพี่พลอยก็ปรากฎขึ้นในมโนจิต

กะทะก้าวลงจากเตียง
ยกเท้าซ้ายขึ้นพร้อมกับอธิษฐานจิต
พอกะทะวางเท้าซ้ายลงแตะพื้น
เขามาปรากฎตัวอยู่ในห้องพี่พลอยแล้ว

การย่นพสุธาเขาทำกันแบบนี้นี่เอง
กะทะคิดในใจ มันต่างจากที่คุรุพาเขาไป
นั่นเป็นอีกแบบหนึ่ง มันคือปาฏิหาริย์ของคนอื่นๆ
แต่สำหรับกะทะนี่คือองค์คุณแห่งกสิณทั้ง 10 ประการ

กะทะเดินมานั่งคุกเข่ากับพื้นที่หน้าเตียงนอนของพี่พลอย
เขามองหน้าที่พลอยที่กำลังหลับ
กะทะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู

……………..

ขณะนี้ตีสองกว่าแล้ว
กะทะมองเข้าไปในจิตของพี่พลอย
รับรู้ถึงจักระที่ท้องน้อยของตัวเองหมุนติ๋วตอบรับปฏิกริยาของพี่พลอย

กะทะถอยออกมามองที่จิตของพี่พลอยอีกครั้ง
เขารู้สึกว่าตอนนี้พี่พลอยกำลังฝัน และฝันถึงเขา

ในฝันพี่พลอยกำลังขึ้นมาคร่อมบนตัวเขาแล้วระดมจูบเป็นพัลวัน
พอพี่พลอยประกบปากได้ก็ใช้ลิ้นรุกไล่ลิ้นของเขาอย่างกระหายทันที

ร่างฝันของกะทะพลิกตัวดันให้พี่พลอยลงนอนหงาย
แล้วสอดมือเข้าไปเคล้าคลึงเต้านมอวบอย่างมันมือ

จากนั้นก็ใช้นิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือจับหัวนมพี่พลอยแล้วบีบคลึงไปมา
พี่พลอยสอดมือลงมาดึงชายเสื้อชุดนอนของตัวเองแล้วถลกขึ้น
เต้านมอวบโผล่ออกมาทั้งสองเต้า

ร่างฝันของกะทะเลื่อนหน้าลงมาที่อกหอม
เขาเฝ้าเวียนจูบนมพี่พลอยไม่หยุดหย่อน
ก่อนที่จะอ้าปากออกอมหัวนมชูชัน

กะทะดูดหัวนมจ๊วบๆอย่างไม่เว้นจังหวะ
ทำให้พี่พลอยต้องแอ่นอกหราบดเต้าอวบกับปากเขา

กะทะที่นั่งมองร่างพี่พลอยที่ดูเหมือนจะหายใจขัดเป็นห้วง
บางครั้งก็เผยอปากเหมือนจะส่งเสียง
อกแอ่นหราขึ้นมาเหมือนกับในความฝัน

ร่างฝันของกะทะสอดมือเข้าไปกอดพี่พลอยแน่น
ละปากจากหัวนมลงมาละเลงลิ้นเลียไปตามหน้าท้องแล้วมาวนที่หลุมสะดือ
จนพี่พลอยถึงกับตัวงอด้วยความจั๊กจี้

กะทะค่อยๆรูดขอบกางเกงของพี่พลอยลง
เส้นไหมสีดำขลับปรากฎต่อสายตาร่างฝัน
จากนั้นดันตัวขึ้นพร้อมๆกับพี่พลอยแอ่นสะโพกขึ้นลอย
ร่างฝันของกะทะถอดออกไปอย่างง่ายดาย

ร่างฝันจับขาพี่พลอยอ้าออกแล้วฟุบตัวลงบนที่นอน
จากนั้นใบหน้าของร่างฝันก็ระดมจูบเนินฝันของพี่พลอย
ระดมจูบครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างกระหาย
พอเงยหน้าขึ้นร่างฝันก็บอกกับพี่พลอยว่า

“คิดถึง..พี่พลอย..จัง..เลย…”

ร่างในความฝันจูบเน้นที่เนินเนื้อนวลหอมของพี่พลอยอยู่พักใหญ่
พี่พลอยดึงหน้าขึ้นมาจูบแล้วพลิกร่างฝันให้นอนหงายลง
แล้วขยับตัวขึ้นคร่อมร่างเอาไว้ก่อนโหย่งตัวคร่อมร่าง

เต้านมอวบห้อยเป็นพวงลงมาสุดที่จะอดใจได้
ร่างฝันของกะทะผงกหัวขึ้นไล่งับหัวนมของพี่พลอยพัลวัน
จนพี่พลอยหัวเราะร่วน แกล้งแกว่งเต้านมไปท้าทาย

“กะทะ..งับของพี่พลอยได้หรือปล่าว??”

ร่างฝันของกะทะหัวเราะร่วนในเกมงับหัวนมของพี่พลอย
เขาผงกหัวให้สูงขึ้นไปอีกเพื่องับหัวนมของพี่พลอยให้ได้
แต่เมื่อพี่พลอยไม่สมยอมร่างฝันของกะทะก็ไม่สามารถไล่งับหัวนมได้ทัน

ร่างฝันจึงยื่นมือไปประคองเต้านมเอาไว้แล้วจะเอาปากงับ
พี่พลอยร้องขึ้นว่า

“กะทะขี้โกงพี่พลอยนี่นา…ให้กะทะไล่งับอย่างเดียวไง…”
ร่างฝันของกะทะหัวเราะแล้วพูดว่า
“ก็..งับหัวนมพี่พลอยไม่ทันนี่..ผมจึงใช้มือประคองไง…ไม่ยอมแล้วละ…”

ร่างฝันของกะทะงับหัวนมที่ตัวใช้ทั้งสองมือประคองเอาไว้
จากนั้นอ้าปากอมหัวนมเอาไว้แล้วดูดแรง ๆ จนมีเสียงดัง “จ๊วบ ๆ”

พี่พลอยหัวเราะแล้วถามว่า
“หิวนมมากเหรอ..ไม่พบกันหลายวัน…”
ร่างฝันของกะทะพยักหน้าไม่ยอมตอบ
เน้นดูดหัวนมแรงๆจนพี่พลอยต้องแอ่นตัวด้วยความเสียว

“กะทะ..พี่พลอยเสียวนมจัง…อุยยยยซซซซซ”
ร่างฝันของกะทะไม่ยอมตอบแต่ยิ่งดูดแรงขึ้นไปอีก
ดูดจนแก้มบุ่มลงไปทั้งสองข้าง
พี่พลอยทนไม่ไหวทิ้งตัวลงเอาเต้านมบดกับปากร่างฝัน

แล้วพูดว่า
“ดูด..ดี..จัง…อูยยยยซซซ…อี้ยยยซซซซซ”

พี่พลอยไม่เพียงบดเต้านมกับปากของร่างฝัน
แต่พี่พลอยยักย้ายส่ายขยี้บนร่างฝันของกะทะ
โดยเฉพาะสะโพกผายกลมได้รูปของพี่พลอย
ตอนนี้บดบี้กับเนินหนอกของร่างฝันวนเป็นวง

ร่างฝันของกะทะไม่ยอมหยุดดูดนม
เขาโอบมือรัดหลังพี่พลอยเอาไว้จนแน่น
แล้วขยี้ใบหน้ากับเต้านมพร้อมกับดูดหัวนม

บางครั้งพยายามขย้ำป้านนมของพี่พลอย
พยายามเอาเข้าไปอยู่ในปากจนเกือบหมดแล้ว

พี่พลอยครางซี้ดแล้วก้มลงแล้วกระซิบที่ห้างหูร่างฝันของกะทะด้วยเสียงกระเส่าว่า
“กะทะ..พี่พลอย..ทนไม่ไหว..แล้ว..นะ..ทำ..ทำ..เถอะ…”

ร่างฝันของกะทะค่อยๆอ้าปากคายหัวนมของพี่พลอยออกมา
หัวนมอวบแต่งของพี่พลอยที่ถูกดูดอยู่นานเยิ้มไปด้วยน้ำลายจากปากของร่างฝัน
พี่พลอยสะท้อนหายใจถี่ๆ อย่างกระสันต์ในอารมณ์สุดขีด

ร่างฝันของกะทะดันให้พี่พลอยยันตัวขึ้น
เลื่อนมือไปจับสะโพกพี่พลอยยกลอยข

จากนั้นร่างฝันสอดมือไปจับท่อนน้องชายจรดตรงปากประตูรัก
พี่พลอยก้มลงมองการกระทำของร่างฝันแล้วเงยขึ้นมองหน้ายิ้มให้
เธอปล่อยสะโพกลงมาอย่างช้าๆเหมือนยั่วยวน
ปากประตูค่อยกลืนกินท่อนอวบของร่างฝันเข้าไปทีละนิดๆ

พี่พลอยมองสายตาวาวามของร่างฝัน
ทั้งสองสบตากันนิ่ง

ประตูรักของพี่พลอยก็ค่อยกลืนกินเข้าไปทีละนิดๆ
ในที่สุดไม่เหลือให้กินได้อีกต่อไปแล้ว
พงไหมดำของพี่พลอยประสานกับดงขนแข็งของร่างฝัน
พอพี่พลอยขยับก้นส่ายไปมา ร่างฝันของกะทะถึงกับคราวอู้วววววว…เสียงยาวด้วยความเสียว

“ดีปล่าว….??”
พี่พลอยถามพร้อมกับยิ้มระรื่นมองร่างฝันที่ยิ้มตอบ
ร่างฝันยิ้มละมัยแล้วตอบว่า
“ดี..เหลือเกิน…ของพี่พลอย..ดี..ดี..จริง ๆ”

ร่างฝันตอบเหมือนพร่ำเพ้อ
กะทะมองความฝันของพี่พลอยด้วยใจระทึก
ตอนนี้เขาเห็นพี่พลอยกำลังยกก้นของเธอขึ้นแล้วปล่อยทิ้งทุ่นลงมาค่อนข้างแรง
เชิดหน้าห่อปากครางระงม

ร่างฝันของกะทะก็ไม่แตกต่างจากพี่พลอยนัก
ขณะนี้อาการกำลังย่ำแย่พอกัน
กะทะชักรู้สึกว่าร่างฝันของเขาอาจทำให้พี่พลอยอารมณ์ค้างได้
แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง

พี่พลอยขยับยกก้นของเธอให้ลอยสูงขึ้นเรื่อย
ทุกครั้งที่ยกขึ้นท่อนรักของร่างฝันก็ดึงรั้งจนกลีบทั้งสองแหวกอ้า
ให้เห็นปากประตูรักที่ขมิบรัดท่อนเนื้อจนแน่นเป็นวง

ยิ่งพี่พลอยยกสูงขึ้นเท่าไหร่
เธอก็ยิ่งปล่อยเนินเนื้อของเธอลงมากระแทกตอร่างฝันแรงขึ้นเท่านั้น

จากแรงก็เพิ่มความเร็วขึ้น
ร่างฝันแอ่นก้นขึ้นจากที่นอนสวนในจังหวะปล่อยเนินเนื้อลงมา
เสียงดัง “ปั๊บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ”

กะทะมองพี่พลอยที่นอนหายใจหอบๆเนื้อตัวบิดส่ายไปมา
กะทะเห็นแล้วก็อยากช่วยพี่พลอย
แต่ก็ไม่อยากไปแทรกแซงฝันหวานที่พี่พลอยฝัน

ขณะนี้กะทะอยู่ในสภาวะแห่งการบำเพ็ญเพียร
งดเสพกามก็จำเป็นต้องงด
กะทะถอนหายใจอย่างเสียดาย

ในฝันพี่พลอยเสียวมากขึ้นเรื่อยๆ
จนไม่กล้าดึงก้นของตัวเองขึ้นมาอีกแล้ว
ร่างฝันของกะทะจึงแอ่นก้นยกลอยขึ้นบดส่ายกับเนินพี่พลอย
ทำให้พี่พลอยกระตุกเป็นระยะๆ
เงยหน้าเชิดห่อปากส่งเสียงครางระงมด้วยความสุดเสียว

ร่างฝันของกะทะตัดสินใจดึงตัวพี่พลอยลงมากอด ประกบปากจูบ
ก้นแอ่นสูงส่งน้องชายเข้าประชิดประตูพี่พลอยถี่ยิบๆ
ทำให้พี่พลอยกระตุกวาบๆผวากอดรัดร่างฝันของกะทะแน่น

……………….

กะทะที่นั่งอยู่ข้างๆพี่พลอย
ถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ร่างฝันของเขาทำให้พี่พลอยถึงจุดหมายได้อย่างสมบูรณ์

มองร่างพี่พลอยที่เกร็งตัวงอไปงอมา
แต่ใบหน้ามีอาการของคนยิ้มชื่นด้วยความสุข

………………..

กะทะลุกขึ้นยืนแล้วยกเท้าขึ้นจากห้องพี่พลอย
แต่พอวางเท้าลงกลับมาอยู่ที่ห้องในพักโอมเสตย์ที่เขาเช่าอยู่แล้ว
กะทะดูเวลาแล้วประมาณตีสามเศษ

…………………

พรุ่งนี้เขาจะกลับบ้านไปหาพี่พลอยแล้ว
วันเวลาที่ต้องเดินทางไปยังแดนในฝันใกล้เข้ามาแล้ว
สงครามแย่งชิงมักลีผลใกล้บังเกิดแล้ว

กะทะมั่นใจว่าเขามีอำนาจและพละกำลังเพียงพอ
ศึกแย่งมักลีผลที่มีจิตและเจตสิกอาศัยอยู่กลับคืนมาได้
นำราณีกลับจากแดนอาถรรพ์ให้ได้
แม้จะไม่ง่ายแต่กะทะจะต้องทำสุดความสามารถ
แววตาเจิดจ้ามุ่งมั่นอย่างหน่อเนื้อโพธิญาณ

(จบภาคปฐมบท)